logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo
star Bookmark: Tag Tag Tag Tag Tag
Thailand

คอลัมน์นอกหน้าต่าง นั่งบนภูดูญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ฟาดฟันกัน จีนรับโชคสองชั้นเศรษฐกิจ-การทูต


ปักกิ่งยิ้มกริ่ม สงครามการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ อาจทำให้แผนการเมด อิน ไชน่า 2025 ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ทั้งยังช่วยบ่อนเซาะกลุ่มพันธมิตรสามเส้า วอชิงตัน-โตเกียว-โซล ที่คอยตามติดปิดกั้นการขยายอิทธิพลของพญามังกรในย่านแปซิฟิก

นักวิเคราะห์มองว่า ขณะที่มาตรการของญี่ปุ่นในการจำกัดการส่งออกให้แก่บริษัทเกาหลีใต้มีแนวโน้มสร้างความย่อยยับทั้งสองฝ่าย แต่สำหรับผู้ผลิตจีนกลับกลายได้ส้มหล่นไม่รู้ตัว นอกจากนั้นนักการทูตแดนมังกรสุดแสนแฮปปี้ที่ได้เห็นสองพันธมิตรสำคัญของอเมริกาแยกเขี้ยวใส่กัน

ช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว โตเกียวยืนยันการตัดสินใจจำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทคแดนโสมขาว และแม้ฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีการค้า สำทับว่า โตเกียวพร้อมเจรจา แต่ก็ตีความได้ว่า ญี่ปุ่นไม่สนใจคำขู่ของประธานาธิบดีมุน แจอิน ที่ว่า โซลพร้อมแล้วที่จะใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็น ซึ่งอาจหมายถึงการระงับการส่งออกจอ OLED ที่จะกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการผลิตทีวีไฮเอนด์ของบริษัทแดนอาทิตย์อุทัย

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากสองประเทศตอบโต้กันด้วยสินค้าไฮเทค ผู้ผลิตจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่อยู่ระหว่างการสร้างโปรไฟล์ จะมีโอกาสดีที่สุดในการเติมเต็มสุญญากาศที่เกิดขึ้น

ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ต่อยักษ์ใหญ่ไฮเทคแดนโสมขาวอย่างซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และแอลจี ดิสเพลย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทญี่ปุ่นเองที่จำเป็นต้องหาลูกค้าใหม่ และอาจเผชิญภาวะห่วงโซ่อุปทานชะงักถ้าปัญหานี้ยืดเยื้อออกไป

แผลเก่า

ต้นเหตุของเรื่องนี้คือบาดแผลเก่าตั้งแต่ครั้งที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครองคาบสมุทรเกาหลี ในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยโตเกียวเชื่อว่า ตนเองจ่ายค่าชดเชยตามที่จำเป็นทั้งหมดแล้วภายใต้สนธิสัญญาปี 1965 ดังนั้นจึงรู้สึกโกรธมากหลังจากที่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ศาลเกาหลีใต้สั่งให้บริษัทนิปปอน สตีลของญี่ปุ่นจ่ายชดเชยให้แก่เหยื่อทาสกรรมกรชาวเกาหลีที่ถูกบังคับใช้แรงงานในช่วงสงคราม

ต้นเดือนนี้โตเกียวจึงตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกวัสดุไฮเทค 3 อย่างที่บริษัทเกาหลีใต้สั่งซื้อจากญี่ปุ่นเป็นหลัก ได้แก่ ฟลูออริเนตโพลีเอไมด์ ที่ใช้ในการผลิตสมาร์ทโฟน สารไวแสงและไฮโดรเจนฟลูออไรด์ที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมการค้าระหว่างประเทศแห่งเกาหลีใต้ เดือนพฤษภาคมเกาหลีใต้สั่งซื้อฟลูออริเนตโพลีเอไมด์จากญี่ปุ่น 94% ของปริมาณที่ใช้ และ สำหรับสารไวแสงอยู่ที่ 92%

อย่างไรก็ตาม วันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ก.ค.) เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นแถลงว่า มาตรการจำกัดการส่งออกไม่ได้เป็นการตอบโต้ข้อพิพาทเรื่องการจ่ายค่าชดเชยแรงงานเกาหลีใต้ในอดีต แต่สืบเนื่องจากการที่เกาหลีใต้จัดการกับสินค้าอ่อนไหวบางอย่างที่ญี่ปุ่นขายให้อย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการที่ไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออก

ขณะเดียวกัน สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ซึ่งเป็นสารที่สามารถนำไปผลิตอาวุธเคมีได้และอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออก ได้ถูกแบ่งส่งไปให้เกาหลีเหนือหลังจากที่ญี่ปุ่นขายให้เกาหลีใต้

ด้าน คิม ยูกึน รองผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงของเกาหลีใต้ แถลงตอบโต้โดยยืนยันว่า โซลบังคับใช้มาตรการแซงก์ชันของสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงมาตรการควบคุมการส่งออกวัสดุอ่อนไหวและเทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทางของนานาชาติอย่างเคร่งครัด

เขายังเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งหากพบว่า เกาหลีใต้ผิดจริง รัฐบาลพร้อมขอโทษและแก้ไขทันที แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ญี่ปุ่นต้องขอโทษและยกเลิกการจำกัดการส่งออกทันทีเช่นกัน

