logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo
star Bookmark: Tag Tag Tag Tag Tag
Thailand

แฉแผนป่วนใต้อีก เล็งถล่ม "หนองจิก-ยะรัง"

อ่านเพิ่มเติม...

ชี้ 15 ศพแก้แค้นจับอุสตาซ

แฉเบื้องหลังปฏิบัติการบุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วม ชคต.ลำพะยา ปลิดชีพ ชรบ. 15 ศพ กลุ่มโจรรวมพลวางแผนในโรงเรียนปอเนาะก่อนลงมือก่อเหตุ แก้แค้นให้ “อุสตาซ” ที่ถูกจับกุมที่ จ.สตูล หลังพบความเชื่อมโยงเหตุลอบวางระเบิด อส.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พลีชีพ 2 นาย เป็นแกนนำบีอาร์เอ็นในพื้นที่หนีหมายจับคดีความมั่นคงไปกบดานอยู่สตูลนานถึง 14 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงยังเดินหน้าไล่ล่ากลุ่มคนร้าย ล่าสุดรวบผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน ในจำนวนนี้ 3 คนมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัดตัวเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ แจ้งเตือนระวังเหตุรุนแรงซ้ำอีกในพื้นที่รอยต่อ อ.หนองจิก กับ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี “วันนอร์” โร่เยี่ยมปลอบขวัญผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ ประณามโจรใต้ลอบกัดไม่ใช่ต่อสู้แบบสันติภาพ กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตในพื้นที่แต่งเพลง “ฝันร้ายที่ลำพะยา” ไว้อาลัยแด่ผู้สูญเสีย

หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงเปิดแผนปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มโจรใต้ที่บุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วมชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) บ้านทุ่งสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ปลิดชีพชาวบ้านชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่เข้าเวรยามอยู่ในฐานเสียชีวิต 15 ศพ บาดเจ็บ 5 คน เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 พ.ย. หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน สอบสวนขยายผลปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กับเขตรอยต่อพื้นที่ อ.เมืองยะลา ล็อกตัวผู้ต้องสงสัยได้เพิ่มอีก 6 คน

ความคืบหน้าการสืบสวนแกะรอยตามล่ากลุ่มโจรใต้ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงเผยว่า กองกำลังร่วมทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี ยังคงเปิดแผนปฏิบัติการไล่ล่าติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง หลังจากฝ่ายความมั่นคงได้รับข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกบเป้าหมายในพื้นที่เขตรอยต่อยะลา-ปัตตานีอีกหลายจุด เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เกี่ยวข้องและญาติที่เตรียมจะหลบหนี บางรายยังไม่พบตัว ขณะเดียวกันจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า มีโรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งในพื้นที่เป็นจุดรวมพลวางแผนก่อนลงมือก่อเหตุ

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงได้รับรายงานว่า ชนวนเหตุยิงถล่มป้อมจุดตรวจลำพะยาจนมีผู้เสียชีวิต 15 ศพ น่าจะเป็นการตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมตัวอุสตาซคนหนึ่งใน จ.สตูล เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังพบมีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิด อส.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 นาย เมื่อวันที่ 16 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติอุสตาซคนดังกล่าวยังพบด้วยว่า เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เคยเป็นอุสตาซสอนอยู่ที่โรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งใน ต.ลำพะยา ถูกออกหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร เมื่อปี 48 หลบหนีไปกบดานอยู่โรงเรียนปอเนาะในพื้นที่ อ.ควนกาหลง จ.สตูล เป็นเวลานานถึง 14 ปีก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและยอมรับว่าเคยเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงเผยด้วยว่า หลังการจับกุมอุสตาซรายนี้ สร้างความไม่พอใจให้แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิด ระดมแกนนำระดับปฏิบัติการหลายคนที่เคยก่อเหตุและแนวร่วมในพื้นที่ทั้ง จ.ยะลา จ.ปัตตานี และรอยต่อ จ.สงขลา เข้ามาวางแผนและเลือกเป้าหมายที่จะก่อเหตุได้ง่ายและอยู่ในพื้นที่ รวมถึงเส้นทางหลบหนีออกนอกพื้นที่ จนกระทั่งเลือกลงมือที่ป้อมจุดตรวจร่วม ชคต.ลำพะยา

