Thailand

2 ม็อบเผชิญหน้ารัฐสภา ตำรวจกันวุ่น ก่อนแยกย้ายกลับ

“พิชัย” ชี้ “บิ๊กตู่” ปรับ ครม.ทำสับสน

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า หลังการปรับ ครม.ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามาก โดยเฉพาะที่ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น 4 ข้อ คือ 1.การตั้งนายดอน ปรมัติถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เป็นรองนายกฯเพิ่มอีกตำแหน่ง อ้างว่าจะให้มาช่วยเศรษฐกิจและติดต่อต่างประเทศ ความจริงตลอด 6 ปี นายดอนไม่เคยแสดงถึงวิสัยทัศน์ทางด้านนี้เลย 2.การแต่งตั้ง รมว.พลังงาน ควบรองนายกฯ แต่รมว.คลังไม่ควบรองนายกฯ ทั้งที่กระทรวงการคลังมีขอบข่ายครอบคลุมทุกกระทรวงทุกหน่วยงาน และมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมากกว่ากระทรวงพลังงานมาก ไม่แน่ใจและรู้สึกสับสนว่ามีหลักคิดอย่างไร การที่หัวหน้าและเลขาธิการพรรค พปชร. ไม่ได้รับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล เท่ากับไม่ให้เกียรติพรรค พปชร. ที่เป็นพรรคใหญ่สุดในรัฐบาล การแต่งตั้งรมช.แรงงาน ยิ่งตอกย้ำการไม่ให้ค่านางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังแสดงว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน อาจไม่มีความสามารถเพียงพอ จะเห็นได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ปรับ ครม.เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ แต่ปรับเพื่อแก้ปัญหาตัวเองมากกว่า

ชง กมธ.งบฯตั้ง กก.สอบอนุฯฉาว

ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 กล่าวว่า จากกรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ระบุว่ามีอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณขุดบ่อบาดาล ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรให้สังคมเกิดความสับสน หรือเข้าใจผิด จำเป็นที่ กมธ.งบฯชุดใหญ่ ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ชัดเจน และโปร่งใส ตนในฐานะรองประธาน กมธ.งบฯชุดใหญ่ จะเสนอให้ตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

จี้อธิบดีน้ำบาดาลเปิดชื่อมาเลย

นายชัยชนะกล่าวอีกว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการฯสอบเรื่องนี้แล้ว จะเชิญอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาให้ข้อมูลว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร และต้องพร้อมให้ข้อมูลอันเป็นความจริงด้วยว่ามี ส.ส.คนใดที่ได้กล้ากระทำการเช่นนั้น อธิบดีฯต้องออกมาพูดความจริงให้หมดว่าเป็น ส.ส.คนใด เพื่อให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ไม่เหมารวมผู้ไม่เกี่ยวข้องต้องรับความเสียหายไปด้วย ยืนยันว่า น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประธานอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และพร้อมให้ตรวจสอบ และพร้อมที่จะปกป้องสิทธิ์ของตัวเองในทุกกรณีเช่นกัน

“แนน” อ้างเสียงดังไม่ได้ยินอธิบดี

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประธานอนุกรรมาธิการแผนบูรณา– การ 2 กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ช่วงที่เป็นปัญหาเสียงในที่ประชุมดังมาก จึงไม่แน่ใจว่าอธิบดีฯพูดเรื่องถูกเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทจริงหรือไม่ ในฐานะประธานจะขอให้ กมธ.งบฯชุดใหญ่ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความโปร่งใส หากให้อนุ กมธ.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอง เกรงสังคมไม่เชื่อถือ ส่วนรายละเอียดและข้อเท็จจริง ขอให้รอ กมธ.งบฯชุดใหญ่ เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามรายละเอียด และให้ กมธ.งบฯชุดใหญ่เป็นผู้ตัดสินใจว่า จะส่งให้ประธานสภาฯตั้งกรรมการสอบด้วยตนเองหรือไม่

“วราวุธ” สั่งปลัด ทส.เร่งสอบด่วน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีปมตบทรัพย์ในคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 2564 โดยมีคนโทร.ไปเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แลกกับการผ่านงบประมาณว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากอธิบดีกรมน้ำบาดาล เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายราชการและฝ่ายนิติบัญญัติ และให้รายงานพร้อมส่งเอกสารพยานหลักฐานตรงมายังตน เพื่อที่จะดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน บางครั้งจะใช้ความสะใจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้พยานหลักฐานมาว่ากัน

“วิลาศ” ไม่หวังพึ่ง ป.ป.ช.

