เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงกรณีหลังประเทศไทยเข้าสู่มาตรการผ่อนคลายโควิด-19 ระยะที่ 5 ทำให้ปัจจุบันมีการเดินทางผ่านเข้า-ออกทางบก ทางน้ำ ในพื้นที่ชายแดนว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้กองทัพภาค โดยกองกำลังชายแดน ทบ.ทั่วประเทศปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด เน้นการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน ป้องกันมิให้มีการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย หรือไม่ผ่านการตรวจคัดกรอง เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อโรค รวมทั้งมอบให้ทุกหน่วยสนับสนุนแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 ของ ศบค.อย่างเต็มที่ ล่าสุด กำชับให้กองกำลังชายแดนกองทัพบก บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ ด้วยการใช้ทั้งเครื่องมือเฝ้าตรวจและการเพิ่มกำลังพลในการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมเครื่องกีดขวาง การวางลวดหนาม การติดตั้งเครื่องเฝ้าตรวจในพื้นที่ล่อแหลมตามแนวชายแดน การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและโซลาร์เซลล์ตามเส้นทางที่ติดต่อกับช่องทางธรรมชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นได้ตลอดเส้นทางเป็นการเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าตรวจ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ กองทัพภาคได้เพิ่มกำลังทหารทำการลาดตระเวนทั้งกลางวันกลางคืนและเพิ่มความถี่ในการเฝ้าตรวจตามช่องทาง/ท่าข้าม การตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทาง ตามแนวชายแดน พร้อมทั้งมีการประชาสัมพันธ์กับผู้นำชุมชนขอความร่วมมือแจ้งเบาะแสและกระจายข้อมูลข่าวสาร ควบคู่ไปกับการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ในความร่วมมือสกัดกั้นแรงงานลักลอบเข้าเมืองอีก โดยจะดำเนินการตามมาตราการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ชายแดน อย่างไรก็ตาม กองทัพบกตระหนักดีว่าการซีลชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการที่เข้มงวดเพื่อตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าว และผู้ที่เดินทางเข้าประเทศตามที่ ศบค.กำหนด ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรการเฝ้าตรวจไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหรือไม่ผ่านการคัดกรองจากภาครัฐ จะส่งผลดีต่อการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ไม่ให้เข้าสู่ประเทศเพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกคน

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon