Thailand

ไม่มีปรับครม. 'ตู่' กร้าว ยัวะซักปมดอน

‘วิษณุ’ ลั่นอยู่ได้! มาร์คโต้รธน.ชัด ‘ทักษิณ-น้องปู’ ชมเทพีเสรีภาพ

“บิ๊กตู่” บ่นพวกห้าวเป้งเอาแต่ ด่ารัฐบาลขันนอตขรก.ทำงานให้เหมือนแข่งบอลโลก หงุดหงิดสื่อไม่ช่วยตีปี๊บผลงาน ฉุนถูกบี้หนักเรื่อง “ดอน” ลั่น “ไม่ปรับ ครม. อยู่ได้ก็อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องออก” หน้าบึ้งชิ่งตอบ “เทือก” ตั้งพรรค “ดอน” ดอดพบเคลียร์ปมหุ้นเมีย “บิ๊กป้อม” ออกตัวเลิกยุ่ง กปปส. ยืนบนขาตัวเอง บอกดีแล้วตั้งพรรคใหม่ “วิษณุ” ย้ำ รมว.กต.อยู่ได้จนกว่าศาล รธน.สั่ง ยันคนในรัฐบาลร่วมวงพรรคการเมืองได้ “สนธยา” ลีลาพลิ้วมีชื่อเสียบ รมว.ท่องเที่ยว “มาร์ค” ยัน รปช.เดินคนละขากับ ปชป. แย่งฐานเสียงกันเรื่องปกติ นานาจิตตังพฤติกรรม “สุเทพ” ตอกใส่ “เนติบริกร” รธน.ห้ามชัดเรื่องหุ้น “สาธิต” พร้อมหาคนเสียบแทน “ธวัชชัย” “วัชระ” เย้ยแสบพรรคเฉพาะกิจ กกต.จ่อส่ง “ดอน” ขึ้นเขียง “แม้ว-ปู” เยือนเทพีเสรีภาพ

หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ยอมตระบัดสัตย์หวนกลับมาทำงานการเมืองอีกครั้ง ด้วยการจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นพรรคอะไหล่คอยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบนั้น

“บิ๊กตู่” บ่นพวกห้าวเป้งด่าทุกวัน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเปิดการเสวนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ว่า ปีนี้ต้องการให้ทำงานเหมือนแข่งขันฟุตบอลโลก เตะลูกให้เข้าประตูให้ได้ คนดูบางส่วนเป็นพวกห้าวๆ ห้าวเป้ง ไม่ถูกใจก็ด่านักฟุตบอลกันทุกวัน คนเกเรมันก็มี หลายคนบอกว่ารัฐบาลชุดนี้มีอำนาจเหลือเฟือ แต่ใช้กับประชาชนที่บริสุทธิ์ หรือคนที่ยากจนที่ลำบากไม่ได้ อย่าลืมว่าวันนี้เรามีคนดูหลายพวกหลายฝ่าย เมื่อเราเป็นนักฟุตบอล เป็นโค้ช ก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้ สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจที่ชัดเจนและง่าย ชี้ถึงผลสัมฤทธิ์ได้ เราทำงานมา 4 ปีหลายอย่างทำสำเร็จ แต่การนำเสนอออกมาแล้วก็จบไป