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอขอบคุณและชื่นชมนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่กล้าออกมาเปิดเผยกรณีที่มีนักการเมืองชั่วๆบางคนเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการผ่านงบฯให้ส่วนราชการ ขอให้อธิบดีฯกล้าหาญที่จะเปิดเผยต่อไป เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นแค่กรณีเดียว และไม่หวังใน ป.ป.ช.เพราะในช่วง คสช.ตนเคยออกมาแถลงตลอดว่า พบการทุจริตมากแต่ดัชนีความโปร่งใสไม่ดีขึ้นกลับเลวร้ายลงไปอีก ไม่มีหน่วยงานใดใช้เวลาตรวจสอบคดียาวนานเท่ากับ ป.ป.ช.ยังไม่รวมถึงผลการพิจารณาอีกหลายคดีเปิดช่องให้คนที่ส่อทุจริตประพฤติมิชอบสามารถโต้แย้งในเรื่องความโปร่งใสหรือการทุจริตได้ เป็นการดิสเครดิตขององค์กรเสียเอง

“เรืองไกร” ชี้มีมูลแฉมีคนปวดตับ

ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 1 ใน กมธ.งบฯชุดใหญ่ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ตรวจสอบ 2 กรณี คือ 1.เรื่องค้างค่าตั๋วเครื่องบินของ ส.ส. และอดีต ส.ส. 113 คน และ 2.มี ส.ส.เรียกรับเงินจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือไม่ ไม่เห็นด้วยที่ กมธ.ชุดใหญ่จะเป็นผู้ตรวจสอบเอง เห็นคาตาว่ามีการโต้แย้งกันในห้องประชุม เชื่อว่าเรื่องนี้มีมูล แต่อยากให้อธิบดีฯเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจน จะได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าต้องมี ส.ส.ในอนุ กมธ.เกี่ยวข้องเกินกึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 10 คน ถึงจะดำเนินการใดๆได้ ซึ่งภายหลังเกิดเรื่องยังมี ส.ส.พูดกับตนว่าอย่ายุ่งเรื่องนี้ได้หรือไม่ พอยื่นเรื่องให้นายชวน ในไลน์กลุ่ม ส.ส.มีการเขียนระบุเลยว่า ปวดตับ ถามว่าทำไมต้องปวดตับ ถ้าเป็นความจริงก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เรื่องเงิน 5 ล้านบาท ได้ยินว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล 2 คน อาจจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายค้านด้วย กมธ.ชุดใหญ่ต้องชี้แจงถามไปหลายครั้งก็ไม่ได้รับคำตอบ แต่พอมาวันนี้จะมาเต้นแร้งเต้นกาเร่งตรวจสอบ

ปูด ส.ส.พท.ล็อบบี้งบฯเรือยาง

เมื่อถามว่าขบวนการที่เกิดขึ้น ส.ส.มีการฮั้วกันทั้งหมดใช่หรือไม่ นายเรืองไกรตอบว่า ได้ยินมานานแล้ว มีผู้ใหญ่จากพรรคร่วมรัฐบาลบ่นกับตนว่าจะเอากันขนาดนี้เลยหรือ แย่งตำแหน่งประธานอนุ กมธ. เรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากล พยายามจะปิดให้จบภายในวันที่ 11 ก.ย. เพราะสภาฯปิดสมัยประชุมวันที่ 20 ก.ย. ต้องสอบข้อเท็จจริงต่อไป รวมทั้งประเด็นใหม่เรื่องเรือยางของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ที่มีกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไม่ใช่คณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ชุดที่มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานฯ พยายามล็อบบี้ไม่ให้มีการตัดงบหรือไม่ รวมทั้งให้ตรวจสอบ 6 คณะอนุ กมธ. อื่นๆว่ามีเรื่องทำนองเดียวกันหรือไม่ ตอนนี้สภาพของสภาฯคือ กิจการโรงงานสภาฯ ตนว่า สตง.ควรมาร่วมสอบด้วยเพราะว่าเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144

