Thailand

เกาะติดเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯ ‘ทรัมป์-ไบเดน’ ต่างกันสุดขั้ว ใครกำลังนำ?

อ่านเพิ่มเติม...


ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ซึ่งจะตัดสินกันในวันที่ 3 พ.ย.2563 ใกล้เข้ามาทุกขณะ ทำให้เวลานี้ สองผู้ท้าชิงจากสองพรรคใหญ่ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ซึ่งพรรครีพับลิกันไม่ลังเลที่จะส่งเข้าชิงประธานาธิบดีอีกสมัย และ ‘โจ ไบเดน’ ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ที่ศักดิ์ศรีเป็นถึงอดีตรองประธานาธิบดี 2 สมัยในรัฐบาลบารัค โอบามา กำลังเร่งหาเสียงกันอย่างเต็มสปีด ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ระบาดหนักในประเทศ


ชาวอเมริกันต้องเลือก 2 ผู้ท้าชิงปธน.ที่ต่างกันสุดขั้ว

ชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ มีเวลาอีกไม่ถึง 40 วันเท่านั้น ในการชั่งน้ำหนัก ระหว่าง ทรัมป์ หรือ ไบเดน จะเลือกใครเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เนื่องจาก 2 ผู้ท้าชิง มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว!!

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์เมื่อ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา วันสุดท้ายของการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ตอบรับอย่างเป็นทางการ เป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยประธานาธิบดีสมัยหน้า ว่า เขาและไบเดน เป็นตัวเลือกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

‘นี่เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา ไม่มีครั้งไหนที่มีผู้มีสิทธิออกเสียงจะเจอตัวเลือกที่ชัดเจน ระหว่างสองพรรค สองวิสัยทัศน์ สองปรัชญา และสองนโยบาย และการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจว่าจะเลือกรักษาความฝันอเมริกัน หรือปล่อยให้นโยบายสังคมนิยมทำลายโชคชะตาที่หวงแหนของเรา’ 

ในขณะที่ ไบเดน วัย 77 ปี อดีตวุฒิสมาชิกมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และอดีตรองประธานาธิบดี 2 สมัย  ได้ประกาศด้วยความมุ่งมั่นในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์รับเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตอย่างเป็นทางการ ในการลงชิงประธานาธิบดีครั้งใหม่ว่า เขาจะยุติฤดูกาลของความมืดมนในสหรัฐอเมริกา ในยุคของทรัมป์ลงให้จงได้

‘มันเป็นเวลาของเรา ประชาชน ที่จะร่วมแรงร่วมใจ และเราจะไม่ทำผิดอีกครั้ง หันหน้าร่วมแรงร่วมใจ พวกเราสามารถทำได้ และเอาชนะฤดูแห่งความมืดมนในอเมริกา’ 

โจ ไบเดน
โจ ไบเดน

ผลเนชั่นแนล โพล ชี้ ไบเดน กำลังนำ

บีบีซีชี้ว่า ผลโพลโดยเนชั่นแนล โพล (National Polls) ถือเป็นดัชนีชี้วัดความนิยมของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้อย่างดี เนื่องจากเป็นการสอบถามความเห็นของชาวอเมริกันทั่วประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่มีความจำเป็นต่อการทำนายผลการเลือกตั้ง

ยกตัวอย่างเช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี 2016 ผลโพลออกมาว่า นางฮิลลารี คลินตัน เป็นผู้มีคะแนนความนิยมเหนือกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ เกือบ 3 ล้านคะแนน แต่สุดท้าย ฮิลลารี กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แก่ทรัมป์อย่างน่าเสียใจและเสียดาย

เนื่องจากระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้นใช้ระบบ Electoral College (อิเล็กทอรัล คอลเลจ) หรือการใช้จำนวนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งในแต่ละรัฐ ซึ่งในแต่ละรัฐ ก็มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในรัฐนั้นๆ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่จะคว้าชัยชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จึงไม่ใช่ผู้สมัครที่ได้คะแนนเลือกตั้งจากผู้ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่!! ในขณะที่ ตั้งแต่ต้นปี 2563 ผล เนชั่นแนล โพล ออกมาว่า โจ ไบเดน มีคะแนนเหนือกว่าทรัมป์มาโดยตลอด โดยได้คะแนนอยู่ที่ประมาณ 50% ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และบางครั้งก็มีคะแนนนิยมชนะทรัมป์ถึง 10% เลยทีเดียว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา


เฉือนเอาชนะกันที่รัฐ ‘สมรภูมิ’ หรือ ‘รัฐสวิงสเตท’

ด้วยความที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้คะแนนชี้ขาดที่คะแนนอิเล็กทอรัล คอลเลจ จึงทำให้สองผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องพยายามหาเสียงกันอย่างหนักในรัฐที่เรียกว่า ‘รัฐสวิงสเตท’ หรือ รัฐสมรภูมิ (Battleground states) ซึ่งเป็นรัฐที่คะแนนเสียงของทั้งสองผู้สมัครสามารถเปลี่ยนแปลงพลิกผันได้ตลอดเวลา ที่สำคัญ คือ มีโอกาสลุ้นที่จะพลิกมาเป็นผู้ชนะ

แน่นอนว่า ฮิลลารี คลินตัน ค้นพบความจริง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 ด้วยตัวของเธอเองว่า จำนวนคะแนนเสียงที่ได้รับจากการเลือกตั้ง มีความสำคัญน้อยกว่า รัฐไหนที่เราชนะ!

สำหรับ ไบเดน และทรัมป์ มีรัฐสวิงสเตท ถึง 14 รัฐ ในจำนวน 50 รัฐ ได้แก่ รัฐแอริโซนา ฟลอริดา จอร์เจีย ไอโอวา มิชิแกน มินนิโซตา เนวาดา นิวแฮมป์เชียร์ นอร์ท แคโรไลนา โอไฮโอ เพนซิลวาเนีย เทกซัส เวอร์จิเนีย และวิสคอนซิน

แต่ในขณะนี้ รัฐสวิงสเตท ที่ทรัมป์เคยคว้าชัยชนะครั้งใหญ่ในปี 2016 ดูจะทำให้ทีมหาเสียงของทรัมป์จะกังวลมากที่สุด เนื่องจากคะแนนนิยมของทรัมป์ในรัฐเหล่านี้ ขณะเหลือเวลาแค่ 40 วันจะถึงวันเลือกตั้ง ปรากฏว่า ทรัมป์ ตามหลัง ไบเดนอยู่ถึง 11 รัฐ ขณะที่ทรัมป์ มีคะแนนนิยมเหนือไบเดน ในรัฐสวิงสเตท แค่ 3 รัฐเท่านั้น คือ จอร์เจีย ไอโอวา และเทกซัส

กองเชียร์ สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
กองเชียร์ สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

โควิด-19 ระบาดหนักในอเมริกากระทบต่อความนิยมของทรัมป์หรือไม่?

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ได้มีอิทธิพลต่อการพาดหัวข่าวในสหรัฐฯ มาตั้งแต่เริ่มระบาดเมื่อต้นปี 2563 และการจัดการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลทรัมป์ ได้ทำให้การคาดการณ์ความนิยมของทรัมป์ไม่แน่นอน

เพราะทรัมป์ได้รับการสนับสนุนอย่างมาก ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2563 หลังจากได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อสามารถจะจัดสรรงบประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อหยุดยั้งการระบาดของโควิด-19 โดยจากข้อมูลของบริษัทจัดทำโพลชั้นนำ Ipsos ออกมาว่า ทรัมป์ได้รับความนิยมถึง 55%

ที่น่ากังวลสำหรับทรัมป์ คือ คะแนนเสียงที่เคยได้รับกลับหายไป ขณะที่พรรครีพับลิกันยังคงสนับสนุนให้ทรัมป์ลงชิงประธานาธิบดีอีกสมัย โดยเมื่อถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวอเมริกันที่เคยสนับสนุนทรัมป์ ได้เริ่มมีคำถามเกี่ยวกับการจัดการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาลทรัมป์ ในขณะที่จำนวนชาวอเมริกันติดเชื้อสะสมพุ่งไปอยู่ที่ 6.9 ล้านรายและเสียชีวิตแล้ว 2.01 แสนศพ อย่างไรก็ตาม คะแนนทรัมป์ก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนสิงหาคม และกันยายน

โจ ไบเดน และคามาลา แฮร์ริส
โจ ไบเดน และคามาลา แฮร์ริส

ทรัมป์เหนื่อยกว่าเดิม นักวิเคราะห์ ชี้ ไบเดน น่าจะชนะ

ขณะที่ โต๊ะรับแทงพนันชี้ว่า ทรัมป์ มีโอกาสชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี วันที่ 3 พ.ย.63 ไม่ถึง50 % แต่ก็มีคนบางคนคาดหวังว่า ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในอีก 2-3 สัปดาห์หน้า

แต่กระนั้น ตามความเห็นของนักวิเคราะห์การเมืองหลายคน กลับมีความเชื่อมั่นน้อยลงถึงความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะคว้าชัยชนะได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดยเว็บไซต์วิเคราะห์การเมือง FiveThirtyEight ระบุว่า ไบเดน เป็นฝ่ายได้รับความนิยมมากกว่าที่จะชนะเลือกตั้งครั้งนี้ สอดรับกับ The Economist ที่ชี้ว่า ไบเดน ดูเหมือนจะชนะทรัมป์มากๆ

เรียกว่า ไม่ถึง 40 วัน ทรัมป์และทีมหาเสียงต้องเร่งสปีดงัดหมัดเด็ดมาโจมตี ไบเดน คู่แข่ง และคามาลา แฮร์ริส คู่หูชิงรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตให้ได้มากที่สุด พร้อมกับชูนโยบายเด็ดๆ ที่จะโน้มน้าวให้ชาวอเมริกันกลับมาเชียร์ทรัมป์ให้มากขึ้น ส่วนชาวอเมริกัน จะยอม ‘เชื่อ’ ทรัมป์ อีกครั้งหรือไม่นั้น วันที่ 3 พ.ย.63 เรามาลุ้นกัน...

ผู้เขียน : วีนัส

ที่มา :  BBC ,NBCnews

Football news:

Bulykin about the Champions League: I Want to see Loko at least in 3rd place to watch their matches in European competitions in the spring
Liverpool first time not conceded in the first two rounds in the Champions League group
20-year-old Felix scored 2 goals for Red Bull. Only Aguero was younger when he did a double for Atletico in the Champions League
Rybus about 1:2 with Bayern: Loko tried to play football, not just sit in defense and kick the ball forward
Real Madrid is 4th in the group. We lost until the 93rd minute after the double of our son tyuram (he started in Barcelona)
It is important not to impress, but to score. Another power from the Loco to the words of Nikolic after the match
Andre Villas-Boas: city spent a billion and the coach is a phenomenon. Marseille don't have money for Guardiola, so you have AVB and his tactics