พ้อสื่อไม่ช่วยตีปี๊บผลงานรบ.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาชอบสร้างการรับรู้ผิดๆ ทำให้ประเทศวุ่นวายไปหมด สื่อต้องช่วยติดตามในสิ่งที่ทำด้วย อย่าเอาแต่การเมืองอย่างเดียว อย่าเอาอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์มาทำให้สิ่งที่มีประโยชน์เสียหาย การขยายความขยายข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่รู้จะเปิดพื้นที่ทำไม สงสัยว่าทุกเรื่องที่รัฐบาลมีผลงานไม่พูดถึง หรือพูดถึงนิดเดียว แต่เวลาใครมาพูดตำหนิรัฐบาลขยายไป 3-5 วัน ไม่ใช่มาจับผิดจับถูกว่าโกงๆ แล้วโกงตรงไหน ถ้าพูดกันแบบนี้ก็โกงไปหมด วันนี้มีระบบตรวจสอบถ้าไม่พบก็คือไม่พบ แต่ถ้าโกงก็ตรวจสอบมา เอาหลักฐานมา ติดคุกหมดไม่เคยเว้นใครอยู่แล้ว ตนมาเป็นประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ก็หาว่าทุจริตอีก แต่ถ้ามีระดับข้างล่างจะรู้ได้อย่างไร ตนไม่รู้ แต่ให้ตรวจสอบถูกหรือผิดก็จบ เรื่องทุจริตไม่ได้บอกว่าไม่มีแต่ยังหาไม่พบ “แต่นี่เล่นไม่เลิกเสียทีก็รู้อยู่ว่าไอ้พวกไหนใคร ผมก็รู้ ไอ้คนของเราก็ดันไปกับเขาด้วย มันไม่มีคนตรงกลาง ไม่ซ้ายก็ขวา ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน แล้วบอกให้รัฐบาลปรองดองให้ได้ ปรองดองต้องมาจากใจทุกคน”

โต้ ครม.สัญจรไม่ได้หาเสียง

นายกฯกล่าวอีกว่า รัฐบาลลงไปรับทราบความเดือดร้อนความต้องการของประชาชน ไปประชุม ครม.นอกสถานที่หลายครั้ง ทุกภาค ไม่ได้ไปทำงานการเมือง ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์นายกฯไปหาเสียงการเมือง ขออะไรถ้าหนุนรัฐบาลหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้หมด ให้ได้ยังไงมันเงินของตนที่ไหน มันเงินรัฐบาล ต้องอนุมัติโดย ครม. สื่อเขียนไปเรื่อยไม่รับผิดชอบ อย่างนี้ตนไม่ยอม บ้านเมืองสงบไม่สงบเลือกตั้งไม่เลือกตั้ง เขียนกันเข้าไป ยืนยันเลือกตั้งแล้วมาเขียนให้มันเลอะเทอะไปอีก วันนี้สื่อเชิญตามสบายประเทศของท่านเหมือนกัน ตนรับของตนอยู่แล้ว

ฉุนถูกบี้หนักลั่นไม่ปรับ ครม.

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงดุดันถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังมีข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้มูลว่าคู่สมรสนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ถือหุ้นในบริษัทเกินร้อยละ 5 ไม่ได้แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ว่า “ไม่มี” ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันไม่มีปรับ ครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “ปรับไปทำไม คุณก็ปรับเองแล้วกัน ผมไม่ปรับ อยู่ได้ก็อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องออก” เมื่อถามย้ำว่าสรุปไม่ปรับ ครม.ใช่ไหม พล.อ.ประยุทธ์หันมากล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “พูดไปไม่เข้าใจเหรอ” เมื่อถามว่านอกจากนายดอนแล้วจะปรับ ครม.ส่วนอื่นหรือไม่ในช่วง 6 เดือนที่เหลือของรัฐบาล นายกฯตอบว่า ไม่มีแผน ไม่ได้คิดว่าต้องปรับใคร เมื่อถามว่ากรณีนี้มีขั้นตอนชี้แจงอย่างไร นายกฯตอบว่า อยู่ในขั้นตอนกฎหมาย เมื่อถามว่าหากนายดอนต้องพ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรี ต้องปรับ ครม.หรือไม่ ทันทีที่ถามจบ นายกฯเดินออกจากวงสัมภาษณ์แต่ยังกล่าวย้ำว่า “ไม่มีปรับ ครม.”

หน้าบึ้งชิ่งตอบ “เทือก” ตั้งพรรค

ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) แกนนำ กปปส. ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เพื่อเป็นกองหนุนสำคัญของรัฐบาล คสช. พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมเดินเลี่ยงขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง

“ดอน” ดอดพบเคลียร์หุ้นเมีย

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ตึกภักดีบดินทร์ โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมด้วย นายกฯกล่าวว่า วันนี้มีผู้ให้ความสนใจมากโดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา แม้ยังอยู่ในแผนแม่บท แต่มีเสียงเรียกร้องให้เร่งดำเนินการในแผนระยะแรก ซึ่งไทยยังต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณด้วย สิ่งสำคัญที่สุดต้องเรียงลำดับความเร่งด่วน และจัดสรรงบประมาณ ให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามแผน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมนายดอนได้เข้าพบนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า แต่ใช้เวลาไม่นาน คาดว่าเป็นการชี้แจงกรณีข่าว กกต.ชี้มูล ภรรยาถือหุ้นเกินร้อยละ 5 และหลังประชุมนายกฯไม่ได้ให้สัมภาษณ์อีก เพียงแต่หันมาโค้งคำนับให้สื่อมวลชนเท่านั้นระหว่างเดินกลับขึ้นตึกไทยฯ

“บิ๊กป้อม” บอกดี กปปส.ตั้งพรรค

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การตั้งพรรค รปช. ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส่วนตัวเห็นว่าดี ก็แล้วแต่เขา เกิดการร่วมมือกันหลายส่วน เมื่อถามว่านายสุเทพบอกยอมตระบัดสัตย์เพื่อมาเป็นขี้ข้าประชาชน พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาคิดอย่างไรก็อย่างนั้น แล้วแต่เขา เมื่อถามว่าสะท้อนใจหรือไม่คนระดับนายสุเทพมาหลั่งน้ำตาเพื่อมาทำงานการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาร้องให้เราจะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อถามว่าต้องซับน้ำตาให้หรือไม่ เพราะเคยเป็นกองหนุนของรัฐบาลมาตั้งแต่สมัยเป็น กปปส. ลงเรือลำเดียวกันมาตั้งแต่ปี 2557 พล.อ.ประวิตรตอบว่า “อะไรว่ะ ไม่มีไร ตอนหลังไม่ได้มาทำอะไรร่วมกันแล้ว คสช.ทำงานเอง ที่มองกันว่าตั้งพรรค รปช.มาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อนั้น ไม่ทราบต้องไปถามเขา”

ไล่ไปถาม “ดอน” แสดงสปิริต

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกระแสข่าวปรับ ครม.ว่า ตอบไม่ได้ ยังไม่พูดคุยกันเรื่องนี้ เพิ่งกลับจากการประชุมที่สิงคโปร์ ส่วนกรณีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ต้องดูกฎเกณฑ์ว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น เมื่อถามว่าหากนายดอนแสดงสปิริตลาออก เพื่อเอื้อต่อการตรวจสอบจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องถามนายดอนมาถามตนจะรู้ได้อย่างไร เมื่อถามว่ามีการคาดการณ์ว่ารัฐบาล คสช. จะปรับ ครม.ก่อนลงจากหลังเสือ เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งในปี 2562 พล.อ.ประวิตรจึงย้อนถามว่า “ลงหลังเสืออะไร คสช.เป็นหลังเสือหรือ ปัดโธ่” เมื่อถามว่า คสช.เป็นเสืออยู่แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถาม เพียงแต่กล่าวว่า “ถามไม่รู้เรื่องเลย”

“วิษณุ” ย้ำอยู่ได้จนกว่าศาลสั่ง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญสามารถสั่งให้นายดอนหยุดการปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด ว่า ต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้ส่งเรื่องให้ศาล จึงยังไม่มีอะไรให้ทำ ยังไม่แน่ว่าจะเป็นอย่างไร ยิ่งนายเรืองไกรระบุว่าไปร้องเรื่องหุ้นสัมปทาน แต่พอออกมาเรื่องคู่สมรส ยิ่งไม่รู้ใหญ่ แต่ทางข้อกฎหมาย กกต.สามารถพิจารณาเรื่องที่ไม่อยู่ในคำร้องได้ นายดอนยังไม่จำเป็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำสั่งออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อถามว่า นายกฯแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายวิษณุตอบว่า เมื่อรายงานไปนายกฯไม่ได้ พูดอะไรทั้งนั้น ท่านฟัง พยักหน้า สั่นหัว และยกนิ้วโป้งให้กับสื่อ

คนรัฐบาลเป็นสมาชิกพรรคได้

นายวิษณุยังกล่าวถึงการตั้งพรรค รปช. ของกลุ่ม กปปส. ว่า ไม่ใช่เรื่องของตน ทำไมต้องมองเมื่อถามว่าคนที่มีตำแหน่งในรัฐบาลสามารถไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไปเป็นได้ ข้าราชการก็เป็นสมาชิกพรรคได้ แต่ห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรค ส่วนที่มีกระแสข่าวคนในรัฐบาลไปร่วมพรรคดังกล่าว ตนไม่ทราบ หากมี ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนเรื่องความเหมาะสมก็แล้วแต่ทัศนะของใคร เมื่อถามว่าช่วงใกล้เลือกตั้ง รัฐบาลจะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ รัฐบาลและ คสช. จะอยู่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะถวายสัตย์ สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าใจว่าวันนี้จะสามารถส่งให้นายกฯลงนามเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายได้ ส่วนการกำหนดเขตเลือกตั้ง ไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ กกต.สามารถทำเองได้

“แป๊ะ” พลิ้วมีชื่อเสียบท่องเที่ยว

ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน นายสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้นำดอกไม้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตาศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเข้าทำงานเป็นวันแรก หลังได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ แต่งตั้งวันที่ 17 เม.ย. จากนั้นนายสนธยาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ที่มีกระแสข่าวจะถูกดึงมานั่งในตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ว่าได้ข่าวเหมือนกัน มีคนสอบถามเข้ามา แต่คงไม่มีความเห็นเรื่องนี้ ถ้าในสถานะปัจจุบันถือว่ายังไม่ถึงที่สุด มีขั้นตอนดำเนินการต่อ หากถึงที่สุดแล้วเป็นในส่วนของนายกฯจะพิจารณาดำเนินต่อไป เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯในเรื่องนี้หรือไม่ นายสนธยาตอบว่า ส่วนใหญ่จะพูดคุยกันในเรื่องอีอีซี และโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยประสานข้อมูลกับนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ และนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกฯตลอด จะได้มีข้อมูลครอบคลุมเพื่อกำหนดนโยบายต่อไป เมื่อถามว่าหากให้กลับมานั่งในตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวฯจะมาหรือไม่ นายสนธยาตอบว่า การทำงานไม่ว่าจะ อยู่ในตำแหน่งใด ต้องทำเต็มที่ ครั้งนี้ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ เราสามารถใช้ประสบการณ์ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย

“มาร์ค” ยัน รปช.ไม่เกี่ยว ปชป.

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ ถึงการเปิดตัวพรรค รปช. ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และอดีตแกนนำ กปปส. เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ว่ายืนยันว่าพรรคดังกล่าวไม่ใช่สาขาพรรคประชาธิปัตย์ ต่างคนต่างทำงานตามความเชื่อของตัวเอง เรื่องการแย่งฐานเสียงกันนั้น ทุกพรรคก็แย่งฐานเสียงกันอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนจะมีโอกาสทำงานร่วมกันหรือไม่นั้น ขึ้นกับว่าหากมีแนวนโยบายพื้นฐานใกล้เคียงกัน แต่คงต้องรอการเลือกตั้ง และต้องให้เวลา เพราะพรรค รปช. ยังไม่วางนโยบายพรรค หรือเลือกกรรมการบริหารพรรค ตามรูปการณ์นายเอนก เหล่า-ธรรมทัศน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค มีโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคมากที่สุด ส่วนพรรคนี้จะไปรอดหรือไม่ ตนไม่สบประมาทใครขึ้นอยู่ที่การทำงาน หากเป็นที่ยอมรับของประชาชนก็ไปได้ แต่ถ้าไปผูกติดตัวบุคคล ที่สุดจะเป็นปัญหา

