Thailand

อุ๋ย นนทรีย์ ตีแผ่ "คืนยุติ-ธรรม" กระตุ้นคนไทยรู้จักปกป้องสิทธิ์ตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม...

แค่ปล่อยคลิปเทรลเลอร์ภาพยนตร์ก็ฮือฮาไม่น้อย สำหรับ “คืนยุติ-ธรรม” ค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส ผลงานภายใต้การกำกับของ โน้ต กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์ โดยมีผู้กำกับรุ่นใหญ่ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ นำแสดงโดย ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล, ปูเป้ รามาวดี นาคฉัตรีย์, ซูโม่กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการตีแผ่เรื่องความยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำในสังคม ประเด็นร้อนๆ ที่เป็นปมคำถามในใจของใครหลายคน แต่น้อยคนนักที่จะกล้าพูดเรื่องนี้แบบตรงไปตรงมา

ล่าสุด อุ๋ย นนทรีย์ เปิดใจหลังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมถึงกระแสตอบรับที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตอบตรงๆ เพราะอะไรถึงคิดว่าควรมีหนังแบบนี้ออกมาสู่สายตาคนในสังคมไทย

กระแส “คืนยุติ-ธรรม” หลังปล่อยเทรลเลอร์ล่าสุดไปเป็นอย่างไรบ้าง?
“กระแสตอนนี้ทำงานมากกว่าเดิมมาก ได้ทั้งกระแส MV “ยุติ-ธรรม” ของวง “ไททศมิตร” ที่ปล่อยมาแค่ 1 สัปดาห์ ยอดวิวกว่า 1.6 ล้านครั้งแล้ว (ชมคลิป คลิกที่นี่) เอาเฉพาะแค่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผมเอง ตอนปล่อยเทรลเลอร์หรือโปสเตอร์มีคนกดไลค์แค่ 400 กว่าคน

แต่ล่าสุดที่โพสต์โปสเตอร์หลักไปยอดคนกดไลค์เพิ่มเป็น 1,000 กว่าคน อาจเป็นเพราะกระแสปัญหาต่างๆ ที่มาเหมาะเจาะตอนหนังจะเข้าพอดี คนตื่นตัวกับเรื่อง “ความยุติธรรม” มากกว่าปกติ กระแสโดยรวมเลยดีขึ้นมากทีเดียว”

เป็นเพราะแนวหนังแปลกใหม่ด้วยหรือเปล่า?
“ตั้งแต่แรกที่ผู้กำกับ (โน้ต กัณฑ์ปวิตร) เขียนมา เรารู้สึกเป็นกลิ่นใหม่ของหนังไทย อาจไม่ได้ใหม่เอี่ยม แต่เป็นมุมมองใหม่ของหนังในช่วงนี้ เพราะไลน์อัพหนังส่วนใหญ่ตั้งแต่ต้นปีส่วนใหญ่มีกลิ่นอีสาน เอานักร้องนักแสดงอีสานมาเล่นหนังตลก ซึ่งอาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้บ้านเรามีแต่เรื่องเครียดๆ คนเลยมองว่าเอาหนังตลกมาคลายเครียดให้คนดูดีกว่า

แต่พอคอหนังได้เห็นเทรลเลอร์ “คืนยุติ-ธรรม” ตัวล่าสุด เขาเลยตื่นตัวกับรสชาติใหม่ๆ เราคนทำหนังเองยังรู้สึกแตกต่างจริงๆ ด้วยคุณภาพของหนังและวิธีการนำเสนอในอีกมุมมองหนึ่ง ทำให้กระแสชัดเจนว่าคนอยากเห็นอะไรที่แตกต่างบ้าง”

ฟีดแบ็กส่วนใหญ่เป็นอย่างไร?
“มีบางคนเขียนว่า รอเรื่องแบบนี้มานาน รอสิ่งที่จะพูดกับสังคมอย่างนี้มานาน แต่ที่ผ่านมาเหมือนคนพยายามจะเลี่ยงเรื่องราวแบบนี้เสมอ ไม่กล้าพูดถึงตำรวจ กระบวนการยุติธรรม อะไรต่างๆ ที่ไปแตะต้องการเมือง ระบบราชการ เรื่องนี้เป็นความกล้าอย่างหนึ่งที่เราอยากให้คนได้เห็นว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรมองข้าม

