Thailand

เดิมพัน”บิ๊กตู่” เททุกหน้าตักคลัสเตอร์กทม. ระบาดไม่จบ

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

การรวบอำนาจแก้ปัญหาโควิด-19 จากพรรคร่วมรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยดึงอำนาจจากกฎหมายในการควบคุมสถานการณ์โรคระบาด 31 ฉบับ มาไว้ที่ตัวนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว กระทั่งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งตนเองเป็นผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขโควิด-19 พื้นที่ กทม.และปริมณฑลเพื่อแก้ปัญหาการระบาดที่กำลังลุกลามเป็นพระเพลิงในชุมชนหลายแห่งกระจายทั่วกรุง เป็นเดิมพันครั้งสำคัญในเก้าอี้ผู้นำประเทศหากล้มเหลว แก้ไม่สำเร็จ เป็นความรับผิดชอบทางการเมืองที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถปฏิเสธ หรือโยนความรับผิดชอบไปให้ใครได้

ประเมินกันว่า ภายใน 1 เดือนจากนี้หากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ลดลงต่ำกว่าหลักพัน ความไม่พอใจของประชาชนต่อพล.อ.ประยุทธ์ จะก่อตัวเป็นวิกฤตศรัทธา สะสมกับความเบื่อหน่ายที่ประชาชนเห็น พล.อ.ประยุทธ์ ลากยาวในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่จะครบ 7 ปีเต็มในเดือนนี้นับแต่ยึดอำนาจ 22 พ.ค.2557

ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ อาจตีกรรเชียงหลบเลี่ยงกระแสความไม่พอใจมาได้เพราะอาศัยตัวช่วยจากพรรคร่วมรัฐบาล เครือข่ายองค์กรตรวจสอบในรธน.ให้รอดพ้นคดีความต่างๆนาๆ ทว่า การแก้ปัญหาโควิดระลอกสามรอบนี้เป็นจุดชี้ขาดในตัวพล.อ.ประยุทธ์ มากกว่าการออกมาไล่ของม็อบสามนิ้ว

ข้ออ้างในการรวบอำนาจกฎหมาย 31 ฉบับ ระบุในราชกิจจานุเบกษาว่าเพื่อให้นายกฯมีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบังคับบัญชา หรือช่วยในการแก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้งในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือฟื้นฟูหรือช่วยเหลือประชาชนให้มีประสิทธิภาพ

ในกฎหมาย 31 ฉบับ ไม่ใช่เพียงพรรคภูมิใจไทยที่ดูแลกระทรวงสาธารณสุข และ คมนาคม ที่ถูกริบอำนาจเท่านั้น แม้แต่รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐด้วยกันในมุ้งของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เช่น รมว.ดีอีเอส ที่ดูแลพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รับผิดชอบอยู่ ก็ตกอยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรีให้เข้ามารักษาการตามกฎหมายในสถานการณ์แก้โควิดระลอกนี้

การยึดอำนาจเบ็ดเสร็จครั้งนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับพรรคภูมิใจไทยที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้มิติความมั่นคงมาแก้ปัญหาโควิดโดยให้สภาความมั่นคงแห่งชาตินำ และตัดฝ่ายการเมือง ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลเข้าไป จะไม่มีทางสำเร็จแน่

ความจริง เป็นงานถนัดของพล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ได้ทุกวันนี้ก็ด้วยกฎหมายพิเศษ ทั้งการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ที่มีโทษรุนแรง ควบคุมม็อบสามนิ้ว แม้กระทั่ง กฎหมายรธน. พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้อำนาจพิเศษจากบทเฉพาะกาลที่ให้ สว.เลือกนายกรัฐมนตรี แต่สถานการณ์แพร่ระบาดครั้งใหม่ที่มีกทม.เป็นจุดศูนย์กลางดูรุนแรง มีแนวโน้มควบคุมยาก ตัวชี้ขาดคือ การเร่งฉีดวัคซีนปูพรมให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด แต่ผลการฉีดวัคซีนที่ผ่านมายังช้ามาก ไม่เข้าเป้า เฉลี่ยมากสุดวันละหมื่นโดส ขนาดเทศกาลช่วงวันหยุดไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉีดได้เพียง 2,000 โดสต่อวันจากทั้งประเทศ ฟังแล้วช่างน่าใจหาย ห่างจากเป้าที่รัฐบาลวางไว้จะฉีดให้ได้ 3 แสนโดสต่อวัน รัฐบาลได้ปรับแผนล่าสุดจะฉีดให้มากขึ้นอีกตกเดือนละ 15 ล้านโดส จากเดิม 10 ล้านโดส เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันหมู่หรือฉีดให้ได้ 50 ล้านคนภายในสิ้นปี ขณะที่วัคซีนที่ผลิตในไทยคือ แอสตราเซเนกาจะเริ่มนำมาใช้ล็อตใหญ่ในเดือนมิ.ย.นี้เป็นต้นไป

