Thailand

14 ปี บ้านเอื้ออาทร ดั่งปิศาจที่หลอกหลอน "วัฒนา เมืองสุข" จบที่คุก 99 ปี

วันที่ 24 ก.ย. 2563 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง เมื่อวันที่องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 9 คน ได้มีคำพิพากษา คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ 

10.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย

11.บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด

12.บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย

13.บริษัท พรินซิพเทคไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง 

14.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทย เฉน หยู

โดยยื่นฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148

ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157

ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91

คดีนี้เริ่มพิจารณาไต่สวนพยานในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2562 เรื่อยมาจนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2563

ทั้งนี้ จำเลยที่ 6-7 และ 10-12 หลบหนี ศาลได้ออกหมายจับ ปรับนายประกัน ส่วนนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 4 ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ จากโทษจำคุกในหลายคดีก่อนหน้านี้

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัย 

องค์คณะพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า นายวัฒนา จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่

พบแก้ไขประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ บ้านเอื้ออาทร

เห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง รมว.พัฒนาสังคมฯ มีหน้าที่รับผิดชอบกำกับกิจการการเคหะแห่งชาติ ดูแลผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์หรือนโยบายโครงการบ้านเอื้ออาทรใหม่ โดยแก้ไขการยื่นข้อเสนอทำบ้านเอื้ออาทรให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องยื่นหลักประกัน และให้การเคหะแห่งชาติมีมติอนุมัติโครงการ ซึ่งพยานโจทก์มีความเห็นต่างกันถึงข้อดีและข้อเสียเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ใหม่ 

"การที่จำเลยที่ 1 มีบันทึกแก้ไขประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ก็เกี่ยวเนื่องกับผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ ลำพังเหตุเพียงเท่านั้นยังไม่ชัดว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157 แม้จะมีการเรียกรับ แต่ก็ไม่ได้เป็นผลโดยตรง เนื่องจากผู้ประกอบการมีคุณสมบัติตามประกาศที่แก้ไขใหม่อยู่แล้ว จึงยังบ่งชี้ไม่ได้ว่าจำเลยใช้อำนาจแทรกแซงคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ"

พบผิดชัด "ข่มขืนใจ" ตามมาตรา 148

มีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อว่า จำเลยที่ 1 ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลมอบให้หรือหามาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 หรือไม่

องค์คณะเห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีความเกี่ยวข้องแค่นโยบายเท่านั้น แต่ลักษณะการกระทำผิดคดีนี้เป็นไปไม่ได้ที่นายอภิชาติ จำเลยที่ 4 และ น.ส.รุ่งเรือง จำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นคนนอกจะกระทำได้เอง โดยเฉพาะจำเลยที่ 4 ไม่อาจแสดงตนว่าเป็นที่ปรึกษาไม่เป็นทางการของจำเลยที่ 1 ได้เอง และที่ นายพรพรหม จำเลยที่ 3 จัดส่งเอกสารการประชุมให้ น.ส.รัตนา จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นคนนอก ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 3 จะส่งเองได้ อีกทั้งได้ความจากพยานว่า จำเลยที่ 1 สั่งจำเลยที่ 3 ให้จัดส่งเอกสาร แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ติดตามสนใจโครงการบ้านเอื้ออาทรอย่างใกล้ชิด เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้เห็นเรื่องการเรียกรับเงิน

ชี้พฤติกรรมชัด เอื้อประโยชน์ เสี่ยเปี๋ยง 

"การที่จำเลยที่ 1 ปล่อยให้จำเลยที่ 4 แสดงตนอย่างไม่เป็นทางการ และอ้างว่าผู้ประกอบการไปติดต่อจ่ายเงินกับจำเลยที่ 4 เอง เพื่อให้ตนพ้นผิดหาได้ไม่ พฤติการณ์จำเลยที่ 1 เป็นการเอื้ออำนวยให้จำเลยที่ 4 โดยอาศัยอำนาจของจำเลยที่ 1 แสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้จำเลยที่ 5-7 เป็นผู้ติดตามทวงเงินผู้ประกอบการ อีกทั้งพฤติการณ์บ่งชี้ว่าเป็นการเร่งรัดให้ผู้ประกอบการจ่ายเงินให้จำเลยที่ 4

แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 กระทำการเข้าไปมีส่วนเรียกรับทรัพย์ผู้ประกอบการแต่ละรายล่วงหน้า เพื่อตอบแทนการอนุมัติโครงการ ส่วนการเรียกรับและการเรียกเงินโดยตรงแม้ทางไต่สวนจะเชื่อมโยงกับจำเลยที่ 1 จะเรียกเงินเองก็ไม่ใช่ส่ิงสำคัญ เนื่องจากหลักฐานชี้ว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้มีการนำเงินมามอบให้ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 148 จึงไม่จำเป็นต้องปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