ความยุติธรรมควรอยู่กับคนทุกชนชั้น ไม่ใช่เฉพาะคนชั้นบนอย่างเดียว และในปัจจุบันเองเหมือนผู้คนอยากจะออกมาเรียกร้องอะไรบางอย่าง และเราก็มีองค์กรเอกชนต่างๆ ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้คน เช่น ทนายชาวบ้าน ทำให้เรามีปากมีเสียงมากขึ้น สมัยก่อนตาสีตาสาไม่มีทางแตะต้องพวกนี้ได้แน่นอน”

เพราะอะไรคิดว่าควรมีหนังแบบนี้ออกมา?
“เรารู้สึกว่าคนรุ่นใหม่เห็นความถูกต้องเป็นหลัก ความถูกต้องที่อยู่กับคนข้างบนอย่างเดียว คนมักพูดเสมอว่า “คุกมีไว้ขังเฉพาะคนจน” แต่เดี๋ยวนี้คนเริ่มยอมไม่ได้ ทุกคนเริ่มรู้และเข้าใจในสิทธิ์ของตัวเองมากขึ้น

เหมือนคำว่า “ประชาธิปไตย” แต่ก่อนคนแทบไม่รู้จักเลย แต่เดี๋ยวนี้วัยรุ่นเริ่มมาพูดเรื่องประชาธิปไตยและเสรีภาพมากขึ้น อาจเป็นเพราะเรามีสื่อออนไลน์ และเรามีสื่อในมือมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันนี้แทบปิดบังหมกเม็ดอะไรไม่ได้แล้ว มันก็เลยรู้สึกว่าทุกคนพร้อมใจออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง”

ตอนไปฉายเทศกาลหนัง “Bucheon International Fantastic Film Festival (BIFAN) 2019” กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง?
“ชาวต่างชาติที่ไปดูวันนั้น พอออกจากโรงภาพยนตร์เขาถามทีมงานว่า ประเทศไทยเราสามารถพูดเรื่องนี้ได้จริงเหรอ เพราะเขาคงเห็นเราไม่เคยพูดเรื่องนี้กันเลย เราก็ตอบเขาไปว่าเราไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งไปกระตุ้นให้คนปกป้องสิทธิ์ของตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่ว่าพอเป็นคนรากหญ้า คนไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะถูกจับให้เป็นแพะหรือถูกเพิกเฉย

หนังเรื่องนี้ขายไปได้ 9 ประเทศแล้ว เพราะแก่นของหนังเป็นเรื่องสากลหรือเปล่า?
“เราเชื่อว่าทุกประเทศมีปัญหาชนชั้นแบบนี้ในทุกประเทศ ฉะนั้นการที่มีภาพยนตร์แบบนี้ออกมาแล้วสามารถไปกระตุ้นเตือน เขาเองคงรู้สึกว่าภาครัฐหรือคนที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ได้เห็นหนังแบบนี้ก็อาจไปกระตุ้นอะไรบางอย่างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ที่สำคัญหนังก็สนุกและมันในตัวของมัน ความเป็นภาพยนตร์สากลแบบนั้นมันก็มีความสนุกและเข้าถึงทุกคนได้”

ทำไมถึงต้องไปชมหนังเรื่องนี้?
“นอกจากกลิ่นใหม่ๆ รสชาติใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไป คนก็จะได้รับรู้ถึงสิทธิ์ของตัวเอง และผมเชื่อว่าคุ้มค่ากับที่ทุกคนคาดหวัง และ “มานพ” ในเรื่องนี้เป็นตัวแทนที่มาปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจให้กับคนที่เคยรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมครับ” (ชมคลิปตัวอย่างภาพยนตร์ คลิกที่นี่).

Football news:

It's time to learn the names of new Borussia heroes. Now there are 17-year-old boys making goals
Paulo Fonseca: it's Important to bring Smalling back to Roma. We have only 3 Central defenders
Arteta about 2:1 with West ham: Arsenal made life difficult for themselves with losses, but they fought and believed in victory
Palace midfielder Townsend: Could have beaten Manchester United with a bigger difference. We had moments
Philippe Coutinho: I am motivated and I want to work hard to make everything work out well on the pitch
Torres on Chelsea: I Thought I could remain a top player, but I was unstable. Although there were enough successes
Neville on the broken penalty against Manchester United: an Absolute disgrace