Thailand

เจอเปรต! เปิดใจ ‘สัปเหร่อ’ ซ่อนทารก 2,002 ศพ น้ำตานอง สุดสยองร่างเผาไม่ไหม้

ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 กลางตลาดนัดวัดไผ่เงินโชตนารามที่พ่อค้าแม่ขายพูดคุยซื้อหาจอแจกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีสุนัขหน้าตามอมแมม เดินตุปัดตุเป๋ พร้อมกับคาบถุงก๊อบแก๊บเดินเข้าไปในใจกลางตลาด สิ่งที่อยู่ในถุงดังกล่าวนั้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นเหียนไปทั่ว

ชาวบ้านคนหนึ่งอดรนทนไม่ไหว จะเข้าไปไล่สุนัขเจ้าปัญหา แต่เจ้ากรรม ตาดันไปชำเลืองเห็นหัวเด็กโผล่ออกมาจากถุงก๊อบแก๊บใบนั้น!

จากปัญหาหมาคาบขยะเน่าเหม็น กลายเป็นหัวเด็กที่ไหน หัวลูกใครที่หมามันคาบมา!? ชาวบ้านค่อยๆ เดินตามหมาตัวดังกล่าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าตูบเดินมาหยุดที่โกดังเก็บศพช่องที่ 17 ของวัดไผ่เงินโชตนาราม จากนั้น มันก็แทะหัวทารกอย่างอดอยาก!

ชาวบ้านเห็นท่าไม่ดี รีบไปแจ้งตำรวจในพื้นที่ให้เข้ามาตรวจสอบ ค้นไปค้นมาจนทั่ววัด ดันไปพบ ซากศพทารกจากการทำแท้ง จำนวน 348 ศพ ถูกทิ้งไว้ในโกดังเก็บศพหมายเลข 17 วัดไผ่เงินโชตนาราม!

สัปเหร่อ และผู้ช่วยสัปเหร่อที่ดูแลโกดังเก็บศพบริเวณดังกล่าว ถูกเรียกมาสอบถามถึงที่มาที่ไปของศพทารกเกือบสี่ร้อยชีวิต แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้เรื่องราวอันเป็นประโยชน์ใดๆ จากปากสัปเหร่อทั้งสองคน กระทั่ง มีการสั่งเปิดโกดังเก็บศพทุกช่อง และได้พบว่า...

นอกเหนือจากศพทารกจำนวน 348 ศพ ที่เพิ่งพบเจอกันไปนั้น ยังมีศพทารกในช่องเก็บศพหมายเลข 9 จำนวน 950 ศพ ช่องเก็บศพหมายเลข 10 จำนวน 704 ศพ รวมทั้งสิ้น 2,002 ศพ!

นาย​สุ​ชาติ ภู​มี ผู้​ช่วย​สัปเหร่อ รับสารภาพว่า รับซากทารกมาทำลายทิ้งได้​ประมาณ 6 ปี โดยมีอดีตผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลชื่อดัง เป็นผู้ติดต่อว่าจ้าง และอดีตผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าว ได้ให้การสารภาพว่า นำซากศพทารกจากการทำแท้งมาให้ผู้ช่วยสัปเหร่อทำลายหลักฐานจริง!

แต่เนื่องจากเมรุของวัดชำรุดมากว่า 1 เดือน จึงไม่มีที่เผาทำลาย ผู้​ช่วย​สัปเหร่อ ต้องเก็บรวบรวมซากศพทารกไว้ในช่องเก็บศพของโกดังจนศพล้นออกมา ทำให้เรื่องแดงขึ้นในที่สุด!

โดยแต่ละครั้งอดีตผู้ช่วยพยาบาลจะให้ค่าจ้างผู้ช่วยสัปเหร่อศพละ 200 บาท และยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือทำแท้งให้หญิงสาววัยรุ่นมานานกว่า 6 ปี หลังเป็นลูกมือช่วยหมอคนหนึ่งในคลินิกจึงรู้วิธีการต่างๆ กระทั่งคลินิกปิดตัวลง จึงตัดสินใจรับทำแท้งเอง โดยคิดค่าบริการ ท้อง 2 เดือน ราคา 2,000 บาท ท้อง 3 เดือน ราคา 7,000 บาท ท้อง 4 เดือนราคา 9,000 บาท และถ้าเป็นช่วงใกล้คลอด จะคิดราคา 30,000 บาท

