logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo
star Bookmark: Tag Tag Tag Tag Tag
Thailand

ผ่าห่วงโซ่ "ฟู้ดเดลิเวอรี่" 3.5 หมื่นล้าน สมรภูมินี้ใครเสีย ใครได้มากสุด?

เมนูเดียวกัน ร้านเดียวกัน สั่งเจ้าไหนคุ้ม?

‘ฟู้ดแพนด้า’ ถูกสุด?

‘ไลน์แมน’ แพงสุด?

เป็นเพราะอะไร? มาแยกย่อยดูกัน

ทีมข่าวฯ ทดลองกดสั่งก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อ ธรรมดา 1 ถุง จากร้านเดียวกันย่านวิภาวดี ผ่าน 3 แอปพลิเคชัน ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2562

เริ่มจาก แกร็บ ที่ราคากลางๆ ที่สุด รายละเอียดในแอปบอกว่า ระยะทาง 2.7 กิโลเมตร ส่วนราคาอาหารขึ้นว่า 35 บาท (หน้าร้าน 20 บาท) ดังนั้นจากราคา 54 บาท แบ่งเป็น ค่าอาหาร 35 บาท และค่าส่ง 19 บาท

ขณะที่ แอปที่ถูกสุดและแพงสุด ทำไมถึงถูก ทำไมถึงแพง มาแยกราคาดูกัน

ฟู้ดแพนด้า ที่ราคาถูกสุดนั้น เพราะค่าส่งเป็น 0 บาท แต่ราคาอาหารภายในแอปนั้นสูงกว่าเจ้าอื่น ขึ้นเป็น 45 บาท แต่โดยรวมก็ยังถูกที่สุดในบรรดา 3 แอปนี้

ส่วนไลน์แมน ที่ราคาแพงที่สุด 126 บาท นั่นก็มาจากค่าอาหาร 35 บาท (เท่ากันกับแกร็บ) แต่ค่าส่งกลับแพงกว่า อยู่ที่ 91 บาท แล้ว 91 บาทนี้มาจากอะไร?

91 บาทที่ว่านี้ แบ่งเป็น ค่าส่งเริ่มต้น 55 บาท และค่าส่งตามระยะทาง 36 บาท ซึ่งภายในแอปขึ้นระยะทางไว้ว่า 3.2 กิโลเมตร (ทวนความจำ ‘แกร็บ’ คิดระยะทาง 2.7 กิโลเมตร)

แต่บอกไว้ก่อนว่า ราคาที่ถูกสุด-แพงสุดนี้ ไม่ได้บอกว่า แอปไหนดีที่สุด เพราะแต่ละเมนู แต่ละสถานที่ก็แตกต่างกันไป

ทีนี้ถึงคราวผ่าดูห่วงโซ่ ‘ฟู้ด เดลิเวอรี่ แอปพลิเคชัน’ กันบ้าง ว่าภายในมีอะไร? ใครบ้างที่อยู่ในห่วงโซ่นี้?

ห่วงโซ่ ‘ฟู้ด เดลิเวอรี่ แอปพลิเคชัน’ ใครเสีย ใครได้ และใครได้มากสุด?

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำ "ตัวละคร" ภายในห่วงโซ่ ‘ฟู้ด เดลิเวอรี่ แอปพลิเคชัน’ ที่มีมูลค่า 35,000 ล้านบาทนี้

ตัวละครแรกจะเป็นใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ "ลูกค้า" หรือก็คือ ผู้บริโภคทั้งหลายนั่นเอง เรียกว่าเป็นตัวเอกเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าไม่มีตัวละครนี้ ก็อาจไม่เกิดวงจรนี้

ส่วนอีก 3 ตัวละคร ก็คือ ร้านอาหาร, คนขับมอเตอร์ไซค์ และแอปพลิเคชัน ซึ่ง "แอปพลิเคชัน" นี้คือ ตัวละครที่อาศัยช่องว่างโผล่มาท้ายสุด

ห่วงโซ่ ‘แกร็บฟู้ด’

จากเงิน 54 บาท ที่ "ลูกค้า" จ่าย จะแปลงเป็นค่าอาหาร 35 บาท และค่าส่ง 19 บาท ซึ่ง "ร้านอาหาร" จะได้ค่าอาหารทั้งหมด 35 บาท แต่ต้องหักเป็นค่าคอมมิชชั่นให้กับแอปอีกประมาณ 25% เท่ากับว่า ค่าอาหาร 35 บาท ร้านค้าจะได้ไม่เต็มจำนวน

ส่วน "คนขับ" รายได้จะมาจาก 3 ส่วน คือ ค่าส่งอาหาร 50 บาท, ค่าส่งจากลูกค้า 10 บาท และโปรโมชั่นลูกค้า แต่รายได้ทั้งหมดที่ว่านี้ต้องหักค่าคอมมิชชั่น หรือค่าบริการ ให้กับแอปรวมๆ 30% มาจากค่าส่งอาหาร 15% และค่าส่งจากลูกค้า 15% นั่นเอง

สรุป ‘แกร็บ ฟู้ด เดลิเวอรี่’ จะได้อะไรบ้าง?

คำตอบ ค่าส่งจากลูกค้า, ค่าคอมมิชชั่นจากร้านอาหาร ~25% และค่าบริการจากคนขับรวมๆ 30%

ห่วงโซ่ ‘ฟู้ดแพนด้า’

จากเงิน 45 บาท ที่ "ลูกค้า" จ่าย จะแปลงเป็นค่าอาหาร 45 บาทเต็มๆ แต่ทีนี้ "ร้านอาหาร" จะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย 45 บาทเลยหรือไม่? แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะในทุกๆ เดือน ร้านอาหารต้องหักค่าคอมมิชชั่นให้กับแอปประมาณ 30% ของรายได้ที่มาจากการสั่งผ่านแอปทั้งหมด

ส่วน "คนขับ" รายได้ตกเป็นชั่วโมง อยู่ที่ราวๆ 20-50 บาท (*อาจมีการเปลี่ยนแปลง) และค่ารอบเริ่มต้นอยู่ที่ 20 บาทต่อรอบ (*อาจมีการเปลี่ยนแปลง) ซึ่งรายได้ตรงนี้ ‘ฟู้ดแพนด้า’ เป็นคนจ่ายให้เหมือนกับ ‘แกร็บฟู้ด’ เมื่อบวกกันแล้วต้องหักภาษีอีก 3%

สรุป ‘ฟู้ดแพนด้า’ ได้อะไรบ้าง?

คำตอบ ค่าคอมมิชชั่นจากร้านอาหาร 30% ต่อเดือน

ห่วงโซ่ ‘ไลน์แมน’

มาถึงแอปที่ 3 ที่มีความแตกต่างกับ 2 แอปแรก ตรงที่มีการจับมือกับ ‘วงใน’ (Wongnai) ดังนั้น จาก 126 บาท ที่ "ลูกค้า" จ่าย จะแปลงเป็น ค่าอาหาร 35 บาท และค่าส่ง 91 บาท แต่ในส่วนค่าอาหารนั้น "ร้านอาหาร" ต้องหักไปจ่ายให้กับค่าบริการระบบ RMS ของ ‘วงใน’ ซึ่งต้องซื้อเป็นแพ็กเกจและค่าบริการ รวมถึงซอฟต์แวร์ เริ่มต้นตั้งแต่ 399-2,799 บาท ตรงส่วนนี้ร้านอาหารต้องหักจ่ายเป็นรายเดือน

ส่วน "คนขับ" รายได้มากจาก 2 ส่วน คือ ค่าจัดส่งเริ่มต้น 55 บาท และค่าส่งตามระยะทาง ที่คิดกิโลเมตรละ 9 บาท แต่เมื่อรวมรายได้แล้วต้องหักค่าคอมมิชชั่นให้กับแอปอีก 15-30%

สรุป ‘ไลน์แมน’ ได้อะไรบ้าง?

คำตอบ ค่าคอมมิชชั่นจากคนขับ 15-30%

(*ข้อมูล ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2562 ดังนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนค่าคอมมิชชั่นและรายได้)

จากห่วงโซ่ตัวอย่าง 3 แอป แน่นอนว่า ตัวละครที่ยืนเหนือสุดของห่วงโซ่คงหนีไม่พ้น "แอปพลิเคชัน" ที่ให้บริการ ‘ฟู้ด เดลิเวอรี่’ ส่วน "ลูกค้า" ที่แม้จะต้องเสียเงิน แต่ก็ได้รับของที่ตอบโจทย์ความต้องการ ขณะที่ "คนขับ" เองก็ถือเป็นการหารายได้เพิ่มขึ้น หลังจากนี้คงต้องดูว่า สัดส่วนรายได้จะมีการเปลี่ยนแปลงจนทำให้มูลค่าส่วนแบ่ง 3.9 พันล้านบาทลดลงหรือไม่

ในส่วนของ "ร้านอาหาร" คือ ตัวละครที่ได้น้อยที่สุด ที่แม้ว่าจะมีโอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มระบบขนส่งและสาขา แต่จากการถูกหักค่าคอมมิชชั่นของ "แอปพลิเคชัน" ก็อาจทำให้กำไรลดลง ซึ่งถ้าดูจากห่วงโซ่ด้านบน ก็จะเห็นแล้วว่า ร้านอาหารขนาดกลางและเล็กเลือกที่จะใช้วิธี "บวกเพิ่มค่าอาหาร" จากราคาหน้าร้าน เพื่อหักลบกับส่วนที่ต้องหักค่าคอมมิชชั่น

อีกทั้งการแข่งขันที่สูงก็ไม่อาจการันตีได้ว่า ร้านอาหารจะได้ออเดอร์เยอะมากพอที่จะคุ้มทุนจากการหักค่าคอมมิชชั่นของ "แอปพลิเคชัน"

ส่วนการใช้แอปพลิเคชันไหนแล้วร้านอาหารจะคุ้มค่าที่สุดนั้น "ร้านอาหาร" อาจต้องพิจารณารูปแบบธุรกิจและต้นทุนของร้านอาหารตัวเอง ว่า หากเทียบกับรายได้หรือโอกาสที่จะเข้ามาแล้วคุ้มทุนหรือไม่นั่นเอง

หากถามว่า ‘ฟู้ด เดลิเวอรี่ แอปพลิเคชัน’ จะอยู่ไปได้ยาวนานอีกแค่ไหน ก็คงต้องบอกว่าอีกนาน และอาจขยายตัวไปอีก 2-3 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Themes
ICO