พังทั้งคู่

ริว ฮินาตะ-ยามากูชิ ศาสตราจารย์รับเชิญของคณะเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซาน บอกว่า แม้ญี่ปุ่นเป็นแหล่งที่มาของสารเคมีและการผลิตที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเกาหลีใต้ แต่ในทางกลับกัน เกาหลีใต้ก็เป็นตลาดส่งออกสำคัญสำหรับญี่ปุ่น ดังนั้น มาตรการแซงก์ชันนี้จึงสร้างความเสียหายต่อทั้งคู่

จุน พัค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยจอร์จ เมสัน วิทยาเขตเกาหลี เห็นด้วยว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศเชื่อมต่อและเติมเต็มกัน ตัวอย่างเช่น บริษัทเกาหลีใต้ซื้อวัตถุดิบจากญี่ปุ่นเพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่บ่อยครั้งส่งกลับไปขายให้บริษัทญี่ปุ่น

พัคเสริมว่า ดูจากระดับความตึงเครียด ไม่มีแนวโน้มว่า สองประเทศจะตัดขาดกันโดยสิ้นเชิง กระนั้น ถ้าความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจกระทบต่อการจัดส่งชิปทั่วโลกและส่งผลต่อผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่างแอปเปิลและหัวเว่ยด้วย

จีนรับส้มหล่น

นักวิเคราะห์หลายคนลงความเห็นว่า บริษัทจีนจะรับส้มหล่นจากศึกครั้งนี้

สงครามการค้ากับอเมริกาที่ลากยาวมาปีเต็มๆ และยังไม่รู้ว่า จะหมู่หรือจ่า ส่งผลให้จีนตัดสินใจพัฒนาอุตสาหกรรมชิปของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพิงต่างชาติ

หัวใจสำคัญของแผนการนี้คืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยภายใต้แผนเมด อิน ไชน่า 2025 นั้น ปักกิ่งตั้งเป้าผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 40% ของปริมาณที่ต้องใช้ภายในปี 2020 และ 70% ในปี 2025 จากไม่ถึง 10% ในขณะนี้

พัคเชื่อว่า บริษัทจีนพร้อมเสียบทันที ถ้าการงัดข้อระหว่างโตเกียวกับโซลทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกสะดุด ตัวอย่างเช่นภายใต้สมมติฐานว่า ความขัดแย้งทางการค้าขณะนี้ทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้รับผลกระทบในช่วงสั้นๆ เท่านั้น อาจคาดการณ์ได้ว่า ถ้าศักยภาพของเกาหลีใต้ในตลาดโลกถูกจำกัด จีนจะฉวยโอกาสดันตัวเองขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งแทน เนื่องจากจีนมีแรงจูงใจที่จะไต่เต้าในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อยู่แล้ว กระนั้น ต้องรอดูต่อไปว่า จีนจะเป็นประเทศเดียวที่ได้รับอานิสงส์จากศึกการค้าของสองชาติเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกหรือไม่

ถ้าจีนฉวยโอกาสนี้สำเร็จ อาจเป็นการรื้อฟื้นการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ให้คุโชนขึ้นมาอีกครั้ง โดยในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 นั้นญี่ปุ่นถือว่า มาแรงที่สุด ก่อนเสียตำแหน่งให้เกาหลีใต้นับจากทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา และจากสภาพการณ์ปัจจุบันที่โตเกียวกับโซลกำลังห้ำหั่นกัน นี่จึงอาจเป็นนาทีทองที่จีนจะเบียดขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงบ้าง

ผลพวงทางการทูต

นอกจากประเด็นอุตสาหกรรมแล้ว จีนยังอาจได้อานิสงส์ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ด้วย

ฮินาตะ-ยามากูชิแจงว่า การปีนเกลียวระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้อาจทำให้จีนได้ประโยชน์ เนื่องจากทั้งคู่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและสำคัญของอเมริกา และสามประเทศนี้อาจพัฒนากลุ่มพันธมิตรระดับโลกเพื่อคอยสอดส่องและขัดขวางการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในย่านแปซิฟิก แบบเดียวกับที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตามเช็คและสกัดกั้นอิทธิพลของรัสเซียในยุโรป

ศาสตราจารย์รับเชิญของมหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานผู้นี้สำทับว่า แม้สถานะทางการทูตระหว่างโตเกียวกับโซลเป็นอัมพาตมาพักใหญ่ ทว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เสื่อมถอยลงครั้งนี้ไม่ได้แค่สร้างปัญหาเศรษฐกิจให้กับทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่ยังทำให้สัมพันธภาพตกต่ำสุดขีดอีกครั้ง

เขายังเตือนว่า เมื่อพิจารณาจากความเสียหายทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่สถานการณ์จะเลวร้ายลง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ควรพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ ซึ่งในบริบทของปัญหาทางการเมืองที่สั่งสมมายาวนานนั้น อาจทำให้รัฐบาลของทั้งสองชาติจำเป็นต้องใช้มาตรการที่ห้าวหาญอย่างยิ่ง และสุดท้ายแล้ว จีนจะได้ประโยชน์จากมวยคู่เอกนี้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่า ความสัมพันธ์โซล-โตเกียวจะเลวร้ายได้เพียงใด


All rights and copyright belongs to author:
Themes
ICO