Thailand

In Clip: "ไบเดน" ร้องอเมริกันหันหน้าสามัคคีก่อนวันขอบคุณพระเจ้า ทรัมป์สุดหมอง เก็บตัวในทำเนียบขาว



รอยเตอร์/เอเจนซีส์/mgrออนไลน์ – ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ต่างมีแผนฉลองวันขอบคุณพระเจ้าแบบเงียบๆท่ามกลางวิกฤตไวรัส พบทรัมป์มีแผนจะเก็บตัวอยู่แต่ในทำเนียบขาว เกิดขึ้น 1 วันหลังไบเดนว่าที่ผู้นำคนใหม่ออกแถลงวอนขออเมริกันให้หันหน้าสามัคคีและปรับตัวสู้สถานการณ์วิกฤต

รอยเตอร์รายงานวันนี้(26 พ.ย)ว่า ประชาชนอเมริกันตื่นเช้าขึ้นมในวันพฤหัสบดี(26)กับสภาพฝันร้ายที่ดูเหมือนขนาดการเฉลิมฉลองตามแบบเดิมจะถูกปรับให้เล็กลง งานพาเหรดห้างเมซีส์ที่โด่งดังในนิวยอร์กจะปรากฎเฉพาะทางโทรทัศน์ และหลายครอบครัวต่างฉลองร่วมรับประทานไก่งวงผ่านหน้าจอโทรศัพท์

ทั้งนี้ตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารักษาพยาบาลโรคโควิด-19วันพุธ(25)ในสหรัฐฯอยู่ที่ 88,000 คนและบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างออกมาชี้ว่าเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าจะสามารถทำให้จำนวนตัวเลขเสียชีวิตในสหรัฐฯสูงกว่า 260,000 คนได้อย่างไม่ยาก

ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ 2 คนได้แก่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และว่าที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ต่างมีแผนการฉลองวันขอบคุณพระเจ้าแบบเป็นการส่วนตัวในปีนี้

ในส่วนของทรัมป์รอยเตอร์ชี้ว่า เขามักเฉลิมฉลองอย่างเป็นการใหญ่โตที่รีสอร์ทส่วนตัว Mar-a-Largo ในรัฐฟลอริดาแต่ทว่าในปีนี้กลับพบว่าทรัมป์มีแผนที่จะเก็บตัวอย่างเงียบๆภายในทำเนียบขาว และแต่ถึงกระนั้นทรัมป์ยังคงทวีตสนับสนุนให้ชาวอเมริกันรวมตัวทั้งในที่บ้านและที่โบสถ์

“ผมขอสนับสนุนให้ชาวอเมริกันอยู่ร่วมกันในที่บ้าน ในสถานที่ทางศาสนาเพื่อสวดภาวนาขอบคุณต่อพระเจ้าในพรมากมายของพวกเรา” ทรัมป์กล่าวผ่านแถลงการณ์ทางทวิตเตอร์

ขณะที่ไบเดนซึ่งมีแผนจะฉลองเงียบๆกับครอบครัวโดยไบเดนและภรรยาจะเชิญบุตรสาว แอชลีย์ ไบเดน (Ashley Biden) และสามีร่วมรับประทานไก่งวงที่บ้านพักตากอากาศในรัฐเดลลาแวร์แตกต่างจากปีอื่นๆที่มักเป็นการฉลองทั้งครอบครัวแบบขยายขนาดใหญ่ซึ่งเขามีบรรพบุรุษเป็นชาวไอริชและยังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯนัถือนิกายโรมันคาทอลิกคนที่ 2 ของประเทศหลังจาก 60 ปีก่อนหน้าคืออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจเอฟเค ในปี 1960

รอยเตอร์ชี้ว่า ไบเดนต่างจากทรัมป์ที่เขาออกมาเตือนประชาชนชาวอเมริกันให้รักษามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและสวมหน้ากากอนามัย

โดยในวันพุธ(25)ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ได้ขึ้นกล่าวต่อประชาชนทั้งประเทศเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า เขาร้องขอให้ชาวอเมริกันนั้นรวมเป็นหนึ่งเดียวและปรับตัวเพื่อสู้กับวิกฤต

“เราจำเป็นต้องจำไว้ว่าในเวลานี้พวกเรากำลังอยู่ในสงครามสู้กับไวรัส ไม่ใช่สู้กันเอง”

ไบเดนยังกล่าวต่อโดยอ้างไปถึงเมื่อครั้งผู้ก่อตั้งประเทศ อดีตประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ซึ่งกองทัพของเขาได้ทำให้เกิดวันนี้ขึ้นมาในขณะที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“ไม่มีทั้งอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่ พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกลด้วยม้าของหน้าหนาวที่ร้ายกาจ...ที่ถึงแม้ว่าจะต้องยากลำบาก คนเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการนับถืออย่างสูงและคุณสมบัติที่สร้างจิตวิญญาณของประเทศ ศรัทธา ความกล้า การเสียสละ และการอุทิสต่อประเทศ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการแสดงความซาบซึ้งที่ถึงแม้ว่าจะอยู่ในภาวะที่กำลังบอบช้ำอย่างสาหัส นั่นเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าที่มีมาอย่างยาวนานของวันขอบคุณพระเจ้าของอเมริกา” ไบเดนชี้

ในคำแถลงไบเดนยังกระตุ้นให้ชาวอเมริกันอดทนและปรับตัวต่อสถานการณ์ โดยเขาชี้ไปว่า เขาเข้าใจดีว่าช่วงเวลานี้ของปีนั้นจะมีความยากลำบากเป็นพิเศษ เก้าอี้ที่ว่างเปล่า ความเงียบเหงาที่ทำให้ต้องถอนหายใจ มันเป็นสิ่งที่ยากเย็นมากที่จะแสดงความรู้สึกเพื่อขอบคุณ มันสิ่งที่ยากสำหรับการมีความหวัง หรือความเข้าใจ เขากล่าวในตอนท้ายว่า เขาจะสวดอธิษฐานให้กับทุกคนในวันขอบคุณพระเจ้า

ประชาชนสหรัฐฯโดยเฉพาะในกลุ่มที่ถูกให้ออกจากงาน แถวยาวร่วมกิโลเมตรในหลายพื้นที่ทั่วสหรัฐฯ รอรับอาหารบริจาคซึ่งรวมไปถึงไก่งวงสดเพื่อนำกลับไปปรุงที่บ้าน และที่โบสถ์ต่างๆจะมีการเปิดให้ประชาชนที่ยากไร้โดยเฉพาะในกลุ่มคนไร้บ้านให้มารับประทานอาหารร่วมกันในวันนี้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th

Football news:

Bruno picked up 4 Player of the Month awards in 2020. Ronaldo, Henry and Lampard had the same number-but for a career in the Premier League
Lev - the best coach of the decade in the national teams, Deschamps-2nd, Shevchenko-17th (IFFHS)
Head of the Premier League: We ask players not to hug and change their behavior
Milan had rented the midfielder, Torino Meite until end of season with option to buy
Ramos played on painkillers with Athletic due to knee problems
Barcelona's presidential election is scheduled to take place on March 7
Sir Alex Ferguson: Fortunately, I was retired when I watched Liverpool play in the last two years