Thailand

โย่ง อาร์มแชร์ สุดกลั้นน้ำตา เล่านาทีพ่อป่วย สู้จนลมหายใจสุดท้าย (คลิป)

โย่ง “คือคุณพ่อผมป่วยเป็นโรคไขกระดูกเสื่อมครับ โรคนี้ทำให้ผลิตเม็ดเลือดขาวออกมาได้น้อย และเม็ดเลือดขาวที่ผลิตออกมาก็ไม่ใช่เม็ดเลือดขาวที่ดีนัก คือสมมติว่าคนธรรมดาจะมีอยู่ 1,500 คุณพ่อผมมีอยู่ 100 ซึ่งหน้าที่ของเม็ดเลือดขาวคือต่อต้านเชื้อโรค เป็นภูมิคุ้มกัน ทีนี้พอเม็ดเลือดขาวต่ำ เชื้อโรคจะเข้าได้ง่าย ติดเชื้อได้ง่าย ทีนี้เราต้องมาป้องกันไม่ให้ป่วย เพราะแค่ป่วยเป็นไข้หวัด ก็คืออาการหนักจนถึงต้องเข้าไอซียูกันเลย เพราะว่ามันจะลามได้เร็ว คุณพ่อก็ใช้ชีวิตแบบอึดอัดมาตลอด เราก็เห็นใจท่านครับ”

รู้ข่าวในช่วงวันเกิด?
โย่ง “ใช่ครับ ก็คือคุณพ่อได้มาตรวจพบแล้วเจอความผิดปกติพอดี น้องสาวผมกับน้องเขยเป็นคุณหมอ ก็พาพ่อไปตรวจทีนี้คิดว่าจะเป็นโรคนี้แน่นอน แต่ยังไม่ได้บอกคุณพ่อว่าโรคนี้รักษาไม่หาย ก็กลัวคุณพ่อทำใจไม่ได้ คือรู้ช่วงเดือนธันวา เป็นวันเกิดคุณพ่อพอดี คือเราก็เป่าเค้ก จัดงานวันเกิดให้ ทุกคนก็กลั้นน้ำตา ว่าเราจะมีงานวันเกิดอีกปีหนึ่งได้มั้ย สุดท้ายก็ไม่ได้”

ช่วงรักษาที่โรงพยาบาล คุณพ่อเป็นยังไงบ้าง กำลังใจในการรักษา?
โย่ง “คือคุณพ่อเป็นคนแข็งแรงมาก คุณพ่อเป็นนายทหาร และเป็นคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอนะครับ ร่างกายคุณพ่อแข็งแรงมากครับ คุณพ่อของผมเสียด้วยภาวะการติดเชื้อที่ปอดนะครับ เพราะภูมิคุ้มกันไม่ดีอยู่แล้ว เราให้ยาฆ่าเชื้อยังไงก็สู้เชื้อโรคไม่ได้ แม้ว่าคุณพ่อจะใส่เครื่องช่วยหายใจ มีสายเต็มไปหมด แต่เค้าก็ยังมีสติสู้ พยายามสื่อสาร พยายามบอกพวกเราทุกวันว่าไหวนะ”

ให้กำลังใจท่านยังไงบ้าง?
โย่ง “คือผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่โรงพยาบาลตอนคุณพ่อไปอยู่ ท่านเข้าออกโรงพยาบาล 2 ครั้ง ครั้งแรกที่หนักๆ ก็คือรักษาอาการป่วยจนหายกลับมาอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่ง และกลับไปป่วยอีก คือเข้าโรงพยาบาลกำลังจะออกแล้ว ทีนี้มีไข้ขึ้นมา ติดเชื้อขึ้นมา เราก็ดีใจที่พ่อจะได้กลับบ้านแล้ว แต่สุดท้ายอาการก็ทรุดลงเรื่อยๆ เข้าไอซียู

เราก็ให้กำลังใจพ่อเรื่อยๆ บอกว่าพ่อไม่เป็นไรนะ เราต้องทำการรักษา พักผ่อนเยอะๆ เราต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็ง และเราก็จะหาย คือเราบอกพ่อทุกวัน จนสุดท้ายคุณหมอก็ประชุมครอบครัวและบอกว่าอาการแย่ลงเรื่อยๆ คิดว่าที่เราพูดกันที่เราให้กำลังใจกัน มันไม่มีปาฏิหาริย์แล้ว คือโรคนี้มันมีโอกาส มีความหวังอยู่ แต่ความหวังน้อยมากๆ

ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ทุกคนก็ภาวนาทุกวัน ก็บอกคุณพ่อว่า ไม่ไหวแล้วนะ หมอจะเพิ่มยาให้หลับ คุณพ่อจะได้นอนหลับ ไม่ต้องหายใจแรง คุณพ่อก็พยายามเขียนให้พวกเราให้กำลังใจ คือแม้กระทั่งตอนที่พ่อไม่มีสติแล้ว (น้ำตาไหล)”