“ชวน” ลั่นต้องสอบปล่อยไม่ได้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หนังสือของนายเรืองไกรยังมาไม่ถึง แต่ได้สั่งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯติดตามเรื่องนี้แล้ว เมื่อถามว่าต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบต่างหากหรือไม่ นายชวนตอบว่า ต้องรอว่า กมธ.งบฯชุดใหญ่จะส่งเรื่องมาที่เราไหม แต่จะส่งหรือไม่ตนได้สั่งให้ติดตามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร เพราะว่าอธิบดีกรมฯเป็นผู้พูดก็เป็นเรื่องที่ต้องสอบ ว่าเรื่องจริงๆ เป็นอย่างไร ไม่ควรปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะ กมธ.ชุดนี้ต้องสอบเพราะเขาต้องรับผิดชอบ

“ศรีฯ” จี้ ป.ป.ช.สอยอย่าให้เงียบ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวภายหลังเข้ายื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและสอบสวนอนุ กมธ.แผนบูรณาการ 2 ว่า การตบทรัพย์ลักษณะนี้เป็นเรื่องน่าละอาย กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ป.ป.ช.ต้องเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาให้ข้อมูล เพราะผิดรัฐธรรมนูญ และประมวลจริยธรรมอย่างรุนแรง โทษสูงสุดไล่ออกจากการเป็น ส.ส. ป.ป.ช.สามารถเรียกเอกสารบันทึกการประชุมมาตรวจได้เลยว่า มี ส.ส.คนใดพยายามไล่บี้อธิบดีต่างๆ เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ต่อสังคมไม่ควรให้เรื่องเงียบ และเรียกร้องให้นายกฯตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ใช่ให้คณะกรรมการในสภาฯตรวจสอบกันเอง จะลูบหน้าปะจมูก

ครช.-คปอ.ชูร่างประชามติแก้ รธน.

เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) และคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณอาจารย์คณะสังคมและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำคณะนักศึกษา ประชาชน รวมตัวกันที่บริเวณทางเข้ารัฐสภา ฝั่งถนนสามเสน เพื่อยื่นร่าง พ.ร.บ.ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีข้อเรียกร้องยืนยันหลักการไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับเท่านั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 และ บก.น.4 กว่า200 นาย กระจายกำลังดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณรัฐสภา ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีการจัดกิจกรรม อาทิ การแสดงละครใบ้ล้อการเมือง

รุกคืบรื้อทั้งฉบับไม่เอารายมาตรา

จากนั้นนายอนุสรณ์อ่านแถลงการณ์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างมาเพื่อผลประโยชน์คนบางกลุ่ม สร้างเงื่อนไขแน่นหนาในการแก้รัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันเกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง เพราะตระหนักถึงความเลวร้ายที่ได้เจอจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน เพื่อประชาชน แม้จะมีการตอบสนองจากภาคการเมืองทั้ง ส.ส. และ ส.ว.แต่เป็นการแก้ไขเฉพาะมาตรา เพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ดังนั้นเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญขยับไปข้างหน้า ครส.จึงเสนอร่าง พ.ร.บ.ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่มีเนื้อหาหลักคือ ให้สอบถามประชาชนว่าเห็นควรให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่

ฝ่ายค้านยกร่างฯเสร็จรอประกบ

ต่อมานายอนุสรณ์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ในนามตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายสุทินกล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านมีความคิดในทิศทางเดียวกับทุกคนที่มาในครั้งนี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเหนี่ยวรั้งการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องแก้ไขโดยด่วน และฝ่ายค้านได้ยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างรอพิจารณาร่วมกับ ส.ว. และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาผู้แทนราษฎร มีสาระสำคัญคือการแก้ไขมาตรา 256และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่จะแก้ไขประเด็นใดบ้างให้เป็นหน้าที่ส.ส.ร. ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของครช.นั้น ฝ่ายค้านจะนำไปตรวจสอบสาระและข้อกฎหมาย ก่อนให้สมาชิกลงชื่อ เสนอต่อสภาฯภายในสัปดาห์นี้ การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยาก ต้องร่วมมือกันให้มากขึ้น

ทำกงเต๊กเผา รธน.ส่งคืนคนร่าง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีความเห็นให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็นคือ มาตรา 256, มาตรา 269-272 ตัดบทบาท ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน และมาตรา 279 ยกเลิกการรับรองคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ทั้งนี้ หลังจากพรรคฝ่ายค้านรับร่าง พ.ร.บ.ประชามติฯจาก ครช.แล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมได้อ่านบทกวียืนยันอุดมการณ์การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และทำกิจกรรมเผากงเต๊ก เป็นแบงก์กงเต๊ก เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถถัง เรือดำน้ำ นาฬิกา และพานรัฐธรรมนูญกระดาษ เพื่อส่งรัฐธรรมนูญปี 60 กลับไปให้คนร่าง

ตร.เข้มแยก 2 ม็อบเผชิญหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่กลุ่ม ครช. และ คปอ.กำลังทำกิจกรรมอยู่นั้น มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากศูนย์กลางประสานงานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบัน (ศอปส.) นำโดยนายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู แกนนำกลุ่ม นัดรวมตัวในเวลาเดียวกัน ฝั่งถนนทหาร วัดแก้วฟ้าจุฬามณี แสดงจุดยืนต่อต้านกลุ่มหมิ่นสถาบัน แต่ต่อมากลุ่ม ศอปส.ได้เคลื่อนขบวนมาฝั่งถนนสามเสน มาอยู่ใกล้ๆกับกลุ่มครส. ห่างกันประมาณ 50 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังบล็อกไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน นายสุเมธอ่านแถลงการณ์ว่า สถานการณ์ปัจจุบันต้องการความรู้รัก สามัคคี แต่มีกลุ่มบุคคลเคลื่อนไหวนำสถาบันมายุยงให้แตกแยก จึงเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องรวมตัวประท้วงกลุ่มเหล่านี้ ที่ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายชาติ ขอให้ดำเนินการกับกลุ่มหมิ่นสถาบันอย่างถึงที่สุด พวกตนจะจับตาทุกคนที่จาบจ้วง จะล็อกเป้าทุกคน จากนั้นยื่นหนังสือผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมนักการเมืองที่ปลุกปั่นกลุ่มตรงข้าม แต่ที่สุดทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ

“วันชัย” ยืนยันให้หั่นอำนาจ ส.ว.

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า ยังยืนยันในความเห็นส่วนตัวว่า ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เนื่องจากอำนาจในส่วนนี้เพื่อประคับประคองสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่าน ถือว่าบรรลุภารกิจแล้ว ในอนาคตถ้าจะมี ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อให้มีความกล้าหาญเป็นตัวของตัวเอง แต่ต้องปิดช่องว่าง โดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติ ไม่ให้กลายเป็นสภาผัวเมีย 2.ไม่ให้ ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง แม้ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องการปิดช่องการรัฐประหาร แต่การรัฐประหารไม่เกี่ยวกับการมี ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว. แต่ยิ่งทำให้ ผบ.เหล่าทัพที่เป็นข้าราชการประจำ ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรเป็น และถูกสังคมครหา 3.แก้ไขที่มาและกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ 4.ยกเลิก ส.ว.จากกลุ่มอาชีพที่เลือกกันเอง 50 คน ทั้งหมดยังเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ไม่เห็นด้วยที่จะตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะทำให้เสียเวลา เนื่องจากทุกฝ่ายต่างเห็นปัญหารัฐธรรมนูญนี้แล้ว ไม่ได้มีข้อเสียทั้งหมด จึงควรแก้ไขจุดที่แต่ละฝ่ายเห็นว่ามีปัญหา ในส่วนของ ส.ว.มีการพูดคุยกันกลุ่มเล็กๆ ต้องนำเข้าที่ประชุมใหญ่แน่นอน โดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา จะนำเรื่องนี้มาพูดคุยเร็วๆนี้ แต่คิดว่าควรดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด

“เทพไท” ย้ำจุดยืน ปชป.โละ ม.256

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันในจุดยืนเดิมคือ ต้องการแก้ไขมาตรา 256 หมวดที่ 15 ว่าด้วยวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อต้องการให้ขั้นตอนและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามมาตรฐานสากล เปิดโอกาสให้เสียงข้างมากของรัฐสภาเป็นฝ่ายกำหนดการแก้ไขเอง ไม่ต้องให้คะแนนเสียงจำนวนหนึ่งในสามของ ส.ว. และจำนวนเสียงร้อยละ 20 ของสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายกำหนดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะวิธีการดังกล่าวเป็นการกำหนดให้เสียงข้างน้อยในรัฐสภาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มากกว่าเสียงข้างมาก ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการในระบอบประชาธิปไตย

อย่าอ้างประชามติขวางลำเรือ

เมื่อถามว่ามี ส.ว. บางคนอ้างถึงการทำประชามติ นายเทพไทตอบว่า เห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการทำประชามติจากประชาชนมาก่อน เมื่อจะมีการแก้ไขในประเด็นใดก็ต้องทำประชามติ เป็นไปตามกระบวนการในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แม้ขณะนี้ทั้ง 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา มีแนวโน้มเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องฟังความเห็นจากประชาชน ผ่านการทำประชามติด้วย จึงไม่อยากให้มีการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการแอบอ้างประชามติของประชาชนมาบังหน้า เพื่อไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง

“บี” เตือนคิดให้ดีก่อนก่อม็อบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการชุมนุมหน้ารัฐสภาของม็อบ 2 กลุ่ม ว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่อยากให้ระมัดระวังข้อมูลที่บิดเบือนในโซเชียล และไม่ควรล่วงเกินหรือละเมิดสิทธิ์คนอื่น รวมไปถึงสถาบันหลัก เมื่อถามว่ากังวลว่าทั้ง 2 ม็อบจะเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ตอบว่า คิดว่าเป็นไปได้น้อย เพราะทั้งสองฝั่งมีนักคิดของตัวเอง เราควรแสดงออกแบบคนรุ่นใหม่ ใช้เหตุและผล เมื่อถามว่าแกนนำม็อบที่สนับสนุนรัฐบาลถูกเชื่อมโยงว่าเคยเคลื่อนไหวกับ กปปส.มาก่อน นายพุทธิพงษ์ตอบว่า เรื่องนี้อธิบายยาก อยากให้ดูที่พฤติกรรมมากกว่า กปปส.ยังไม่ได้หมดไป เป็นความทรงจำของการต่อสู้ครั้งหนึ่งเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว วันนี้เราเป็นเพื่อนกันอุดมการณ์ยังมีอยู่ คิดว่าคงไม่มีการรวบรวมหรือจัดตั้งเพื่อต่อต้านหรือชนกับใคร อยากเตือนไปถึงน้องๆ ว่าการออกมาชุมนุมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียคือเกิดการสูญเสีย จะทำอะไรต้องตัดสินใจให้ดีและอยู่ในกรอบกฎหมาย หลังการชุมนุมทุกครั้งจะมีการดำเนินคดีขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่ว่าจะผิดหรือถูกต้องใช้เวลานานมากกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย นอกจากนี้ยังเสียเวลาและเสียโอกาส