ปี 2554 ศาลจังหวัดตลิ่งชัน พิพากษาจำคุก อดีตผู้ช่วยพยาบาล 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ขณะที่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาจำคุก นายสุชาติ ภูมี อายุ 39 ปี ผู้ช่วยสัปเหร่อ ​​เป็น​เวลา 20 ปี ส่วนนายสุเทพ ชะบางบอน สัปเหร่อวัดไผ่​เงิน​โชตนาราม จำคุก 3 ปี 4 เดือน โดยล่าสุด สุเทพ ชะบางบอน ออกมาจากคุก และได้รับอิสรภาพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

ทีมข่าวเจาะประเด็น ลงพื้นที่ย่านวัดไผ่เงินโชตนาราม ออกตระเวนหา “สุเทพ ชะบางบอน สัปเหร่อคนในข่าวดัง” ที่ให้การปฏิเสธมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาว่า “ผมไม่รู้เรื่อง ผมไม่ได้ทำ”

และแล้ว เราก็พบตัว “สุเทพ ชะบางบอน” สัปเหร่อที่เคยเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ หลังจากที่เขาจำคุกมานาน 14 เดือน เขาดูแก่ลงไปจากเดิมเล็กน้อย พูดจาปราศรัยอย่างคนอ่อนน้อมถ่อมตัว และมีโอกาสได้กลับมาทำงานเป็นสัปเหร่อที่วัดไผ่เงินโชตนารามอีกครั้ง

สุเทพ ชะบางบอน

“ผมไม่อยากกลับไปพูดอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้ว ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ผมไม่ได้ทำ ผมไม่เคยไปวุ่นวายกับพวกเขา ผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเด็กทารกพวกนี้ ผมไม่ได้ตังค์จากใคร และผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มีศพเด็กอยู่ในช่องเก็บศพ” สุเทพ ในวัย 52 ปียังคงยืนยันคำเดิม

“และตอนนั้น เมรุของวัดอยู่ในช่วงซ่อมแซม แต่เตาเผาศพไม่ได้ชำรุดเสียหายอะไรด้วย ไม่เคยมีการเอาเด็กมาเผาในเมรุด้วยซ้ำ แค่มีคนเอามาเก็บไว้ในโกดังเก็บศพ” สุเทพ พูดเอาไว้แต่เพียงเท่านั้น และจบด้วยคำว่า “ผมขอไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก”

ส่วนเรื่องวิญญาณเด็กทารกที่หลายคนอยากทราบว่า ศพเด็กนับพันศพเช่นนี้ สัปเหร่อจะเจอดีอะไรเข้าหรือไม่นั้น สุเทพ ตอบสั้นๆ ว่า “ไม่ ผมไม่เคยเจอ เพราะผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกเขา(เขา ในที่นี้ หมายถึง ชีวิตทารกทั้ง 2,002 ศพ)”

สุเทพ นั่งแบบทอดอาลัย พร้อมรำพึงถึงเมื่อครั้งที่ตนเองจำคุกอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ให้ทีมข่าวฟังว่า “ตอนที่ผมเข้าไปอยู่ในเรือนจำ มันตรงกับปี 2554 ที่น้ำท่วมหนักพอดี ในเรือนจำน้ำไม่ได้ท่วม แต่ในใจผม น้ำตามันท่วมอยู่ตลอดเวลา

“แต่ชะตาชีวิตผมยังมีดีอยู่บ้าง ระหว่างที่ผมอยู่ในเรือนจำ เมียผมรับจ้างหางานทำสารพัด ทำหน้าที่ที่ผมเคยทำในวัดแทนผมทุกอย่าง พอมีตังค์ได้ 1 พันบ้าง 2 พันบาทบ้าง เขาเดินลุยน้ำไปหาจ้างรถยนต์ของคนแถวนี้ 500 บาท ให้ขับพาเขาไปเยี่ยมผมที่เรือนจำ ภายใน 1 สัปดาห์ เมียผมต้องมาหา 1-2 ครั้งตลอดไม่เคยขาด และเอาตังค์มาฝากไว้ให้ผมใช้ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อดมื้อกินมื้อ จนผมต้องบอกเขาว่า ไม่ต้องไปหาเงินมาให้แล้วนะ เอาไว้ให้ลูกให้หลานเราเถอะ” ระหว่างพูด สุเทพน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตลอด

สมบัติ พบสระบัว ภรรยาวัย 50 ปีของ สุเทพ นั่งเคียงข้างสามีไม่ห่าง เธอยอมหันมาเปิดใจกับทีมข่าวว่า “ตอนนั้น ฉันต้องเดินลุยน้ำเป็นกิโลๆ(กิโลเมตร) ออกมาหารถ และจ้างให้เขาไปส่งที่เรือนจำ ถึงแม้มันจะลำบาก แต่ฉันก็ต้องไป เราอยู่ด้วยกันมา 26 ปีไม่เคยห่าง เขาทุกข์ ฉันก็ทุกข์ด้วย ฉันเข้าใจหัวอกเขาทุกอย่าง(เสียงสั่น)”

สมบัติ พบสระบัว ภรรยาวัย 50 ปีของ สุเทพ

สุเทพ พูดเสริมขึ้นมาว่า “คนอยู่ข้างในไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย เราก็พยายามทำตามระเบียบของนายเขา (นาย ในที่นี่หมายถึง เจ้าหน้าที่เรือนจำ) บางทีเราก็รับหน้าที่สัปเหร่อจำเป็นในเรือนจำ ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกน่ะสิ...(เงียบไปชั่วครู่)”

สมบัติ ผู้เป็นภรรยา พูดยิ้มๆ แต่ดวงตาแฝงด้วยความเศร้าจนเราสังเกตได้ “ตอนนั้น ฉันเดินไปไหนก็มีแต่คนด่าไล่หลัง ไปซื้อข้าวซื้อของร้านไหน เขาก็มองเหมือนไม่อยากจะขายให้เรา แต่เราก็พยายามจะเข้มแข็ง ทำมาหากิน เป็นหัวเรือหลักแทนคนที่เขาไม่อยู่”

สุเทพคนเก่ามันตายไปแล้ว ผมขอมีชีวิตใหม่ และจะไม่พูดถึงเรื่องที่ผ่านมาอีก ทุกวันนี้ผมคิดแค่ว่า ผมจะทำหน้าที่สัปเหร่อให้ดีที่สุด ผมจะยึดอาชีพนี้ต่อไปจนวันสุดท้ายของชีวิต และผมคิดแค่ว่า ผมทำไปโดยที่ไม่หวังผลประโยชน์อะไร เรามีหน้าที่ส่งใครคนหนึ่งให้เขาไปถึงจุดหมายปลายทางสุดท้ายของชีวิตเขาเท่านั่นแหละครับ สุเทพ กล่าวอย่างแน่วแน่

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า โดยปกติแล้ว อาชีพสัปเหร่อ มีรายได้อย่างไรบ้าง? สุเทพ และภรรยา ช่วยแจกแจงอย่างไม่ปิดบังว่า ทางวัดจะมีเงินเดือนให้สุเทพ ในฐานะสัปเหร่อ เดือนละ 5,000 บาท และสุเทพ จะได้เงินจากเจ้าภาพงานศพอีก 100-500 บาท โดยขึ้นอยู่กับเจ้าภาพเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้เงินเป็นจำนวนเท่าใด

ในขณะที่แต่ละเดือนจะมีงานศพไม่แน่นอน บางเดือนไม่มีคนตายแม้แต่คนเดียว แต่บางเดือนก็มีคนตายหลายสิบราย ขนาดที่สุเทพยังเปรยว่า “บางเดือนตายกันเหมือนห่าลงเลยครับ ศพนี้เผาเสร็จ ศพนี้เข้าเผาต่อ กลับบ้านเที่ยงคืนก็มี”

“มีคนตายที่เผายากๆ เผาแล้วไม่ไหม้ไหม? ผู้สื่อข่าวถาม สัปเหร่อที่มีอายุงานนานกว่า 20 ปี

“มี” สุเทพ ตอบเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ พร้อมอธิบายว่า “ส่วนใหญ่จะเป็นคนมีของ และจะเป็นคนแก่ๆ อายุ 80-90 ปี”

“ผมต้องขอขมาลาโทษคนตายก่อน ต้องจุดธูปบอกคนตายให้เขาละสังขาร ละวิชาต่างๆ ที่อยู่ในตัวคืนกลับไปให้ผู้ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่เขา ผมถึงจะเผาได้”

ส่วนร่างของคนตายที่เผาง่ายๆ นั้น จะเป็นลักษณะของคนที่มีรูปร่างอ้วน ตัวใหญ่ “คนอ้วนจะถึงไฟ พอโดนไฟจะตัวเหลือหน่อยนึง เราก็ไม่ต้องทำอะไรมาก” สุเทพ อธิบายตามประสบการณ์

ผู้สื่อข่าว จึงถามว่า แล้วทำอะไรมาก นี่คือต้องทำอะไร?

