Thailand

ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์! พ่วงก๊าซเรือนกระจกน้ำแข็งละลาย

ผลการวิเคราะห์เผยปี 2020 โลกร้อนสุดเป็นประวัติการณ์รวมถึงก๊าซเรือนกระจกเข้มข้นสูงสุด

ข้อมูลจากสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) เปิดเผยว่า ในปี 2020 อุณหภูมิโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์แม้ว่าจะไม่ใช่ปีที่มีสภาพอากาศเอลนีโญก็ตาม

โดยคาร์บอนบรีฟ เว็บไซต์ของสหราชอาณาจักรที่ศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ภูมิอากาศ และพลังงาน ได้ทำการวิเคราะห์จากกลุ่มวิจัยต่างๆ 6 กลุ่มรวมถึงนาซา และองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติที่รายงานบันทึกอุณหภูมิพื้นผิวโลก

การวิเคราะห์ดังกล่าวพบว่านอกจากในปีนี้อุณหภูมิโลกจะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมาของปีนี้ยังพบว่าความเข้มข้นของก๊าซสำคัญๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดโดยเป็นผลมาจากจากการปล่อยก๊าซของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็น การเผาไหม้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน, การตัดไม้ทำลายป่าทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, เกษตรกรรมและปศุสัตว์ปล่อยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์ รวมถึงควันจากท่อไอเสียรถยนต์ซึ่งปล่อยก๊าซโอโซน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ส่งผลให้ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, มีเทน และ ไนตรัสออกไซด์ เพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดในรอบ 2-3 ล้านปีเป็นอย่างน้อย

รวมไปถึงยังพบว่าน้ำแข็งในอาร์กติกละลายจนเหลือน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยการลดลงของน้ำแข็งในฤดูร้อนนี้รุนแรงเป็นพิเศษและมีแนวโน้มว่าจะลดลงอีกมาก

อย่างไรก็ตามในช่วง 3 เดือนที่เหลือยังมีโอกาสที่ลานีญาจะเกิดขึ้นในแปซิฟิกเขตร้อนซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกเย็นลง แต่ทั้งนี้จะเห็นผลในปี 2021 ให้มีแนวโน้มว่าในปี 2021 อุณหภูมิโลกจะต่ำกว่าในปีนี้

Football news:

Rooney on the possibility of a move to Barca in the 2010/11 season: Thinking about it. Could fit in perfectly
Hooray, in England they will let the audience into the stands again! While up to 4 thousand and not everywhere, but the clubs are happy 😊
Solskjaer about the match with Istanbul: these are the Champions of Turkey, it will be difficult
Gasperini on the nomination for the best coach of the year award: If we beat Liverpool, maybe I'll get a few votes
Julian Nagelsmann: Leipzig want to give PSG that final feeling they are talking about
Tuchel Pro Champions League: Match with Leipzig - the final of our group
Antoine Griezmann: it's Time to put everything in its place. I've had enough