logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo
star Bookmark: Tag Tag Tag Tag Tag
Thailand

“จาย” โชคไม่ดีถูกกรรมการจับฟาวล์ – “ใจเกินร้อย” สนาม 4 ชิงชัยที่นครนายก

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ส่งนักกีฬาทีมชาติไทยไปแข่งขันเสือภูเขานานาชาติ “ยูซีไอ เมาเท่นไบค์ ซีรี่ส์” รายการ “ซีโอล อินเตอร์เนชั่นแนล เมาเท่นไบค์ ชาลเลจน์ 2019” (SIOL INTERNATIONAL MOUNTAIN BIKE CHALLENGE) ที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัค ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เป็นการแข่งขันประเภทครอสคันทรี่ ได้รับรายงานจาก เรือตรีฉลอง ปานผ่อง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เป็นการแข่งขันประเภทครอสคันทรี่ ปรากฏว่านักกีฬาไทยทำผลงานได้อย่างน่อพอใจ โดยในรุ่นเยาวชนชาย นักปั่นไทยกวาดรางวัลอันดับ 1-3 มาครองได้ทั้งหมด โดยแชมป์ได้แก่ พลฉัตร นาคทองคำ เวลา 1.17.27 นาที ส่วนอันดับที่ 2 อธิพงศ์ สุวรรณสิงห์ เวลา 1.19.21 นาที และอันดับที่ 3 พูนศิริ ศิริมงคล เวลา 1.20.46 นาที

เรือตรีฉลอง กล่าวว่า การแข่งขันรายการนี้ ทัพเสือภูเขาไทยได้รางวัลมาทั้งหมด 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง โดยเหรียญทองได้จาก สืบสกุล สุขจรรยา ประเภทดาวฮิลล์ ประชาชนชาย และ พลฉัตร นาคทองคำ ประเภทครอสคันทรี่ เยาวชนชาย 2 เหรียญเงินจาก ศิริภัสสร ชาติกำเนิด ประเภทดาวน์ฮิล รุ่นประชาชนหญิง กับ อธิพงศ์ สุวรรณสิงห์ ประเภทครอสคันทรี่ เยาวชนชาย และ 1 เหรียญทองแดงจาก พูนศิริ ศิริมงคล ประเภทครอสคันทรี่ เยาวชนชาย โดยคณะนักกีฬาจักรยานเสือภูเขาของไทย จะเดินทางกลับ ในวันที่ 26 ส.ค. ด้วยสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH782 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวล 16.20 น.

พล.อ.เดชา กล่าวอีกว่า สำหรับการแข่งขันจักรยานประเภทลู่นานาชาติรายการ “เจแปน แทร็ค คัพ 2019” ในระดับคลาส 1 สนามที่ 2 ที่เมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ได้รับรายงานจาก พ.อ.อ.นรุตม์ชัย ข้อยุ่น ผู้ฝึกสอน ถึงผลงานของนักกีฬาไทย ประเภทพอยต์เรซ เยาวชนชาย ทักษ์ แก้วน้อย ไอ้อันดับที่ 2 และ วิศวกร แก้วทอง ได้ที่ 3 ส่วนแชมป์เป็นนักปั่นญี่ปุ่น สำหรับ “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ลงแข่งขันประเภทคีริน ประชาชนชาย ซึ่ง จาย ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และต้องเจอกับนักปั่นเจ้าถิ่นชุดเดิม ได้แก่ โทโมยูกิ คาวาบาตะ รองแชมป์โลกปี 2018 และ ยูตะ วากิโมโต้ แชมป์เอเชียปี 2019 จากทีมสมาคมจักรยานอาชีพญี่ปุ่น และ ยูได นิตตะ จากทีม ดรีม ซีคเกอร์ เรซซิ่งทีม ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีตแชมป์โลก

พ.อ.อ.นรุตม์ชัย กล่าวว่า การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ จาย โชคไม่ดี ระหว่างที่สปรินต์อยู่นั้นก็โดน แมทธิว เกรทเซอร์ นักปั่นจากออสเตรเลีย กระแทก ทำให้จายต้องเบียดเข้าเส้นทางของตัวเอง จึงเกิดการกระแทกกันอีกครั้ง แต่ผู้ตัดสินกลับมองว่า จาย ทำฟาวล์ จึงปรับให้ จายหล่นไปอยู่อันดับสุดท้าย พลาดโอกาสเข้ารอบชิงชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย หลังจบการแข่งขัน โค้ชของทีมญี่ปุ่นยังเดินมาคุยกับ จาย พร้อมกับบอกว่ารู้สึกงงกับการตัดสินของกรรมการที่ชี้ว่า จายทำฟาวล์ ทั้งที่จายโดนกระแทก

