Thailand

"บุระคุมิน" ชนชั้นที่ถูกเหยียดในสังคมญี่ปุ่น

การเหยียดเชื้อชาติและชนชั้นในญี่ปุ่นมีรูปแบบที่ไม่เหมือนประเทศอื่นๆ แต่โดยเนื้อหามันก็ยังเป็นการแสดงอคติต่อชนชั้นและเชื้อชาติเหมือนที่อื่นๆ อยู่ดี

น้อยคนจะทราบว่า ญี่ปุ่นมีปัญหาเหยียดเชื้อชาติในประเทศเหมือนกัน มีการแบ่งชนชั้นที่เป็นซากเดนจากยุคศักดินา ชนชั้นที่ถูกเหยียดหยามเรียกว่า "บุระคุมิน" หรือ "เอะตะ/ฮินิง" เดิมเป็นกลุ่มคนทำอาชีพที่สังคมรังเกียจ เช่น สัปเหร่อ คนเชือดสัตว์ พ่อค้าเนื้อ (สังคมโบราณของญี่ปุ่นรังเกียจการกินเนื้อสัตว์ใหญ่) เป็นต้น คนอาชีพนี้มักอยู่รวมกันเป็นชุมชนเดียวกัน ซึ่งทำให้ง่ายที่จะถูกกีดกันและโจมตีด้วย

คำว่า "บุระคุมิน" (Burakumin) แปลว่าคน (มิน) หมู่บ้าน (บุระคุ) หมู่บ้านนี้หมายถึงชุมชนของคนที่ทำงานสกปรกและถือว่ามีมลทินต่อสังคมโดยรวม สอดคล้องกับคำว่า "ฮินิง" ที่แปลว่า "คนไม่ดี"

สังคมญี่ปุ่นศักดินากดขี่บุระคุมินอย่างมาก ถึงขนาดบอกว่า พวกนี้มีความเป็นคนแค่ 1 ใน 7 และยังห้ามเปลี่ยนชนชั้น ต่างจากคนกลุ่มอื่นที่สามารถเปลี่ยนได้หากมีเหตุปัจจัย เช่น ชาวนากลายเป็นพ่อค้า ต่อมาในสมัยปฏิรูปและหลังสงคราม มีการยกระดับบุระคุมินให้มีสิทธิในฐานะประชาชนทั่วไป หลังจากการปฏิรุปการปกครองสมัยเมจิล้ว "ฮินิง" ไม่มีอีกต่อไป มีแต่ "เฮมิน" หรือสามัญชนคนเท่ากันหมด

แต่ในทางปฏิบัติการกีดกันยังคงมีอยู่ เพราะระบบทะเบียนบ้านของญี่ปุ่นระบุถิ่นฐานบรรพชนทำให้ง่ายต่อการชี้ตัวว่าใครเป็นใครมาจากกลุ่มบุระคุมิน ปัจจุบันนี้บริษัทหลายแห่งก็ยังไม่อยากจะรับบุระคุมินเข้าทำงาน ส่วนบริษัทใหญ่ๆ เลิกกีดกันแล้ว นอกจากนี้ ยังยากที่บุระคุมินจะแต่งงานนอกกลุ่มของตน

วิธีการเหยียดที่นิยมใช้กันตามบริษัทคือ แอบตรวจวงศ์สกุลว่ามาจากคนกลุ่มนี้หรือไม่ บางครอบครัวยังสอบประวัติเบื้องหลังว่าที่ลูกเขยลูสะใภ้เหมือนกัน บางรายต้องเปลี่ยนนามสกุล เพราะมันฟ้องว่ามาจาก "คนที่สังคมไม่พึงปรารถนา"

มีกรณีอื้อฉาวหลายครั้งเกี่ยวกับบริษัทใหญ่ที่กีดกันบุระคุมิน เช่น ในปี 1975 มีการเปิดเผยโดยกลุ่มสิทธิชาวบุระคุมินว่าบริษัทหลายแห่งเก็บรายชื่อและที่อยู่ชุมชนของชาวบุระคุมินเอาไว้ ทำเป็นหนังสือที่ชื่อ "รายชื่อพื้นที่บุระคุแบบครอบคลุม" มีบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นมากกว่า 200 แห่งรวมถึง โตโยต้า, นิสสัน, ฮอนด้า และไดฮัทสุ พร้อมด้วยบุคคลหลายพันคนที่ซื้อสำเนาหนังสือเล่มนี้

ข้อมูลจาก Japan Focus ระบุว่า กรณีของการเลือกปฏิบัติส่วนใหญ่เกิดขึ้นในภาคตะวันตกของญี่ปุ่น (คันไซ) โดยเฉพาะในภูมิภาคโอซาก้า, เกียวโต, เฮียวโงะ และฮิโรชิม่าโดยเฉพาะคนรุ่นเก่าแถบนั้นมักมองว่าชาวบุระคุมินเป็นพวกว่างงานและทำงานผิดกฎหมาย