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะปรับแผนใหม่ แต่ประชาชนก็ยังไม่มั่นใจว่า การบรูณาการของภาครัฐและเอกชน ที่จะเข้ามาช่วยฉีดวัคซีนเริ่มในดือนมิ.ย. จะมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามที่พูดหรือไม่

มาดูอีกด้าน ในการแก้ปัญหาทที่เรียกร้องให้ ประชาชนเคารพกฎหมาย แต่การเอาผิด “คลัสเตอร์ทองหล่อ” ต้นเหตุการระบาดปัจจุบันจนเกิดผลกระทบกับคนทั้งชาติ ระบบเศรษฐกิจ คนตกงาน ก็ยังไม่คืบหน้า การสอบสวนที่ผ่านมา ระบุด้วยว่า กลุ่มไฮโซไม่กี่คนเป็นต้นเหตุการนำเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษเข้าไทยผ่านการเข้าไปบ่อนที่ตั้งตามชายแดนไทย-กัมพูชา และกลับมาเสวยสุขเที่ยวสถานบันเทิงทองหล่อ จนแพร่กระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยังเป็นต้นเหตุแพร่เข้าสู่ชุมชนแอดอัดในกทม. ย่านคลองเตย

ถามว่าอำนาจเบ็ดเสร็จที่นายกฯ เข้าควบคุมจนถึงวันนี้ มีการเอาผิด ต้นเหตุคลัสเตอร์ทองหล่อที่เปิดสถานบันเทิงอย่างผิดกฎหมายหรือยัง คำตอบก็ยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ขอเวลา 1 เดือน นี่ก็ใกล้ครบ 1 เดือน ก็ไม่มีความคืบหน้าเอาผิดเจ้าของสถานบันเทิงที่เป็นตัวจริง อยู่เบื้องหลัง รวมถึง การไม่เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กทม. ที่อนุญาตให้เปิดเกินเวลา และยอมให้สถานบันเทิงเหล่านี้เปิดบริการผิดวัตถุประสงค์ที่ยื่นจดทะเบียนไป

หรือเพราะ สถานบันเทิงทองหล่อ มีบิ๊กเนมอยู่เบื้องหลัง จึงไม่กล้าทำอะไร แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะรวบอำนาจ 31 ฉบับเอาไว้ทำไม ถ้าไม่ลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง

กลับมาสถานการณ์การระบาดระลอกสาม คลัสเตอร์คลองเตย เป็นชุมชนขนาดใหญ่มีประชาชากรอาศัยประมาณ 1 แสนคน ล่าสุดมีอัตราการติดเชื้อ 4-5% ความน่าห่วง คือ คนในชุมชนมีอาชีพลูกจ้าง คนงาน หาเช้ากินค่ำ กระจายอยู่หลากหลายในพื้นที่กทม.

ไม่แต่เฉพาะชุมชนคลองเคย ล่าสุดพบว่า มีการกระจายเชื้อยังชุมชนอื่นจนน่าวิตกว่าจะเอาอยู่หรือไม่เพราะขนาด ศบค.ยังนิยามว่า มันเป็นไฟไหม้ลุกลาม ไม่ใช่สะเก็ดไฟ เช่น ชุมชนแฟลตดินแดน ชุมชนบ่อนไก่ ชุมชนปทุมวัน กระทั่งผุดมาอีกหลายชุมชน เช่น ชุมชนวัดโสมนัส ชุมชนวัดญวนคลองลำปัก เขตดุสิต ปากคลองตลาด ศูนย์การค้าเขตพระนคร ลักษณะชุมชนเหล่านี้ก็คล้ายคลึงกับคลองเตย ทั้งการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อม เผชิญกับความเสี่ยงตลอดเวลา

สถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกสามวันนี้ น่าวิตกว่า จะเอาไม่อยู่ เกิดความแตกตื่นในหมู่คนไทย ที่ผ่านมาเราเห็นภาพหลายเคสเสียชีวิตอย่างอนาถาเพราะระบบแก้ปัญหาผู้ป่วยฉุกเฉินไม่มีประสิทธิภาพ เกิดเคสอาม่า คุณยายเสียชีวิตในบ้าน เพราะติดเชื้อแล้ว โทรสายด่วนแต่ไม่มีโรงพยาบาลไหนช่วยได้

ในช่วงแรก การส่งต่อผู้ป่วยไม่ทันสถานการณ์ รพ.ปฏิเสธรับผู้ติดเชื้อ คอลเซ็นเตอร์ระบบฉุกเฉิน โทรไปสายไม่ว่าง ปัญหาเตียงไม่พอ เคสรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวงสาธารณสุขออกข่าว ระบบของโรงพยาบาลทั้งหมด จะรับไม่ไหวภายใน 10 วันนี้ ถ้าการระบาดยังอยู่ในหลักพันขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความวิตกไม่น้อย นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เตือนว่า ถ้าเรายังคุมไม่อยู่และตัวเลขไหลอย่างนี้เรื่อยๆ เราก็กำลังเข้าสู่จุดวิกฤตแล้ว

แม้ว่ารัฐบาลประกาศ ล็อคดาวน์พื้นที่ระบาดหนัก กทม.และปริมณฑล 5 จังหวัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันกราฟผู้ติดเชื้อก็ยังไม่ลด พุ่งไปที่ระดับ2,000 คนต่อวัน ยอดผู้เสียชีวิตสลับทำสถิติเป็นนิวไฮแทบทุกวัน ยอดผู้ติดเชื้อแต่ละวันเกือบครึ่งมาจาก กทม. และปริมณฑล ย่อยลงไปอีกจะพบว่า ครึ่งหนึ่งอยู่ในกทม.ล้วนๆ

นับถอยหลังภายใน 14 วันจากนี้ ที่ผู้ว่า กทม.ขอเวลาลดการระบาด ก็จะรู้ว่า “บิ๊กตู่” ที่นั่งมาหัวโต๊ะบัญชาการด้วยตัวเอง ใช้ทีมแพทย์ และทหาร ฝ่ายความมั่นคง เป็นโมเดล จะคุมพระเพลิงโควิดที่ กทม.หรือไม่ สูตรการแก้ปัญหาที่จะเร่งฉีดวัคซีนคนในชุมชนคลองเตยให้ได้วันละ 3,000 คนต่อวัน ยังเป็นเป้าที่น้อยไปในภาวะฉุกเฉินเร่งด่วนอย่างนี้ เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ควรฉีดให้ได้วันละหมื่นคนอย่างต่ำ จากประชากรเกือบแสนคนในชุมชนคลองเตย

ความรับผิดชอบ อยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เพียงผู้เดียว แน่นอนว่า ในสถานการณ์วิกฤต ไม่มีใครอยากเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เมื่อรวบอำนาจ ดึงทุกศักยภาพแล้วหากยังแก้ไม่สำเร็จ ฉีดวัคซีนไม่ทันเป้า ระวังประชาชนทุกหมู่เหล่าจะมาเช็คบิลโดยไม่ต้องรอให้ม็อบมารุกไล่

Football news:

Barcelona will sell 19-year-old winger de la Fuente to Marseille for 3.5 million euros
Wales defender Gunter: I don't know when the Euro will end for us, otherwise I would be rich
Chiesa Ob 1-0 with Wales: We proved that every Italian player can perform successfully
Denmark has an unusual coach-philosopher: he turned children's football around, looked for the principles of the national team with the former prime Minister
Football has become uninteresting. 60% of the time, players roll the ball in their own half. Honorary President of the Russian Federation Vyacheslav Koloskov shared his opinion about the entertainment of Euro 2020
Coach of Finland before Belgium: We can even take the first place in the group. Just fantastic
Atalanta can offer 20 million euros to Bologna for the defender of the Japanese national team Tomiyasu