“ก่อนเดินทางมาแข่งขันที่ญี่ปุ่น ท่านพลเอกเดชา นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้บอกกับจายว่าให้ขี่แค่ประคองตัว เพื่อรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ และอีกอย่างท่านนายกหวั่นเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ และที่สำคัญ จายมีคะแนนสะสมเพียงพอต่อการไปแข่งรายการ เวิลด์ คัพ ซีรี่ส์ เรียบร้อยแล้ว แต่จายบอกว่าเขาต้องทำให้เต็มที่ เพราะการแข่งขันทุกสนามเขาต้องทำให้ดีที่สุด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และเอาจริงเอาจังของ จาย หรับผลงานของนักกีฬาจักรยานประเภทลู่ของไทยในรายการนี้ ได้มา 2 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง โดย 2 เหรียญเงินจาก ภาสิริ เจริญทรัพยานนท์ ประเภทสแครตช์ เยาวชนหญิง กับ ทักษ์ แก้วน้อย ประเภทพอยต์เรซ เยาวชนชาย 4 เหรียญทองแดงจาก จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ประเภทคีริน ประชาชาย, เยาวเรศ จิตมาตย์ ประเภทคีริน เยาวชนหญิง, ทักษ์ แก้วน้อย ประเภทสแครตช์ เยาวชนชาย วิศวกร แก้วทอง ประเภทพอยต์เรซ เยาวชนชาย คณะนักกีฬาไทยจะเดินทางกลับด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG677 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 21.55 น.” พ.อ.อ.นรุตม์ชัย กล่าว

ขณะที่ การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ (ใจเกินร้อย) ชิงแชมป์ประเทศไทย และการแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 3 ที่ จ.สิงห์บุรี เมื่อ 25 ส.ค. เป็นการแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All” โดยพิธีเปิดและปล่อยตัวนักกีฬา ได้รับเกียรติจาก นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานร่วมกับ พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ที่วัดพิกุลทอง

เส้นทางการแข่งขัน ระยะทาง 76.05 กม. มีผลดังต่อไปนี้ รุ่น AV35 ชาย ที่ 1 นายพลวัต แซ่เฮ้อ (ฟิชเชอร์แมนเฟรนด์ กองบิน 46 พิษณุโลก) เวลา 1.47.59 ชั่วโมง สำหรับ นายพลวัต เป็นนักปั่นชาติพันธุ์ บ้านอยู่บนดอย ใน จ.พิษณุโลก ซึ่ง “โค้ชเนิ่ม” ส.อ.เนิ่ม ชมภูศรี เห็นแวว และจับมาฝึกขี่จักรยานได้ไม่กี่เดือน ก็มาคว้าแชมป์สนามนี้, รุ่น AV35 หญิง ที่ 1 น.ส.สุพิชชา วรวงค์ (ฟิชเชอร์แมนเฟรนด์ วัดดงน้อย รร.บางบ่อวิทยาคม) เวลา 1.50.16 ชั่วโมง, รุ่น AV30 ชาย ที่ 1 น.ส.ชลธิชา ผลไม้ เวลา 1.54.20 ชั่วโมง, รุ่น AV30 หญิง ที่ 1 นายสุรชัย หาจตุรัส (กุยบุรี Cycling แม่กิมไล้) เวลา 1.52.41 ชั่วโมง, รุ่น AV40 ชาย ที่ 1 นายมูฮัมหมัดฮานาฟี กือจิ (อิสระ) เวลา 1.43.57 ชั่วโมง, รุ่น AV40 หญิง ที่ 1 นาตาลี ปัญญาวัน (Specialized) เวลา 1.45.11 ชั่วโมง สำหรับผลการแข่งขันทั้งหมดดูได้ที่เว็บไซต์ www.thaicycling.or.th

สำหรับการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ (ใจเกินร้อย) ชิงแชมป์ประเทศไทย และการแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All” ชิงถ้วยพระราชฯ สนามที่ 4 สนามสุดท้าย จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ต.ค. ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ผู้ที่สนใจสมัครร่วมกิจกรรม ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All สมัครได้ทางเว็บไซต์ www.ThaiMTB.com อัตราค่าสมัคร 650 บาท ต่อสนาม (สมัครหน้างานวันเสาร์) 700 บาท ต่อ 1 สนาม (สมัครหน้างานวันอาทิตย์) 800 บาท ต่อ 1 สนาม ส่วนจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ ค่าสัคร 450 บาท ต่อ 1 สนาม สมัครได้ที่เว็บไซต์ www.thaicycling.or.th ผู้สมัครจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมกีฬาจักรยานฯ โทร.0-2719-3340-2.

All rights and copyright belongs to author:
Themes
ICO