นานาจิตตังพฤติกรรม “เทือก”

เมื่อถามว่านายสุเทพตั้งพรรค รปช. เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะนายสุเทพเคยประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ และมีข่าวมาตลอดว่า จะตั้งพรรคมาสนับสนุน แต่ช่วงหลังมีหลายพรรคที่แสดงท่าทีทำนองนี้ เช่นเดียวกับที่สื่อไม่ค่อยเชื่อนายสุเทพว่าจะเลิกทำงานการเมืองจริง แม้จะยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังพรรคนี้ ต้องดูต่อไปว่าบทบาทการเมืองของนายสุเทพจะเป็นอย่างไร สำหรับสิ่งที่นายสุเทพทำขณะนี้สมควรหรือไม่นั้น เห็นว่าเป็นเรื่องนานาจิตตัง อยู่ที่แต่ละคนจะมองแบบใด

ยกมาตรฐาน ปชป. “ดอน” ต้องไป

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ว่าประเด็นนี้หากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา นายดอนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่หากถามบรรทัดฐานของพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือลาออก เมื่อถามว่านายดอนจะแสดงสปิริตลาออกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เรื่องนี้จะเป็นตัววัดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องบรรทัดฐานทางการเมืองหรือไม่ พูดมาตลอดว่าในอดีตการเมืองไทยมักมีปัญหา เมื่อเกิดปัญหาลักษณะนี้ เพราะเราจะบอกรอให้กฎหมายจัดการ กระทั่งมันเกิดปฏิกิริยาแรงต่อต้าน นำมาสู่ความเสื่อมศรัทธา และการยอมรับต่อรัฐบาล ดังนั้นอยู่ที่เจ้าตัวจะตัดสินใจอย่างไร

ตอก “เนติบริกร” รธน. ห้ามไว้ชัด

เมื่อถามว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่ากฎหมายออกมาภายหลังนายดอนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ตอบว่า บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติชัดเจนว่า คนที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ณ วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ต้องมีคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม หรือห้ามกระทำการ หรือต้องพ้นตำแหน่งด้วยเงื่อนไขอะไรบ้าง เท่าที่อ่านไม่มีข้อยกเว้นในเรื่องนี้ ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

หาคนลงเสียบแทน “ธวัชชัย”

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก กล่าวถึงกรณีนายธวัชชัย อานามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมเปิดตัวกับพรรค รปช. ว่า ยอมรับว่าการไปของนายธวัชชัยมีผลกระทบกับพรรคประชาธิปัตย์บ้าง แต่คงไม่มาก พอหาคนมาลงแทนได้ เพราะฐานเสียง จ.จันทบุรี ประชาชนมีความมั่นคงและไว้ใจพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด ก่อนที่นายธวัชชัยจะมาอยู่กับเรา ก็ย้ายมาหลายพรรคแล้ว เราต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน พยายามพูดคุยกันมาสักพักแล้ว โดยให้เหตุผลถึงข้อดีในระยะยาวของการอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นสถาบันทางการเมืองผลิตคนดี คนมีความสามารถ เพียงแต่อาจไม่สะดวกสบายเรื่องทุน หรืองบประมาณสนับสนุนเหมือนพรรคอื่น แต่เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ต้องเคารพกัน