ส่วนการติดตามไล่ล่าจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ จนถึงวันนี้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน ทั้งหมดถูกส่งไปยังหน่วยซักถามเพื่อสอบปากคำ หลายคนยอมรับว่าเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุถล่มยิงป้อมจุดตรวจลำพะยา แต่ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าในจำนวน 10 คนมี 3 คนที่มีหลักฐานมัดตัวเชื่อมโยงกับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ถึงแม้ว่าทั้ง 3 คนยังให้การปฏิเสธแต่พบพิรุธหลายอย่าง อย่างไรก็ตามผลการซักถามผู้ต้องสงสัยบางคนให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและสามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวบุคคลที่มีทั้งหมายจับและมีข้อมูลประวัติคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากพยานหลักฐานว่าจะตรงกันหรือไม่

ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวความมั่นคงได้แจ้งเตือนว่า พบกลุ่มก่อความไม่สงบเคลื่อนไหวในเขตรอยต่อระหว่าง ต.คอลอตันหยง ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก และ ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แหล่งข่าวแจ้งว่ามีการระดมแนวร่วมวางแผนเตรียมก่อเหตุลอบยิงและลอบวางระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว มีเป้าหมายก่อเหตุกับชุดคุ้มครองครู ชุดเคลื่อนที่เร็วด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชุดเดินเท้า รวมไปถึงการโจมตีฐานปฏิบัติการในช่วงกลางคืน

มีรายงานด้วยว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ขบวนการบีอาร์เอ็นได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษที่ผ่านการฝึกหลักสูตรการโจมตีแบบกองโจรอาร์เคเคจากต่างประเทศ 4 ชุด เข้ามาเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงมือก่อเหตุไปแล้ว 2 ครั้งคือคาร์บอมบ์ที่หน้า สภ.ไม้แก่น หลังเก่า จ.ปัตตานี เมื่อหลายวันก่อน และล่าสุดบุกโจมตีฐาน ชคต.ลำพะยา เชื่อว่าจะมีปฏิบัติการตามมาอีกหลายเหตุในห้วงเวลา 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ มีข้อมูลด้วยว่าชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นทั้ง 4 ชุดจัดกำลังไว้ชุดละ 6 คนล้วนเป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุมาก่อน เพื่อให้ง่ายในการเคลื่อนไหว แต่ยุ่งยากสำหรับเจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุม

ช่วงสายวันเดียวกัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมคณะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจมอบกระเช้าดอกไม้และเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คนที่ยังรักษาตัวอยู่ รพ.ศูนย์ยะลา ทั้งหมดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังมี 1 คนที่รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนถูกส่งต่อไป รพ.สงขลานครินทร์ มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า มาเยี่ยมผู้บาดเจ็บในฐานะเป็นคนในพื้นที่ เชื่อว่าทุกกำลังใจจะเป็นเกราะสร้างความสัมพันธ์ความรู้สึกของพี่น้องในพื้นที่ให้แน่นแฟ้นขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง และขอประณามผู้ร้ายที่กระทำการเหี้ยมโหดกับชุด ชรบ. ที่มีแต่อาวุธปืนลูกซองไว้ป้องกันตัวเท่านั้น ถือเป็นการลอบกัด ไม่ใช่การสู้แบบสันติภาพ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนและภาครัฐร่วมมือกันหาทางแก้ไขป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีก พร้อมขอสดุดีและชมเชย ชรบ.ชุดนี้ที่ต่อสู้กับคนร้ายจนสุดความสามารถ ขอให้ดวงวิญญาณหลับสู่สุคติ

ต่อข้อถามว่า จะกระชับเจ้าหน้าที่อย่างไรไม่ให้เหตุยิง ชรบ.ลำพะยา เหมือนกับเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านในมัสยิดไอบายแย ที่เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้กระทำผิดแต่ก็เรื่องเงียบ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ตอบว่า รัฐต้องมีมาตรการเสริมให้กับผู้รักษาความปลอดภัยทุกคนให้มากกว่านี้ ต้องแก้จุดบกพร่องของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่าย ความเผอเรออย่าให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นจุดอ่อนให้ผู้ร้ายโจมตีได้ เหตุการณ์ยิงชาวบ้านไอบายแยในมัสยิดตาย 10 คนและเหตุการณ์ยิง ชรบ.ลำพะยาตาย 15 คน ยังหาคำตอบจากผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ชัดเจน หรือทุกปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จะโยนไปให้ขบวนการบีอาร์เอ็นทั้งหมด

