Thailand

โฟกัสสถานการณ์ “รุก-รับ” ม็อบรุ่นใหม่ไล่รัฐบาล : ยกระดับมวลชน เดิมพันชอบธรรม

ในจังหวะพาดโยงไปถึงกลุ่มคนที่นัดรวมตัวชุมนุมประท้วง เตือนกันเป็นนัย การรวมตัวเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาลที่จะทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในไทย ขณะเดียวกัน กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำลายการทำมาหากินของคนไทยด้วยกันอีกสิบๆล้านคน

สรุป ไม่อยากให้ม็อบซ้ำมหาวิกฤติเศรษฐกิจโควิด

ชักแม่น้ำทั่ง 5 สกัดความร้อนแรงของมวลชนรุ่นใหม่ ม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา

อารมณ์ทั้งปลอบทั้งขู่ “บิ๊กตู่” ยืนยันไม่ใช้ความรุนแรงกับม็อบปลดแอก เพราะเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่อีกทางก็ส่งสัญญาณเข้ม ห้ามมวลชนบุกล้ำเขตสถานที่สำคัญ เตือนอะไรไม่สมควรอย่าทำ

หากถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เสียอนาคตการเรียน

ตามรูปการณ์ความพยายามสกัดเกมม็อบ ยังเชื่อมโยง ไปถึงกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกประกาศไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัย กลายเป็นชนวนแตกแยก มีทั้งกลุ่มศิษย์เก่าที่สนับสนุนคำสั่งห้ามม็อบ อีกฝั่งเรียกร้องให้ผู้บริหารเปิดพื้นที่ให้เด็กนักศึกษา อย่าตกเป็นลูกไล่เผด็จการ

ปมท้าทายเกียรติภูมิของ “ธรรมศาสตร์”

และตามฟอร์ม มันคือโอกาสของนักการเมืองที่ต้องกระโดดโหนพลังมวลชนคนรุ่นใหม่

ตามจังหวะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำทีมหัวหน้า 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลยอมตามข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน

ชิงเหลี่ยมจี้ให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 23–24 กันยายน 2563 สนับสนุนให้มี ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ฝ่ายค้านขี่กระแสนักศึกษาไล่บี้ล้มกระดานอำนาจรัฐบาล 3 ป.

โดยเฉพาะทีมที่ออกตัวชัดเจน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยืนยันพรรคก้าวไกลจะลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์การชุมนุมครั้งนี้แน่ๆ ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ มีการทำให้การใช้เสรีภาพในการแสดงออกของคนที่มาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ หรือไม่

รัฐบาล ฝ่ายค้าน ต่างฝ่ายต่างเปิดไพ่กันหมดแล้ว

รุก รับ กันตามเหลี่ยมเกมอำนาจ ใครได้ ใครเสีย

อย่างไรก็ตาม โดยสถานการณ์ที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินม็อบ 19-20 กันยายน แนวร่วมประชาชนปลดแอกน่าจะแห่มากันหลัก 5 หมื่นขึ้นไป อาจทะลักเรือนแสน

เพื่อโชว์แสนยานุภาพเขย่าขวัญ กดดันขุมอำนาจรัฐ

แต่นั่นก็ยังแค่ “เผาหัว” ทดสอบแรงขับดันขั้นสุดท้าย

ยังไม่ใช่รายการปักหลักหักดิบ เพราะ “ของจริง” น่าจะไปฟันธงกันในวันที่ 23-24 ตุลาคม ช็อตสำคัญที่โยงกับเงื่อนไขสถานการณ์ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

จังหวะลุ้นจะมีการ “เบี้ยว” ข้อเรียกร้องมวลชนรุ่นใหม่หรือไม่

ในเหลี่ยมที่ “ส.ว.ลากตั้ง” ออกลีลายึกยักๆ กั๊กเชิงสับขาหลอก ตอนแรกปล่อยของผ่านกลุ่ม 60 ส.ว.อิสระบอกจะหนุนรื้อรัฐธรรมนูญ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ตัดอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี

แต่เอาเข้าจริงก็ชิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ส่อยื้อไปประชามติ

ลากยาวอำนาจตามฟอร์มธรรมชาติของปุถุชนคนการเมือง ไม่มีใครยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง

และแน่นอน ตามเงื่อนไข ถ้า ส.ว.ไม่เอาด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ติดล็อกตั้งแต่ด่านแรก ยากที่จะหวังกระบวนการเปลี่ยนแปลงกติกาฉบับซือแป๋มีชัย ในสภา ข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่ยื่นคำขาดให้ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา ก็ฟาวล์ ไม่ได้รับการตอบสนอง