เหน็บย้ายเพราะถูกดูดหรือไม่

นายสาธิตกล่าวต่อว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่ภาคตะวันออก เพราะมีหลายคนแสดงความต้องการลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ แทนนายธวัชชัยหลายคน แต่ต้องเลือกคนที่ประชาชนยอมรับ สุดท้ายประชาชนจะสรรหาตามระบบไพรมารีโหวตเอง และต้องรอให้ คสช.อนุญาตให้ทำกิจกรรมได้ พรรคจะใช้เวลาอธิบายทำความเข้าใจกับสาขาที่จะตั้ง และตัวแทนจังหวัด ที่จะเป็นคนทำไพรมารีโหวต รวมทั้ง สมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป เมื่อถามว่านายสุเทพประกาศว่าพรรค รปช. ไม่มีการดูดตัวอดีต ส.ส.จากพรรคอื่น แต่กลับมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทยอยไปร่วมเป็นระยะ นายสาธิตตอบว่า หากอดีต ส.ส.สมัครใจไปด้วยอุดมการณ์ ไม่มีเรื่องค่าตัว ก็ไม่ถือว่าดูด แต่ถ้าไปเพราะเม็ดเงินและตำแหน่งต่อรอง ก็เป็นเรื่องดูดกัน แต่ยังไม่มีหลักฐาน

“วัชระ” เย้ยแสบพรรคเฉพาะกิจ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีต่อผู้มีอุดมการณ์ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ทุกพรรค เพราะนี่คือเสรีภาพทางการเมืองขั้นพื้นฐาน ใครอาสามารับใช้ประชาชนล้วนดีงามทั้งสิ้น เอ่ยอ้างอุดมการณ์อย่างไรก็สวยหรูหมด แต่ความสำคัญอยู่ที่การกระทำทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต ถ้าจะปฏิรูปการเมืองแล้วยังลับลวงพรางหนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้สืบทอดอำนาจ เป็นการปฏิรูปการเมืองตรงไหน ในที่สุดพรรคการเมืองทั้งหมดมี 2 แนวทางที่จะต่อสู้กัน คือพรรคที่สนับสนุน คสช. กับพรรคที่ไม่เอา คสช. อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนเผด็จการทุกรูปแบบ เพื่อนอดีต ส.ส.ที่จำเป็นต้องออกจากพรรคไป เราเข้าใจ และยังเป็นมิตรอยู่ตลอดเวลา ถึงที่สุดวันหนึ่งท่านจะพบสัจธรรมว่าไม่มีพรรคใดมีประชาธิปไตยมาก และอบอุ่นเท่าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อถึงวันนั้นประตูพรรคเปิดรับอยู่ตลอดเวลา จึงมีคนรุ่นใหม่หนุนเนื่องเข้ามาไม่ขาดสาย เพราะเป็นสถาบันการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่จะหมดอายุไปพร้อมกับ คสช.

พท.จี้รัฐบาลเป็นตัวอย่างที่ดี

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปมปัญหาเรื่องนายดอน ปรมัตถ์วินัย จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีใดจากรัฐบาลที่พร่ำบอกประชาชนให้เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้นรัฐบาลที่ยึดอำนาจและกล่าวอ้างว่าจะปฏิรูป ต้องทำให้เป็นแบบอย่างที่ดี ด้วยการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย อย่าทำเพิกเฉยเพราะเห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน รัฐบาลควรลาออกทั้งคณะ หรือปรับ ครม. เอาพวกรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมออกไปได้แล้ว การที่เศรษฐกิจไม่ดีไม่ใช่อุปทานหมู่ แต่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่วัดได้จากดัชนีชี้วัดต่างๆ ทั้งทางด้านการลงทุน และการค้าขาย รัฐบาลไม่ควรฝืนเพียงเพื่อรักษาอำนาจ หรือสืบทอดอำนาจ ควรยอมรับกลไกตามหลักสากลโลกด้วยการรีบจัดการเลือกตั้ง

กกต. จ่อส่ง “ดอน” ขึ้นเขียง

ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียลทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการ กกต. กล่าวว่า กรณีของนายดอน อยู่ระหว่างการยกร่างคำวินิจฉัย คาดว่า กกต. จะลงนามได้ภายในสัปดาห์นี้ และจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์หน้า ส่วนนายดอนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีดังกล่าว ศาลก็มีอำนาจที่จะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขาดคุณสมบัติก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง ทำให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ได้อีก เว้นแต่จะพ้นตำแหน่งไปแล้ว 2 ปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (8)