พบจ่าย "ค่าที่ปรึกษา" ผ่านเสี่ยเปี๋ยง พ่อค้าข้าว

ส่วนจำเลยที่ 4 มีผู้ประกอบการเบิกความว่าจำเลยที่ 4 แนะนำตัวเป็นที่ปรึกษาไม่เป็นทางการของจำเลยที่ 1 มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาโครงการอสังหาริมทรัพย์ สามารถช่วยดำเนินการให้อนุมัติก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรได้ เมื่อผู้ประกอบการจ่ายเงินให้จำเลยที่ 4 ก็จะได้รับการอนุมัติก่อสร้างทุกราย แม้บางรายจะได้รับการอนุมัติหลังปิดโครงการไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่ามีการทำสัญญา ประกอบกับไม่มีผลงานแสดงให้เห็นสมเหตุสมผลกับเงินที่จ่ายให้จำเลยที่ 4 ถึงร้อยกว่าล้านบาท

อีกทั้งผู้ประกอบการรายอื่นมีประสบการณ์ธุรกิจก่อสร้างมาก่อน ย่อมมีประสบการณ์มากกว่าจำเลยที่ 4 ที่ชำนาญเพียงด้านการค้าข้าว และไม่มีธุรกิจก่อสร้างจริงจัง ถ้าจำเลยที่ 4 ไม่อ้างว่ามีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ก็ไม่มีเหตุที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องว่าจ้างจำเลยที่ 4 เพียงรายเดียว ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 มีความชำนาญด้านการก่อสร้าง เงินที่จ่ายเป็นค่าที่ปรึกษาก็เป็นข้ออ้างให้ผู้ประกอบการสามารถลงบัญชีได้

มีลูกน้อง คอยประสานงาน-ตามทวงเงิน

ส่วนจำเลยที่ 5-7 เปิดบัญชีเพื่อประสานงานและติดตามทวงเงินจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะจำเลยที่ 5 หากไม่รู้เห็นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยที่ 4 จะให้เข้ามาทำงาน เพราะจะทำให้งานเสีย และเป็นการเปิดเผยแผนการให้คนนอก จากพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 5-7 มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนงานให้สำเร็จ จึงฟังได้ว่าร่วมกับจำเลยที่ 4 กระทำผิด

อริสมันต์ มีพฤติการณ์ "ยุยงส่งเสริมให้จ่ายเงิน 40 ล้าน"

สำหรับนายอริสมันต์ จำเลยที่ 10 ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด 1 กระทง จึงถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งองค์คณะเสียงข้างมากเห็นว่า แม้จะไม่ปรากฏว่าผู้หญิงที่รับเงิน 40 ล้านบาท เป็นใคร และมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 10 อย่างไร แต่คำเบิกความของพยานเป็นการซักถามถึงการจ่ายเงินด้วยความระมัดระวัง พฤติการณ์ของจำเลยที่ 10 เป็นการยุยงส่งเสริมให้พยานตัดสินใจจ่ายเงิน 40 ล้านบาท เพื่อให้โครงการได้รับอนุมัติ ประกอบกับเช็คที่จ่ายไปถึงจำเลยที่ 7-8 ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับขบวนการในคดีนี้ แม้ผู้กระทำผิดจะรู้ถึงความช่วยเหลือของจำเลยที่ 10 หรือไม่ก็ตาม พฤติการณ์ของจำเลยที่ 10 ก็ถือเป็นการสนับสนุน

คำพิพากษา

ผิด ม.148 ข่มขืนใจฯผู้อื่นรวม 11 กระทง จำคุก 99 ปี

พิพากษาว่า นายวัฒนา เมืองสุข จำเลยที่ 1 มีความผิดฐาน ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 รวม 11 กระทง จำคุกกระทงละ 9 ปี รวมจำคุก 99 ปี แต่โทษจำคุกให้จำคุกสูงสุด 50 ปี

จำคุก นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 4 นักธุรกิจค้าข้าว รวม 11 กระทง กระทงละ 6 ปี รวม 66 ปี แต่ให้โทษจำคุกสูงสุด 50 ปี 

ให้ออกหมายจับ ลูกน้องเสี่ยเปี๋ยง-อริสมันต์ ที่หลบหนี

จำเลยที่ 5 น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง จำคุก 4 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 20 ปี 

จำเลยที่ 6 น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงานบริษัท เพรสซิเด้นอะกริ เทรดดิ้ง จำกัด มีความผิด 11 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 44 ปี

จำเลยที่ 7 น.ส.รุ่งเรือง คุณปัญญา พนักงานบริษัท เพรซิเดนท์ฯ ความผิด 8 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 32 ปี

จำเลยที่ 10 นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย ให้จำคุก 4 ปี

ส่วนจำเลยที่ 8 บริษัท เพรซิเดนท์ อะ กริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยมี นายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ให้ปรับเงินกว่า 275,000 บาท

ให้ออกหมายจับจำเลยที่ 6 น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว จำเลยที่ 7 นางสาวรุ่งเรือง ขุนปัญญา และจำเลยที่ 10 นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ที่หลบหนี เพื่อนำตัวมารับโทษ

