Thailand

ก้าวที่เติบโตของ "The Mousses" ค้นพบสิ่งใหม่สุขในจิตใจได้ด้วยตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม...

เปิดตัวมาแบบแจกความสดใสในสไตล์ 4 หนุ่มวงร็อกสายแฟ แอร์-พงศกร ลิ่มสกุล (ร้องนำ), จ๊ะ-อธิศ อมรเวช (กีตาร์), ต๋า-ศุภโชค เตือนจิตต์ (กลอง) และ กั๊ป-ปัจจาพงศ์ ศุภชัยเจริญ (เบส) วง The Mousses (เดอะมูส) สังกัด จีนี่ เรคคอร์ดส ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ กับอีพีอัลบั้มใหม่สไตล์โมเดิร์นป๊อปร็อก “Happy Alone (แฮปปี้ อโลน)” ที่ทั้งวงบอกว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่รักมาก เปิดตัวด้วยเพลงสุดจี๊ดอย่าง “Cosplay (คอสเพลย์)” ต่อด้วยซิงเกิลที่ 2 “ขอดูก่อน” เพลงให้กำลังใจ ซิงเกิลที่ 3 “ยังไงก็ต้องไหว” และล่าสุดเพลงความหมายตรงแทงใจ “คนปากแข็ง” ซึ่งเพลงทั้งอัลบั้มเป็นกลุ่มก้อนที่ มาจากแก่นเดียว 4 หนุ่มเล่าการเติบโตและความสุข ณ ตอนนี้ให้ฟัง

เริ่มจากสีสันอัลบั้ม “Happy Alone”?

จ๊ะ “อัลบั้มนี้เป็นหลายเรื่องราวในไอเดียเดียวกัน คือ “Happy Alone” ที่มาของมันคือจุดกำเนิดของวงที่ไปเล่นปาร์ตี้ “Happy Alone” และประจวบเหมาะเป็นเรื่องที่อยากเล่าตอนนี้พอดี Alone มันต่างกับที่เรามองตอนเด็ก ตอนเด็กๆคือมองแค่โสดเว้ย แต่จริงๆมันคือการรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของความสุขกับจิตใจตัวเอง การอยู่คนเดียวมันทำให้เราพิจารณาตัวเองว่าต้องการอะไร มันดีนะที่ได้รับความรักจากคนอื่น การได้เจอคู่ชีวิตก็เป็นสิ่งดี รักษามันไว้ แต่ถ้ามันไม่มี เราก็ให้ความสุขตัวเองได้ เช่น อยากท่องเที่ยว ตามฝันตัวเอง นี่คือไอเดียของอัลบั้มนี้ที่สวนทางกับอัลบั้มที่ผ่านมา อย่างเพลงเจ็บที่ต้องรู้ หลอกให้รัก จากอัลบั้ม Change ซึ่งเป็นการรวมเพลงในหลายช่วงเวลา แต่อัลบั้มนี้คือเราวางกล่อง “Happy Alone” การจะใส่อะไรลงไปต้องอยู่ในประเภทนี้ เรื่องราวที่เล่า อย่างถ้าอกหักก็จะเป็นแนวไม่เป็นไรนะ “ยังไงก็ต้องไหว” ความเจ็บมันคุ้มค่า อย่าง “ขอดูก่อน” เป็นเรื่องสนุกๆ คนเดี๋ยวนี้เบื่อง่าย อะไรก็ขอดูก่อน ผนวกกับเรื่องความสัมพันธ์เราจะคบกันมั้ยดูไปก่อนแล้วกัน ที่ผ่านมาเจ็บมาเยอะ”

ลุคต่างดูสดใสขึ้นๆ?

ต๋า “เรียกว่าเก๊กน้อยลง (ยิ้ม) เข้าถึงได้มากขึ้น”

กั๊ป “อัลบั้มนี้ต้องเต้นด้วย ผมก็ไม่เคยเต้นมาก่อน ตั้งแต่อนุบาล”

ลุ้นกับกระแสมั้ย?

จ๊ะ “เรารู้ว่ามันอาจจะไม่ได้ตู้มต้าม แต่ที่เราลุ้นคือข้อความที่เราอยากให้คนเข้าใจมากกว่าว่าเรามีไอเดียแบบนี้ ถ้าตรงกับใจคนก็คือโบนัสของเรา ถามว่าแฟนๆเข้าใจกับสีสันใหม่มั้ย เป็นธรรมดาของทุกวง เพราะคนเรามีรสนิยม มีอิสระทางความคิด เค้ามีสิทธิเลือกชอบหรือไม่ชอบ”

เรื่องการทำดนตรีล่ะ?

ต๋า “อย่างที่จ๊ะบอกว่า “Happy Alone” เป็นจุดกำเนิดของเดอะมูส เราก็อยากทำอะไรที่คนฟังได้ย้อนไปสมัยนั้น แต่เป็นในปัจจุบันของเรา พาร์ตดนตรีเรียกว่าแตกต่างจากเดิมสิ้นเชิง แต่ยังเป็นเรา”

กั๊ป “มันเป็นการขึ้นพาร์ตดนตรีโดยเป็นการกลับมาดูคอนเซปต์ของแต่ละเพลงที่เป็น “Happy Alone” ว่าเพลงนี้พูดถึงเรื่องนี้ ดนตรีควรสนุกมั้ยหรืออารมณ์อย่างไร”

จ๊ะ “เมื่อก่อนทำเพลงคือใส่ให้ครบทุกเครื่องดนตรี แต่ตอนนี้เรามองมู้ดแอนด์โทนให้มันไปด้วยกัน”

แอร์ “ส่วนวิธีการร้องก็ต่างจากอัลบั้มที่แล้ว อยากใช้โทนเสียงแบบนี้ที่ซัพพอร์ตกับดนตรี”

จ๊ะ “เหมือนที่บอกว่าคอนเซปต์เราชัดเจน มันเลยคุมง่าย ไม่มีตรงไหนหลุด คิดให้เยอะขึ้นเล่นให้น้อยลง”

พอวงโตขึ้น ดูอะไรๆ ง่ายลง?

ต๋า “มันอาจจะง่ายลง เพราะเราเตรียมตัวมาดี เรากำหนดแน่ชัดแล้ว”

ถ้าเปรียบวงเป็นคนคนหนึ่งมาถึงอัลบั้มนี้ ผู้ชายคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง?

“ผมว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ผ่านชีวิตมาทั้งเรื่องดีและร้าย เก็บเอามาเป็นประสบการณ์ชีวิต จนวันหนึ่งได้รู้ว่าความสุขที่แท้จริง เราสามารถให้ความสุขให้คุณค่าตัวเองได้ ความสุขของเราไม่ได้ขึ้นกับใคร”

12 ปีของเดอะมูส ตั้งแต่แรกถูกมองที่หน้าตามากกว่าฝีมือ จนถึงวันนี้ถือว่าวันนี้ได้พิสูจน์ตัวเองรึยัง?

ต๋า “มันก็พูดได้ไม่เต็มปาก อยากให้เห็นความตั้งใจของเราดีกว่า ถ้าเราสำเร็จคนจะเชื่อเอง ตอนนี้เราถือว่าสำเร็จในตัววงเรา แต่เรายังไม่สามารถพูดได้ว่าทุกคนมองเราเพอร์เฟกต์ ไม่ได้มองที่หน้าตา เราตัดสินตรงนั้นไม่ได้”

จ๊ะ “อยากให้มองความตั้งใจ เราจริงใจกับงานของเรา ส่วนมันจะเป็นที่พึงพอใจมั้ยเป็นเรื่องของคนฟัง”

ชีวิตจริง “Happy Alone” มั้ย?

กั๊ป “ไม่อโลนแต่ความแฮปปี้อโลนของผมคือการได้เรียนรู้วิธีจัดการปัญหามากขึ้น เราอาจมีการกระทบกัน เราเลือกวิธีแก้ปัญหาดีกว่าเดิม”

จ๊ะ “ผมมองเรื่องการรับมือเวลาเหงายังไงดีกว่า เวลาอยู่คนเดียวผมจะคิดมาก ค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องอนาคต เราแฮงเอาต์มานานทำให้คิดว่าใช้เวลาไม่คุ้มไปเยอะ เลยมองหาความสุขกับการอยู่คนเดียว เล่นเกม คุยกับเพื่อนเก่าๆ หาความสุขให้หัวใจตัวเอง เวลาคนเรามีน้อย”

ต๋า “เรื่องหัวใจมีความสุขดี แฟนผมอยู่อเมริกา เรื่องแฮปปี้อโลนในชีวิต ผมมองว่าการจัดการสภาพจิตใจตัวเองได้ดี อยู่ตรงไหนแล้วสบายใจก็อยู่ตรงนั้น แต่ถ้าเราคุยกับใครแล้วคิดว่าคุยมากกว่านี้ไม่มีความสุขก็คุยแค่เรื่องที่จำเป็น คุยกับใครได้พลังงานดีก็คุยกับคนนั้น”

แอร์ “หัวใจไม่อโลนครับ ถามว่ารักษาความสัมพันธ์ยังไง ผมว่าคนมีคู่หรือไม่มีคู่ ทุกคนก็ต้องมีพื้นที่ไม่ไปล้ำเส้นกันแล้วจะอยู่กันได้ยาว”.

ซุป'ตาร์ ดาวดัง

Football news:

Hans-Dieter flick: I Hope Alaba will sign a contract with Bayern. Our club is one of the best in the world
Diego Maradona: Messi gave Barca everything, brought them to the top. He was not treated the way he deserved
Federico Chiesa: I hope to leave my mark in Juve. We will achieve great results
The Coach Of Benfica: I don't want us to look like the current Barcelona, it has nothing
Guardiola on returning to Barca: I'm happy at Manchester City. I hope to stay here
Fabinho will not play with West ham due to injury
Ronald Koeman: Maradona was the best in his time. Now the best Messi