สุเทพ เปิดเผยถึงเรื่องราวที่น้อยคนจะได้รู้ว่า สัปเหร่อจะต้องเปิดเตา เพื่อดูว่าศพไหม้ครบทั้งร่างหรือยัง หากเปิดเตาออกมาแล้วพบว่า ศพไหม้เพียงด้านเดียว เราก็จะต้องเอาซ่อมขนาดใหญ่มีปลายแหลม 2 แง่ง (ปัจจุบันใช้เหล็กที่มีขนาดใหญ่เหมือนคราด) เสียบเข้าไปที่ร่างศพ เพื่อพลิกศพให้หันกลับมาอีกด้าน และให้ร่างของเขาได้โดนไฟเสมอกัน

“ก่อนที่เราจะเสียบเข้าไปในร่างของเขา เราก็ต้องยกมือขอขมา บอกว่า ลูกหลานทำตามหน้าที่นะ และต้องเผาจนโลงไหม้ให้หมดเสียก่อน จากนั้นค่อยเสียบเข้าไป และพลิกศพให้เผาเสมอกันทุกด้าน ของแบบนี้หนีกันไม่พ้นหรอก ไม่ว่าจะคนเล็ก คนใหญ่ ขี้ข้า ยาจกต้องเข้าไปอยู่ในนั้นหมด จากนั้น ตี 5 ผมก็นำกระดูกมาร่อนๆ และเรียงเป็นรูปให้กับญาติของเขา”

เคยเจอดีไหม? ผู้สื่อข่าวถามถึงสิ่งที่มองไม่เห็น

สุเทพส่ายหัว แต่ผู้เป็นเมียตอบในทันทีว่า “เคย”

สมบัติ เมียสัปเหร่อ เล่าว่า “ช่วงเช้ามืดปีก่อน ฉันตื่นขึ้นมาตอนตี 3 กับหลานสาว เพื่อทำกับข้าวให้กับเจ้าภาพงานศพ เราสองคนเห็นใครสักคนเดินอยู่หน้าศาลาที่จัดงานศพ เขาเป็นผู้ชาย สวมเสื้อขาว กางเกงขายาวสีดำ เดินวนไปวนมา ฉันหันไปถามหลานว่า ใครมาเดินเวลานี้ เห็นไหม

“หลานฉันบอก เห็น สงสัยมาออกกำลังกายหรือเปล่า เราทำกับข้าวล้างผักไปได้สักพัก กระทั่ง หันไปมองนอกศาลาอีกที ปรากฏว่า คนเสื้อขาวที่ฉันเห็นสูงขึ้นเรื่อยๆ สูงกว่าศาลาวัดแล้ว ฉันหันไปสะกิดหลานสาว มันนิ่ง เลยหันไปดูหลานก็เห็นว่า มันตาค้างอยู่”

ผู้สื่อข่าวต่อว่า “เหมือนที่โบราณว่าไว้ไหม มือเท่าใบตาล ปากเท่ารูเข็ม?”

สมบัติ เมียสัปเหร่อ ตอบว่า “ไม่นะ เป็นแค่คนที่สูงขึ้น ร่างกายปกติ ไม่มีมือเท่าใบตาล ปากเท่ารูเข็ม จากนั้น ร่างของเขาก็ค่อยๆ จางหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

สุเทพ คนในข่าวของเราวันนี้ หันมาพูดกับผู้สื่อข่าวด้วยดวงตาของคนเหนื่อยล้าในชีวิตว่า “สิ่งใดๆ ก็ตามที่ข้าพเจ้าได้ทำ ขอยุติแต่เพียงเท่านี้ อย่ามีอะไรมารบกวนครอบครัวของข้าพเจ้า รบกวนการงานของข้าพเจ้า จบสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ขออโหสิกรรมให้กันและกันด้วยเถิด (สุเทพยกมือพนมท่วมหัว)”.

Football news:

Jose Mourinho: if Tottenham do not get into the top 6, it will not be the end of the world
Hazard will miss the match with athletic
Juventus are Interested in Jacko
Micah Richards: Arsenal need to keep the Forward. It can attract other top players
York on Keane's criticism of De Gea and Maguire: Roy himself was not perfect when he played. He should be more restrained
Setien on Griezmann: When he plays, I am asked about Fathi, and Vice versa. Antoine is important to Barca
Setien on the situation with Messi: I haven't heard anything from him. Everything else is speculation