สั่งชดใช้อ่วม รวมกันกว่า 3 พันล้าน

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้ นายวัฒนา จำเลยที่ 1, นายอภิชาติ จำเลยที่ 4, นางสาวกรองทอง จำเลยที่ 6 และ บริษัท เพรซิเดนท์ฯ จำเลยที่ 8 ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 1,323,006,750 บาท น.ส.รัตนา จำเลยที่ 5 จำนวน 763 ล้านบาทเศษ น.ส.รุ่งเรือง จำเลยที่ 7 จำนวน 1,056 ล้านบาท นายอริสมันต์ จำเลยที่ 10 จำนวน 40 ล้านบาท ทั้งนี้ โทษปรับให้ดำเนินการชำระเงินภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการจะยึดทรัพย์

ยกฟ้องจำเลย 2, 3, 9, 11-14

ในส่วนของนายมานะ จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงไม่ชัดว่าจำเลยที่ 2 มีการเรียกรับทรัพย์สินหรือรู้เห็นด้วย จำเลยที่ 2 ไม่น่ามีส่วนร่วม เป็นเพียงการประสานให้จำเลยที่ 11 ยื่นเอกสารให้ทันเท่านั้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 รู้เห็นเป็นใจสนับสนุนจำเลยที่ 1

สำหรับนายพรพรหม จำเลยที่ 3 เดิมเป็นข้าราชการที่จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 3 ช่วยประสานงาน พยานไม่เห็นว่าจำเลยที่ 3 ทำงานนอกเหนือการประสานงานทั่วไป

ส่วนกรณีที่ให้จัดส่งเอกสารตามที่จำเลยที่ 5 ร้องขอ ก็เป็นการประสานในกรอบหน้าที่ธุรการ ขณะที่มีพยานบอกเล่ากลับคำให้การ ทำให้คำให้การมีน้ำหนักลดน้อยลง ไม่พอรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดด้วย

ประเด็นจำเลยที่ 9, 11-14 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 9, 11-14 เป็นฝ่ายที่ถูกข่มขืนใจให้นำเงินมามอบให้ ทั้งที่มีคุณสมบัติอยู่แล้ว เป็นฝ่ายถูกจูงใจ ไม่ถือเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนในการทำความผิด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดเป็นตัวการ จำเลยที่ 9, 11-14 จึงไม่มีความผิดฐานสนับสนุน

สั่งยกฟ้อง นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ดการเคหะแห่งชาติและอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการฯ จำเลยที่ 2, นายพรพรหม วงศ์วิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงินบริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 3, บริษัท จิวเวอร์รี่อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด จำเลยที่ 9, และจำเลยที่ 11 บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, จำเลยที่ 12 บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, จำเลยที่ 13 บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และจำเลยที่ 14 น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทย เฉน หยูฯ

วัฒนาใช้ 10 ล้าน ยื่นประกัน 

หลังฟังคำพิพากษา นายวัฒนา เมืองสุข ได้ยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท ในบัญชีธนาคารขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลวางเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาต

นายวัฒนา กว่าวว่า จะใช้สิทธิ์อุทธรณ์ไปตามกฎหมาย ดีใจที่เป็นเคสแรกที่โทษสูงขนาดนี้แต่ศาลให้ประกันตัว เพราะกราบเรียนท่านว่า ตนเป็นคนว่าความทำคดีเอง เอกสารมีเป็นหมื่นหน้าอยู่ในไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ถ้าไม่อนุญาตให้ประกันตัว ตนไม่สามารถอุทธรณ์ได้ เพราะในเรือนจำไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารเข้าไป ศาลอนุญาตประกันตัวด้วยเหตุผล เชื่อว่าตนไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและมาศาลทุกนัด ส่วนการอุทธรณ์ต้องมีพยานใหม่เป็นการคัดค้านดุลยพินิจของศาล เป็นเรื่องความเห็นที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะมีความเห็นอย่างไร ตนมั่นใจตั้งแต่วันแรกแล้ว ดูภาษากายตนก็รู้ เชื่อว่าสิ่งที่ทำมาถูกต้อง

ยืนยัน "ไม่หนีแน่นอน" 

เมื่อถามว่ายืนยันว่า จะไม่หลบหนีแน่นอนใช่หรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่า หนีทำไม ตอนนี้จะหนีไปสภา อยากลุ้นรัฐธรรมนูญมากกว่า ตนรู้ดีทุกอย่างว่าทำอะไร จากภาษากายทุกคนรู้ว่าตนไม่หนี องค์คณะ 9 ท่านยังเชื่อว่าตนไม่หนี นี่เป็นคดีแรกที่โทษ 50 ปีแล้วศาลให้ประกัน.

Football news:

Liverpool and Manchester United are among the clubs in talks to create a European Premier League
Thibaut Courtois: real want to win the Champions League and La Liga
Tiago and Matip didn't train with Liverpool today. They will probably not play Ajax
Griezmann will not return to Atletico from Barcelona
Miranchuk was included in Atalanta's bid for the Champions League match with Midtjylland
The rival Krasnodar has a bright coach: he is friends with young stars, even worked with Dembele, entrusted the center of the field to a 16-year-old
Zinedine Zidane: Real Madrid will try to win the Champions League. We know who we are and what we want