ขีดเส้นเฟซบุ๊ก 15 วันต้องลบทิ้ง

นายพุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า กระทรวงดีอีเอสจะทำหนังสือถึงเฟซบุ๊ก ทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ขอให้ปิดบัญชีที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม 1,129 รายการตามคำสั่งศาล ที่เฟซบุ๊กยังไม่ดำเนินการปิด จะให้เวลาดำเนินการ 15 วันนับแต่วันที่ 10 ส.ค. หากไม่ปิด กระทรวงดีอีเอสจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ สามารถสั่งปรับ 200,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 5,000 บาท ไปจนกว่าจะปิดรายการนั้นๆ ตั้งแต่เดือน เม.ย. จนถึงปัจจุบัน มีการโพสต์เนื้อหาไม่เหมาะสม และได้ส่งฟ้องศาลไปแล้ว 1,500 รายการ แต่ปิดไปเพียง 236 รายการ ขณะที่ยูทูบแจ้งให้ปิด 135 รายการ ปิดให้หมด ยกเว้น เฟซบุ๊ก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด คือการสั่งปรับเหมือนกับหลายประเทศที่ปรับเฟซบุ๊ก ล่าสุดตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับแล้ว

ตร.ปัดคุมตัว 3 แกนนำเยาวชน

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ระบุว่ามีการอุ้ม 3 แกนนำเยาวชนที่จะจัดกิจกรรมที่ จ.พิษณุโลก ไปไว้ในค่าย ตชด. ว่า จากการตรวจสอบ ไม่พบมีการดำเนินคดีหรือควบคุมตัวผู้ใดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายความมั่นคง ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ขอฝากไปยังผู้ปกครองของเยาวชนแกนนำดังกล่าว หากไม่สามารถติดต่อเยาวชนกลุ่มดังกล่าวได้ สามารถไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามตัวเยาวชนแกนนำดังกล่าวได้ ขอฝากไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ออกมาจัดกิจกรรม หากกระทำพฤติกรรมในลักษณะยั่วยุก้าวร้าวหยาบคาย หรือสร้างความเกลียดชัง ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น อาจมีความผิดตามกฎหมาย

เปิดเวที มธ.ศูนย์รังสิตเต็มรูปแบบ

วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ประกอบด้วยกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาต่างๆของ มธ. ร่วมกับสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และกลุ่มแนวร่วมนิสิตมหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มเสรีไทยพลัส จากจุฬา ฯลฯ จัดกิจกรรมชุมนุมชื่อว่า “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ถือเป็นการจัดการชุมนุมอย่างเต็มรูปแบบของนักศึกษาเป็นครั้งแรก ทำให้บรรยากาศการชุมนุมแตกต่างจากที่เคยจัดมา มีการตั้งเวทีปราศรัยพร้อมเครื่องเสียงขนาดใหญ่และจอโปรเจกเตอร์บนเวทีฉายข้อความสโลแกนว่า “เราไม่ต้องการปฏิรูปแต่เราต้องการปฏิวัติ” หลังเวทีมีเต็นท์ขนาดใหญ่สำหรับแกนนำนักศึกษา รอบพื้นที่ชุมนุมยังมีกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย และกลุ่มอาสาเทคโนปทุม ซึ่งมีทั้งอาชีวะศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน กว่า 50 คน มาเป็นการ์ดคอยเดินสอดส่องรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมรอบบริเวณด้วย

แนวร่วมต่างมหาลัยมาเต็มพรึบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการชุมนุมจะเริ่มมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจาก กก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี นำกำลังเข้าตรวจหาสิ่งแปลกปลอมโดยรอบ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี นับร้อยนายกระจายกำลังรักษาความปลอดภัย มีการติดตั้งประตูตรวจจับโลหะแบบเดียวกับที่ใช้ในสนามบิน 2 เครื่องตรวจอาวุธผู้เข้าร่วมอย่างเข้มงวด ใกล้ๆกันมีกลุ่มไอลอว์มาตั้งโต๊ะเข้าชื่อ 5 หมื่นรายชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ขณะที่การปราศรัยบนเวทีจะมีการเปิดตัวผู้ปราศรัยรวม 10 คน นำโดยนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงษ์ จาดนอก 2 แกนนำที่ถูกหมายจับ และได้รับประกันตัวออกมา นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษา มธ.จากคณะต่างๆ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัยสหวิทยาการ นิสิตจุฬาฯ คณะอักษรศาสตร์ นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม แกนนำสหภาพแรงงานย่านรังสิต และนักเรียนจากกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทย เป็นต้น ทั้งนี้ไฮไลต์ของงานคือการเปิดคลิปของผู้ลี้ภัยทางการเมือง และการอ่านแถลงการณ์ประกาศแนวทางของกลุ่ม

ผู้แทนทูตเยอรมันฯสังเกตการณ์

บรรยากาศการชุมนุมเริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อแกนนำสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด เน้นเรื่องการสืบทอดอำนาจเผด็จการด้วยรัฐธรรมนูญ การคุกคามประชาชน และการบริหารประเทศที่ผิดพลาด ท่ามกลางนักศึกษา มธ.เข้าร่วมเต็มแน่นจนแทบไม่มีที่เดิน เรียกเสียงโห่ฮาดังลั่น ขณะที่พิธีกรกล่าวเชิญชวนนักศึกษา ติดแฮชแท็กในโซเชียล #ธรรมศาสตร์ จะไม่ทน และ #ธรรมศาสตร์และการชุมนุมเพื่อให้เป็นกระแสอันดับหนึ่งบนโลกออนไลน์ และที่บริเวณหลังเวทีปราศรัย มีตัวแทนจากสถานทูตเยอรมันเข้าสังเกตการณ์และเข้าไปพูดคุยกับแกนนำคนสำคัญ อาทิ นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำ สนท. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษก สนท.

เด็กสุรินทร์“#สะเร็นไม่สลิ่ม”

ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ กลุ่มเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย น.ส.สาวิตรี เรือนนาค นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ นายสรวิชญ์ วัชรเมฆขลา เยาวชนสุรินทร์ ร่วมจัดกิจกรรม #สะเร็นไม่สลิ่ม มีนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ประมาณ 300 คนเข้าร่วมกิจกรรม มีการปราศรัย เรียกร้องให้เลิกคุกคามประชาชน ให้ยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้กับประชาชน พร้อมให้ผู้ร่วมงานและประชาชนนำเสื้อมาสกรีนข้อความ “สะเร็นไม่สลิ่ม” และ “ช้างเผือกจะไม่ทน” ฟรี ทั้งนี้ระหว่างจัดกิจกรรมมีฝนตกลงมา ทำให้ผู้ร่วมงานบางส่วนทยอยเดินทางกลับ แต่งานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ดูแล

กลุ่มรักสถาบันสระแก้วนัดรวมพล

ช่วงบ่ายโมงที่หน้าพระสยามเทวาธิราช ศาลา 200 ปี อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จ.ส.อ.ชริน อยู่ถาวร ประธานชมรมปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์จังหวัดสระแก้ว และคณะรวม 150 คน สวมเสื้อเหลืองร่วมทำกิจกรรมถวายความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อนเคลื่อนขบวนไปทำกิจกรรมที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.วัฒนานคร และหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในศาลากลางจังหวัดสระแก้ว มีการมอบแถลงการณ์ต่อต้านการหมิ่นสถาบันให้ ผวจ.สระแก้ว จากนั้นทั้งหมดตั้งขบวนเดินไปยังเวทีข้างสระแก้ว-สระขวัญ ร่วมเคารพธงชาติ และถวายคำสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าองค์บูรพกษัตริยาธิราชเจ้า

Football news:

Hans-Dieter flick: Bayern players had to overcome the pain threshold to beat Sevilla
Julen Lopetegui: Neuer is an incredible goalscorer. Sevilla didn't use their chances
You should see Goretzky's goal again. Muller's goal and levandowski's discount - the magic of mutual understanding 🤝
Ivan Rakitic: We saw how important Neuer is for Bayern
Mueller - the best player of the match for the UEFA super Cup between Bayern Munich and Sevilla
Sevilla have five defeats in matches for the European super Cup. This is an anti-record
Bayern won 4 trophies in a year. To repeat Barca's record, you need to take two more