ด้วยเหตุที่ถูกกีดกันทางเศรษฐกิจ ทำให้บุระคุมินไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่ทำงานที่คนรังเกียจ ก็ต้องเป็นพวกนอกกฎหมายไปเลย หลายคนจึงเลือกที่จะเป็นยากูซ่า เก็บค่าคุ้มครอง ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ทำธุรกิจมืด มีการศึกษาว่า สมาชิกถึง 70% ของแก๊งยะมะงุจิกุมิ ยากูซ่ากลุ่มใหญ่ที่สุด คือพวกบุระคุมิน ในขณะที่มิตซึฮิโร สุงะนุมะ อดีตสมาชิกหน่วยข่าวกรองความมั่นคงสาธารณะให้การว่า ชาวบุระคุมินมีสัดส่วนประมาณ 60% ของสมาชิกยากูซ่าทั้งหมด

หากไม่เป็นชาวแก๊งก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มการเมืองเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีการชุมนุมเป็นระยะๆ และพวกเขายังเคลื่อนไหวในวงการเมืองด้วย แต่ถึงจะเข้าไปเล่นการเมืองแล้วยังวายถูกกีดกัน เช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับ โนะนากะ ฮิโรมุ นักการเมืองของพรรครัฐบาลที่เกอบจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว

โนะนากะ ฮิโรมุ เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1925  (พ.ศ. 2468) ในเมืองโซโนเบะจังหวัดเกียวโต (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนันทัง) ในครอบครัวบุระคุมิน หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมต้นโซโนเบะประจำจังหวัดเกียวโตในปี 1943 (หรือระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2) โนนากะทำงานให้กับการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (JNR) ในโอซาก้า

แต่ที่ JNR นี่เอง โนะนากะต้องเผชิญกับพบการเลือกปฏิบัติเพราะความเป็นในฐานะสมาชิกของกลุ่มบุระคุมินและต่อมากล่าวว่าการเลือกปฏิบัตินี้เป็นปัจจัยในที่ทำให้เขาตัดสินใจออกจาก JNR และเข้าสู่การเมือง

โนะนากะเจริญก้าวหน้าในวงการเมืองอย่างมากจนกระทั่งเป็นแกนนำสำคัญของพรรครัฐบาลคือพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ชะตาชีวิตของเรารุ่งเรืองมาในช่วงทศวรรษที่ 90 โดยในปี 1998 โนะนากะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใต้นายกรัฐมนตรีโอบุชิ ซึ่งเขามีอำนาจอย่างล้นเหลือ และถูกมองว่าผู้นำเงาของรัฐบาลจัดจนกระทั่งนิตยสาร TIME ฉบับเดือนธันวาคมปี 1998 เรียกเขาว่าเป็น "ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น"

ในปี 2001 โนะนากะถูกจับตาว่าเป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานพรรค LDP และตำแนห่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแทนที่นายกรับมนตรีโมริ โยชิโร  โนะนากะไม่เต็มใจที่จะรับตำแหน่งเพราะมันจะทำให้คนสนใจภูมิหลังของเขาในฐานะบุราคุมินถูกขุดขึ้นมา แล้วสิ่งที่เขากังวลก็เกิดขึ้มาจริงๆ 

นระหว่างการประชุมของผู้นำพรรคซึ่งโนะนากะไม่ได้เข้าร่วม มีรายงานว่า อาโซ ทาโร หนึ่งในแกนนำพรรค (และนายกรัฐมนตรีในอนาคต) ได้โพล่งขึ้นมาว่า  "เราจะไม่ปล่อยให้ใครบางคนจากบุระคุมาเป็นนายกรัฐมนตรีใช่ไหม?"

ในภายหลังโนะนากะจึงประาสถอนตัวไป แต่เขาลั่นวาจาว่า"ไม่มีวันให้อภัย" อาโซ ซึ่งอาโซปฏิเสธว่าไม่ได้พูดเรื่องนี้

ตามกฎหมายจะไม่มีการใช้คำว่า "บุระคุมิน" เพราะถือเป็นการเหยียดเชื้อชาติ แต่จะใช้คำว่า "โดวะยูวะ" หรือการสมานฉันท์แห่งภราดรภาพ และเรียกปัญหาการเหยียดนี้ว่า "บุระคุมงได"  ที่แปลว่า "ปัญหาของคนบุระคุ" ซึ่งกรณีนี้คล้ายกับอินเดีย ที่เปลี่ยนไปเรียกวรรณะจัณฑาลว่า "ดาลิต"

อย่างไรก็ตาม แม้จะเปลี่ยนคำเรียกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ แต่การกดขี่ก็ยังมีอยู่เช่นเดิม

โดย กรกิจ ดิษฐาน

บทความนี้อัปเดตและเพิ่มเติมจากบทความที่เขียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2015 ในเฟซบุ๊ค Kornkit Disthan

Football news:

Southgate on Croatia: A serious test, but we can win
Petkovic on 1:1 with Wales: Switzerland was not persistent enough, in the end they lost the initiative
Lukaku is a fan of Henri-the coach. In general, he ignores the weaknesses and maniacally improves only the main skills
The love story of Eriksen and his wife Sabrina - ❤ ️
Kier is deeply shocked and couldn't finish the game. He and Eriksen are friends. Coach of Denmark about the replacement of the captain
Eriksen was named the best player of the match Denmark - Finland
Denmark lost to Finland (0:1). Goal kicking statistics-23:1