ก้อย “คือคุณพ่อเป็นคนที่แข็งแรงมาก เป็นไอดอลของครอบครัวอยู่แล้วค่ะ ตอนที่ท่านไม่สบาย ที่ท่านนอนในห้อง ท่านพยายามใช้ปากกาเขียนใส่กระดาษให้กำลังใจลูกๆ ทุกคนค่ะ”

โย่ง “แม้กระทั่งตอนที่คุณพ่อเริ่มสติน้อยลงเรื่อยๆ คุณพ่อก็ยังเขียนว่ารักทุกคน รักลูก รักแม่ รักภรรยา ซึ่งพ่อมีกำลังใจที่เข้มแข็งมาก อย่างน้อยที่ดีที่สุด พวกเราได้ยืนเฝ้าคุณพ่อจนวินาทีสุดท้าย จนท่านนอนหลับไปแบบยาวๆ”

ได้บอกอะไรคุณพ่อบ้าง?
โย่ง “ก็หลังจากที่ประชุมกับคุณหมอ พวกเราก็คุยกันว่าเราต้องทำใจแล้ว คุยกับพ่อแบบตรงๆ หลังจากนั้นก็บอกคุณพ่อทุกวันว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เราดูแลตัวเองกันได้อย่างดี ไม่มีอะไรที่พ่อต้องกังวล ไม่มีอะไรที่ต้องเครียดต่อไป เราพยายามลาคุณพ่อทุกวัน บอกคุณพ่อว่าเดี๋ยวจะดูแลคุณแม่ให้ดีนะ

คือผมเรียนเชฟมา ผมยังไม่มีโอกาสทำอาหารให้คุณพ่อทานเลย ผมทำได้แค่มื้อเดียว คุณพ่อก็เริ่มป่วย”

ก้อย “เราต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมากเลยค่ะ ก็คิดว่าโอเคเดี๋ยวคุณพ่อหาย เราจะทำทุกอย่างเลย แต่ก็ไม่คิดว่าพอคุณพ่อเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ได้เตรียมใจเลยว่าท่านเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้จะไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลค่ะ”

ตั้งใจว่าอยากทำอาหารให้คุณพ่อทานสักครั้งหนึ่ง?
โย่ง “ใช่ครับ ตั้งแต่เด็กคุณพ่อเป็นคนที่ดูแลครอบครัวมาโดยตลอดทุกเรื่องเลย ผมก็ยึดถือสิ่งที่ดีๆ ที่คุณพ่อทำให้ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก คือคุณพ่อเป็นคนรักครอบครัว รักเดียวใจเดียว ดูแลลูกๆ อย่างดีมาก น่าชื่นชม ก็ไปบอกคุณพ่อว่า ถ้ามีโอกาสก็จะได้เจอกัน คราวหน้ามาเป็นลูกผมบ้างก็ได้”

ให้กำลังใจคุณแม่ยังไงบ้าง?
โย่ง “ตอนแรกผมคิดว่าคุณแม่จะทำใจไม่ได้ แต่แม่แข็งแกร่งกว่าที่ผมคิด แม่บอกว่ามันก็คือการจากลาชนิดหนึ่ง คือแม่ไม่ลาพ่อเลย แม่เชื่อว่าวันหนึ่งจะได้เจอพ่ออีก”

โย่งได้ทำหน้าที่ลูกอย่างดีที่สุดแล้วมั้ย ในความรู้สึกเรา?
โย่ง “ก็ในช่วงสุดท้ายของชีวิตของคุณพ่อ เราพยายามเต็มที่แล้ว เราให้กำลังใจ เราทำทุกอย่างให้เค้ามีความสุขที่สุดในช่วงที่เค้าอยู่กับเรา มีสติและรับรู้ได้ครับ”

ตอนรดน้ำศพเห็นโย่งกอดคุณพ่อด้วย เราพูดอะไรกับคุณพ่อมั้ย?
โย่ง “ก็บอกเค้าว่า เดี๋ยวเจอกันใหม่ครับ”.

Football news:

Thomas Tuchel: If both legs were intact, you could have seen my 40-meter sprint
PSG saved Tuchel's pet: Choupo-moting got everyone for free, managed not to score from a centimetre, and now pulled Paris to the semi-finals of the Champions League
Gian Piero Gasperini: The worst part is that we were so close. I can only thank the guys
Neymar was the player of the match Atalanta-PSG. He gave an assist
ПС PSG suffered through the entire quarter-final and turned it over in 149 seconds. Lifted the Italian curse and went so far in the Champions League for the first time in 25 years
ПС PSG's pain was transformed into happiness: in three minutes, the suffering stars turned into celebrating kings
The club from Italy won't win the Champions League for the 10th year in a row. This is an anti-record