ที่วัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา หมู่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศล 9 ศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีชาวบ้านจากพื้นที่ยะลา ปัตตานี สงขลา และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาร่วมงานศพจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง อบต.ลำพะยา ร่วมกับประชาชนชาวลำพะยาจัดทำอาหารไว้เลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมบริจาคเงิน น้ำดื่ม และอาหารมาเลี้ยงแขกที่มาร่วมงานศพตลอดงานจนถึงวันเผาศพวันที่ 12 พ.ย.นี้

ขณะเดียวกัน สำนักงานเยียวยาจังหวัดยะลา ส่งเจ้าหน้าที่มาตั้งโต๊ะให้บริการแก่ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งความเสียหายของทรัพย์สินจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายขโมยไป สำนักงานเยียวยาจังหวัดยะลาจะให้ความช่วยเหลือแก่ญาติของผู้เสียชีวิตต่อไป

ในช่วงเที่ยง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เดินทางไปที่ด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา มอบนโยบายและกำชับตำรวจ ตม. ด่านศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำนโยบายความมั่นคง ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ตรวจสอบเอกสารการเดินทางเข้าออกผ่านแดน และให้จัดกำลังเสริมเพื่อความเข้มงวดเฝ้าตรวจตามแนวชายแดน พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ได้เน้นย้ำมาตลอดเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ก่อความไม่สงบอาศัยช่องทางด่านปกติในการเข้าออกพร้อมนำอาวุธและวัตถุระเบิดจากประเทศเพื่อนบ้านมาก่อความไม่สงบ ต่อไปนี้คนที่เข้าออกด่านต้องใช้หนังสือเดินทางเท่านั้น และต้องประทับตราทุกครั้ง

ขณะที่กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา โดยนายจักรพงศ์ สะอาด หรือครูเอก อายุ 39 ปี และนายปราโมทย์ ขาวหนูนา หรือลุงแย้ว ได้เขียนเพลงผ่านความเศร้าโศกเสียใจเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชื่อเพลง “ฝันร้ายลำพะยา” นายจักรพงศ์เผยว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นสิ่งน่าเศร้าเสียใจ หดหู่หัวใจถึงกับนอนไม่หลับว่าทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ในชุมชนของเราด้วย เพราะพวกเราทั้งชาวพุทธและอิสลามอยู่กันแบบพี่แบบน้องพึ่งพาอาศัยกันมาตั้งนาน มีงานอะไรในพื้นที่ก็มาช่วยกันทั้งในวัดในมัสยิด ตนเชื่อว่าคนทั้งประเทศก็ทำใจไม่ได้ เห็นบรรยากาศความเสียใจร้องไห้ภายในวัดจนไม่อยากเข้าไป กลัวจะกลั้นใจไม่ไหว ร้องไห้ตามไปด้วย จึงเป็นแรงบันดาลใจเขียนเพลงนี้ขึ้นมา นั่งทำดนตรีกับกลุ่มเพื่อนนักดนตรีลำพะยา ถ่ายทอดลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “เอก จักรพงศ์ สะอาด” มีคนเข้ามาดูและกดไลค์กดแชร์จำนวนมาก

สำหรับเนื้อหาของเพลงฝันร้ายลำพะยา “ดึกดื่น ของคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เสียงปืนระเบิดดังกึกก้อง ไปทั่วท้องหุบเขาลำพะยา มีกองโจรผู้ก่อการร้าย ยิงเข้าใส่ป้อม ชรบ. อาสาสมัคร ชรบ. ขอสู้ตายจนกระสุนนัดสุดท้าย มันเข้ามาดั่งซาตาน ปลิดวิญญาณทีละคน ปีศาจร้ายโหดร้ายทารุณ สาดกระสุนไร้ความปรานี 15 ศพ ล้มหายตายจาก 15 พรากจากไปทันที ช่างเลือดเย็นอะไรเช่นนี้ ทุกชีวีก็มนุษย์เหมือนกัน ทิ้งเหลือไว้แต่ความโศกเศร้า ความปวดร้าวยากจะลืม อยากให้เป็นเพียงความฝัน ตื่นขึ้นมาทุกอย่างเหมือนเดิม”

Themes
ICO