กรธ.ปัดต้นคิดไพรมารีโหวต

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทย วิพากษ์ วิจารณ์ว่า กรธ.เป็นคนต้นคิดให้นำระบบไพรมารีโหวตมาใช้ในการเลือกตั้ง จนเป็นภาระของพรรค การเมือง ว่า กรธ.ไม่ได้เป็นคนต้นคิด แต่เป็นการเพิ่มเติมในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน หวังให้ตรงกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่ กรธ.ไม่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรก เพราะห่วงว่าระบบไพรมารีโหวตไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน แม้จะสะท้อนว่าทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่เป็นการมีส่วนร่วมของคนส่วนน้อยเท่านั้น ต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ระบบนี้ เพราะเป็นระบบใหญ่ มีประชากรและพื้นที่จำนวนมาก ทำให้มีการระดมคนเข้ามามีส่วนร่วมกันมาก แต่การทำไพรมารีโหวตที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นการเลือกว่าที่ ส.ส. จากสมาชิกพรรคที่มาประชุมตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้นความเป็นตัวแทนของพรรคยังดูไม่ยิ่งใหญ่พอ แต่เมื่อมีเงื่อนไขนี้ กรธ.ก็ไม่ขัดข้อง

กังขารื้อคดี “แม้ว” หวังดิสเครดิต

อีกเรื่อง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเอ็กซิมแบงก์ แจ้งว่า ประเทศเมียนมาคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยของเงินกู้ 4,000 ล้านบาท ที่ยืมสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2559 แสดงว่าไม่มีความเสียหายใดๆเกิดขึ้น อีกทั้งเอ็กซิมแบงก์ยังยืนยันว่าเงินกู้ดังกล่าวไม่ได้สั่งให้ซื้อสินค้าของเอกชนเจ้าใด ทางเมียนมาเลือกเอง ดังนั้นการดำเนินคดีกับอดีตนายกฯในเรื่องนี้ต่อไป จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล คดีเอ็กซิมแบงก์นี้ไม่ต่างอะไรกับคดีทีพีไอ ที่รัฐบาลขณะนั้นมีหน้าที่ต้องแก้ไขหนี้จำนวนมโหฬารของประเทศที่ผ่านภาวะล้มละลายมา ปัจจุบันสร้างกำไรให้อย่างมากกับ บมจ. ปตท. และรัฐ แต่ผู้นำประเทศที่ตัดสินใจแก้ไขปัญหาของประเทศในขณะนั้นกลับถูกดำเนินคดี เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งสองเรื่องนี้เกิดมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งมารื้อฟื้นคดีก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ต้นปีหน้า อดคิดไม่ได้ว่าเป็นความต้องการดิสเครดิตนายทักษิณ เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทยหรือไม่

“แม้ว-ปู” เดินชมเทพีเสรีภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างพักผ่อนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ตามคำเชิญของเพื่อน ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายทักษิณและ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางต่อไปยังกรุงนิวยอร์ก เพื่อพักผ่อนและพูดคุยกลุ่มนักธุรกิจ โดยระหว่างนั้นนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปชมสถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งตึกเวิลด์เทรด ภายหลังเกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 หรือเหตุการณ์ 9/11 พร้อมถ่ายภาพคู่กับอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ที่มีความหมายถึงการได้รับเสรีภาพ โดยทั้งคู่จะอยู่ที่สหรัฐฯต่ออีกประมาณ 4-5 วัน ก่อนเดินทางไปยุโรป ทั้งนี้ เป็นการเดินทางหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วีซ่าเข้าพำนักในประเทศอังกฤษได้เป็นระยะเวลา 10 ปี

กห.ชี้อย่ามโนดาวเทียมจารกรรม

วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย คัดค้านกระทรวงกลาโหมที่เตรียมจัดซื้อดาวเทียมจารกรรมมูลค่า 91,200 ล้านบาท ว่าโครงการนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด เพราะปัจจุบันใช้ดาวเทียมของภาคเอกชนที่จะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2564 จึงคิดว่ารัฐบาลควรเตรียมดาวเทียมเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันในทุกส่วนราชการหรือไม่ ทั้งกรณีการถ่ายภาพ การสื่อสารและเฝ้าระวังอวกาศ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายที่รอบรู้ทุกเรื่องออกมาพูดอะไรต้องระวังกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ การบิดเบือนข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิดกระทบต่อความเสียหายของรัฐ ยืนยันไม่มีแนวคิดจัดทำดาวเทียมจารกรรม ดังนั้น อย่ามโน บิดเบือนและเชื่อมโยงในทางที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ผบ.ทสส.แซะคงดูหนังมากไป

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ธารไชยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องดาวเทียมเรามีโครงการมานานแล้ว ตั้งแต่สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พัฒนามาตามลำดับในนามศูนย์อวกาศกระทรวงกลาโหม โดยการร่วมทุนกับภาคเอกชน ทั้งนี้ มีความจำเป็นต้องมีดาวเทียมในปัจจุบันเพื่อการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และใช้ฟรีหมด สิ่งที่ทำขึ้นมาจะประหยัดงบประมาณ เป็นการลงทุนร่วมกับเอกชน เราทำใช้เองเทียบกับเมื่อก่อนที่เช่ามาก็ไม่ต่างกัน ส่วนที่กังวลว่าเอาไปจารกรรม หรือสอดแนมข้อมูลนั้น ยืนยันว่าไปไม่ถึงขั้นนั้น เพราะมีทั้งระบบป้องกันและการใช้ประโยชน์ สงสัยดูหนังมากไปหรือไม่ เป็นเรื่องยากมากที่จะไปจารกรรมข้อมูลเพราะต้องมีอำนาจด้านการเงินและเทคโนโลยีสูงมากทั้งบุคลากรศูนย์จัดตั้งที่ใหญ่มาก เราคงไปไม่ถึงระดับนั้น

ใช้มาตรการเดิมดูแลคนอยาก ลต.

พล.อ.ธารไชยันต์ยังกล่าวถึงกรณีการนัดชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ว่า จะทำตามขั้นตอนเช่นทุกครั้งที่มีการชุมนุม โดยจะเน้นพูดคุยให้เข้าใจ ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าการเลือกตั้งอาจต้องขยับไปจากเดือน ก.พ.2562 นั้น เบื้องต้นทุกอย่างยังเป็นเช่นเดิม คือ เลือกตั้งเดือน ก.พ.2562

จี้นายกฯสอบโยนภาระค่าไฟ ปชช.

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรณีจะเฉลี่ยค่าใช้จ่ายการสร้างสายส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนใส่ในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน นายวัชระกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็น รมว.พลังงาน ถือเป็นการผลักภาระให้ประชาชน จึงขอให้ กฟผ.ยกเลิกเรื่องนี้ และขอให้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะอดีต รมว.พลังงาน ที่เคยตรวจสอบกรณีนี้ชี้แจงผลการตรวจสอบ และขอให้นายกฯส่งเรื่องนี้ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไปว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

Football news:

Alvaro Morata: Atletico are close to the level of top clubs. We beat the best team in Europe to the Champions League
Sneijder can resume his career in Utrecht
Ole Gunnar sulscher: Greenwood is much better than I was when I was 18-19
Talalaev lit up the Wings in Khimki: the players called the coach Klopp, and themselves-Liverpool from the FNL
Rummenigge on buying out Perisic from Inter: Bayern haven't decided yet
Director of Tambov that Melkadze will not play with Spartak: we do not have a free 3-5 million rubles
Juventus wanted to swap Ramsey for Ndombele. Tottenham refused