มันก็ต้องมีการยกระดับม็อบกดดันกันตามยุทธศาสตร์

ลากเดิมพันไปวัดพลังกันนอกสภา

ตามเงื่อนไขสถานการณ์ ม็อบ “ประชาชนปลดแอก” จะปักหลักโค่นกระดานกัน ณ จุดนั้น

“ตุลาคม” เดือนประวัติศาสตร์ อาถรรพณ์อำนาจประเทศไทย

ท่ามกลางเสียงทัก เสียงเตือน ของผู้หลักผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ที่อาศัยประสบการณ์ในอดีตมาเป็นตัวอย่างในการกระตุกเตือนมวลชนรุ่นใหม่

มุกเดิมๆ อย่าตกเป็นเครื่องมือของพวกชิงบ้านชิงเมือง

แต่สังเกตได้เลยว่า แนวร่วมนักเรียน นิสิต นักศึกษา ยุคนี้ ไม่มีการเชื่อมโยงกับมวลชนยี่ห้อเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง นปช. พันธมิตรฯ หรือ กปปส.

ที่สำคัญไม่เห็นการเชื่อมยี่ห้อ “ทักษิณ” เครือข่าย “นายใหญ่”

จะมีก็แต่ความพยายามโหนขบวนแบบที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง นปช. ที่แทรกตัวเข้าไป โชว์เหลี่ยมเก๋าแกนนำม็อบรุ่นใหญ่ สอนแกนนำม็อบรุ่นใหม่

แนะไม่ให้สู้เกินขอบเขต เพื่อรักษาพลังในการขับเคลื่อน

แต่ด้วยยุคสมัยและวัยที่ต่างกัน ไม่มีสัญญาณตอบรับจากม็อบรุ่นใหม่แต่อย่างใด

หรือแม้แต่กลุ่มเด็กเอง ก็มีการแบ่งยุทธศาสตร์กันชัดเจน ด้านหนึ่ง “ตัวจี๊ด” อย่าง “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ก็ร้อนแรงตามสไตล์

โฉบเฉี่ยว สุ่มเสี่ยง ล้ำเขตแดนอันตราย

แต่อีกมุมก็เป็นการเคลื่อนอยู่บนขอบเขต นำโดยน.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก นายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ แกนนำกลุ่มประชาลาด น.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ

ประคอง “พลังบริสุทธิ์” ที่ต้องการแค่กำหนดอนาคตตัวเอง

ตามเงื่อนไขที่ยังจูนกันไม่ลงล็อก ม็อบรุ่นใหม่จึงยังจับทิศทางลำบาก

ณ ห้วงนี้จึงอยู่ในระยะของการชิงกระแส “ความชอบธรรม”

ในมุม “บิ๊กตู่” กับฝ่ายความมั่นคง ต้องคุมเกมไม่ให้รุนแรง เพราะหากเกิดเหตุเด็กเสียเลือดเสียเนื้อ

ผู้นำหนีไม่พ้นความรับผิดชอบสูงสุด

ขณะที่ม็อบรุ่นใหม่ก็ต้องรักษามาตรฐานการชุมนุมของปัญญาชน ไม่ใช่ม็อบอันธพาลป่วนเมือง

พิสูจน์การยกระดับชุมนุมใหญ่ที่ท้าทายกว่าแฟลชม็อบ

ไม่เว้นแม้แต่มือที่สาม มือที่สี่ ที่จะแทรกเข้ามาฉวยสถานการณ์ป่วน ก็ต้องประเมินจังหวะดีๆ ถ้าฝ่ายรัฐบาล ทีมความมั่นคงกับกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในมาตรฐานชุมนุมอย่างเรียบร้อย

ใครหน้าแหลมโผล่มาผิดคิว โดนลากคอประจานแน่.

“ทีมการเมือง”

Football news:

Highlight of the month: the Rangers forward scored from 50 meters (the farthest goal in the history of the Europa League). Gerrard says he's never seen anything more beautiful 😍
Mourinho on 3:0 with LASK: Difficult opponent, but Tottenham played so that the victory seemed easy
Stefano Pioli: Milan is not an ordinary team. He plays with less dedication after the Derby
Barca players - report on salary cuts: We are not going to put up with the violation of our rights by the club
Milan are 21 games unbeaten in all competitions. Next game - with Roma
A year ago, a forest was planted at the rival CSKA stadium. The author paid attention to the felling of trees
Conceisau about the refereeing of the game with Manchester City: I Apologize to the Portuguese referees after what I saw here