แฟ้มภาพ นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย (รอยเตอร์)

นายกฯมาเลย์คาด ปชช. 30% ได้ฉีดวัคซีนต้านโควิดปีหน้า ลั่นจัดเลือกตั้งใหม่หลังหยุดระบาด

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน แชนแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวในวันเดียวกันนี้ว่า คาดว่าชาวมาเลเซียราว 9.6 ล้านคน คิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ จะได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ในปีหน้า โดยขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียได้ลงนามในข้อตกลงจัดซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แล้วจำนวน 2 ฉบับ โดยนอกจากข้อตกลงที่ทำไว้กับบริษัทไฟเซอร์ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี ซึ่งประกาศไปเมื่อวันศุกร์(27 พ.ย.)ที่ผ่านมาแล้ว รัฐบาลมาเลเซียยังลงนามเข้าร่วมในโครงการ “โคแวกซ์” ซึ่งเป็นโครงการหลักประกันเข้าถึงวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเท่าเทียมกันทั่วโลก ที่จะทำให้มาเลเซียได้วัคซีนเพียงพอสำหรับประชาชนราว 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศ โดยมาเลเซียจะได้รับมอบวัคซีนในหลายระยะนับจากไตรมาสแรกของปีนี้

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังกล่าวแสดงความเชื่อมั่นด้วยว่าการเข้าถึงวัคซีนและการดำเนินความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อหยุดห่วงโซ่การแพร่เชื้อ จะทำให้มาเลเซียสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญในการร่วมมือกันของประเทศต่างๆในภูมิภาคในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตลอดจนให้หลักประกันการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียมกัน

นายมูห์ยิดดินกล่าวเสริมด้วยว่า มาเลเซียจะจัดการเลือกตั้งทั่วไป หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยุติลงแล้วด้วย

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมารัฐบาลมาเลเซียประกาศว่าได้ทำความตกลงจองซื้อวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 จากบริษัทไฟเซอร์ จำนวน 12.8 ล้านโดส ส่งผลให้มาเลเซียกลายเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ประกาศข้อตกลงสั่งซื้อวัคซีนต้านโควิดจากไฟเซอร์ หลังจากบางประเทศยังสงวนท่าทีเนื่องจากวัคซีนต้านโควิดของไฟเซอร์ยังมีข้อจำกัดเรื่องของการต้องเก็บรักษาในที่อุณหภูมิเย็นจัด

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon