logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo logo
star Bookmark: Tag Tag Tag Tag Tag
Thailand

อิทธิฤทธิ์ "หูฉลาม" เสียงโหวตท่วม - ล้มกมธ. ม.44

มติฝ่ายค้าน รบ.ต้องถอนญัตติ

ต่อมานายสุทินแถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีข้อสรุปกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาญัตติด่วนเรื่องการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่ง คสช. คือ 1.ให้รัฐบาลถอนญัตติที่ให้ลงคะแนนใหม่ ให้สภาฯกลับไปใช้มติเดิม แต่หากฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันจะให้ลงคะแนนใหม่ ส.ส.ฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุม 2.ฝ่ายค้านเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมเพื่อให้สภาเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากรัฐบาลยังยืนยันไม่ถอนญัตติดังกล่าว ฝ่ายค้านมีแนวทางที่ 3 คือต่างฝ่ายต่างเคารพจุดยืนซึ่งกันและกัน โดยฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมองค์ประชุม ยืนยันว่าเราไม่ได้สร้างความขัดแย้ง เป็นการแสดงออกซึ่งอารยะขัดขืน

เลื่อนศึกซักฟอกไป ก.พ.63

นายสุทินกล่าวอีกว่า สำหรับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจะเลื่อนเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไปก่อน เป็นช่วงเดือน ก.พ.2563 มีเหตุผล 3 ประการ คือ 1.ตามรัฐธรรมนูญกำหนด คำว่าหนึ่งปี ไม่ใช่ระยะเวลาตามปีปฏิทิน ทำให้ฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในปีนี้ 2.การยื่นอภิปรายในเดือน ธ.ค.นี้ถือว่ากระชั้นชิดเกินไป เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และ 3.ได้รับแจ้งจาก ส.ส.ว่าติดภารกิจจำนวนมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงคิดว่าควรเลื่อนการอภิปรายออกไปก่อน และในปี 2563 ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ถึง 2 ครั้ง

วิป รบ.ยันไม่มีสภาฯล่มรอบสาม

ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลถึงการแก้ปัญหาองค์ประชุมสภาฯล่มว่า ได้หารือสอบถามทุกพรรคร่วมคาดว่าองค์ประชุมอาจพอดี หรือเกิน 249 เสียง แต่จะไม่ขาด ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ จะมาประชุมด้วยหรือไม่ หลังถูกศาลฎีกาออกหมายจับกรณีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนนั้นยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้รับการติดต่อ วันนี้สภาฯจะล่มหรือเดินหน้าเป็นเรื่องของสภาฯ หากฝ่ายค้านยังไม่เข้ามาร่วมประชุม ญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากประกาศ คสช.ของฝ่ายค้านจะได้รับการพิจารณาไหม ถ้าเล่นกันแบบนี้รัฐบาลไม่เดือดร้อนอะไร ไม่มีอะไรจะเสีย และไม่รู้สึกกดดันกับกระแสข่าวว่านายกฯจะยุบสภาฯ ผ่านมาแล้วปีเดียวเลือกตั้งสองครั้ง

ปชป.รับ 2 เสียงไม่เข้าประชุม

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ได้คุยกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทุกคน เห็นว่าการร่วมประชุมเพื่อให้องค์ประชุมครบเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบ มั่นใจว่าทุกคนจะมาร่วมประชุม และองค์ประชุมครบ แต่มี ส.ส.ของพรรค 2 คนที่ลาประชุม คือ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เดินทางไปต่างประเทศ และนายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วน ส.ส.บางคนที่ยังยืนยันในจุดยืนเดิมนั้น พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนต้องรับผิดชอบตามมติวิปรัฐบาล ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบส่วนตัว การทำงานในสภาฯภายใต้เสียงปริ่มน้ำ อยากขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ร่วมมือเพื่อให้สภาฯเดินหน้า เราพยายามขอความร่วมมือ

โยน “เฉลิมชัย” ดู ส.ส.โหวตสวน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การคุมเสียงในสภาฯทุกพรรคต้องช่วยกัน ไม่ใช่เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง การมาร่วมรัฐบาลด้วยกันต้องทราบภารกิจดีอยู่แล้ว นายกฯไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษเพราะเข้าใจดีว่าแต่ละพรรคต้องทำอะไรบ้าง เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลต้องทำงานร่วมกันรวบรวมเสียงให้เป็นไปตามเป้าหมาย เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มาประชุมสภาฯครบหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ส.ส.ของพรรคที่ขาดประชุมแน่ๆ คือ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ป่วย ส่วน ส.ส.คนอื่นวิปพรรคทำหน้าที่ควบคุมเสียงอยู่ เพราะมติพรรคให้ปฏิบัติตามมติวิปรัฐบาล เมื่อถามอีกว่าหากมี ส.ส.ฝืนมติพรรคจะมีการลงโทษหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า เป็นหน้าที่ของเลขาธิการพรรคจะเป็นผู้พิจารณาว่าดำเนินการอย่างไรต่อไป

วิ่งวุ่นไล่เช็กเสียงกันจ้าละหวั่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำ ส.ส.ซีกรัฐบาล และรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตร เลขาธิการพรรคชาติไทย-พัฒนา ทยอยเดินทางมาถึงรัฐสภาในช่วงบ่าย ตามที่วิปรัฐบาลมีมติให้ ส.ส. และรัฐมนตรีทุกคนอยู่กันพร้อมเพรียง และให้วิปรัฐบาล 1 คนประกบติด ส.ส. 6 คน เพื่อเช็กเสียงอยู่ตลอดเวลา โดยให้วิปแต่ละพรรคแจ้งมายังวิปรัฐบาลว่าแต่ละพรรคยังขาดใครบ้าง กระทั่งเวลา 16.00 น. จึงมีการคอนเฟิร์มว่าได้เสียงครบองค์ประชุมแล้ว 250 เสียง

“ไวพจน์” โผล่สภาฯหน้าตาเฉย

กระทั่งเวลา 13.00 น. เริ่มประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลฎีกาสั่งให้ออกหมายจับ กรณีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เมื่อปี 2552 ได้เดินทางมาร่วมประชุมสภาฯด้วย โดยนั่งพูดคุยอยู่กับนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตามปกติท่ามกลางข้อถกเถียงของหลายฝ่ายว่า พ.ต.ท.ไวพจน์แม้ยังมีสถานภาพ ส.ส.อยู่ แต่ยังได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ไวพจน์เดินทางมาที่รัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยขึ้นลิฟต์จากชั้นใต้ดินไปยังห้องประชุมสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอกับสื่อมวลชน และเข้าไปนั่งรออยู่ในห้องประชุม

เริ่มถกโหวตตั้ง กมธ.มาตรา 44

จากนั้นเวลา 17.35 น. หลังพิจารณากระทู้ถามสดและกระทู้ทั่วไปเสร็จ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้แจ้งจำนวน ส.ส.ล่าสุดเหลืออยู่ 498 คน จากนั้นจึงเข้าสู่วาระพิจารณาญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ทันทีที่เปิดให้สมาชิกแสดงความเห็น ทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ยังคงแสดงความเห็นโต้เถียงเรื่องการนับคะแนนใหม่ โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลถอนญัตติที่ให้มีการนับคะแนนใหม่ ตามข้อบังคับการประชุมสภาข้อ 85 แต่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ยืนยันไม่ถอนญัตติ ทำให้นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าฝ่ายค้านจะไม่อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม นายสุชาติจึงตัดบทพร้อมดำเนินการนับองค์ประชุมทันที

องค์ประชุมทะลุเป้า 259 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านพากันวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ไม่อยู่ร่วมแสดงตน หลังจากที่สมาชิกกดบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้ว นายสุชาติได้แจ้งผลการลงคะแนนแสดงตนเป็นองค์ประชุมว่า มีองค์ประชุม 258 เสียง บวกกับผู้ที่ขานชื่อด้วยวาจาเพิ่มเติม รวมแล้วมีผู้แสดงตน 259 เสียง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม ทำให้สภาฯสามารถดำเนินการนับคะแนนใหม่ได้

10 งูเห่าฝ่ายค้านโผล่แสดงตน

จากการตรวจสอบพบว่า มี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่ไม่ได้ร่วมวอล์กเอาต์ และยังแสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุมถึง 10 คน ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 3 คน คือ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 2 คน คือ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน คือ นายภาสกร เงินเจริญกุล นายมนูญ สิวภิรมย์รัตน์ นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ และนายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และพรรคประชาชาติ 1 คน ได้แก่ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี

4 ส.ส.ปชป.โหวตสวนอีก 2 โหวตโน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน 6 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่โหวตสวนมติพรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนให้ตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจาก คสช. ถูกแกนนำพรรคเรียกคุยเพื่อขอให้ทบทวนท่าที โดยเฉพาะนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาโหวต 4 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศตัวรักษาจุดยืนเดิม ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายพนิต วิกิจเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวา สาและ ส.ส.ปัตตานี ออกเสียงเห็นด้วยให้ตั้งกมธ.ฯ ขณะที่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก และนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา ออกเสียงไม่ประสงค์ลงคะแนน

ผลโหวต 244 ต่อ 5 ไม่ตั้ง กมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการลงมติปรากฏว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 244 ต่อ 5 งดออกเสียง 6 โดยพบว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่ถูกศาลออกหมายจับ นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย แต่ไม่ยอมโหวตออกเสียง ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล หารือที่ประชุมใช้เวลาเคร่งเครียดมานาน อยากให้ปิดประชุม นายสุชาติจึงสั่งปิดการประชุมในเวลา 19.00 น.

ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ กล่าวเพียงสั้นๆกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่กังวลที่มีหมายจับ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต่อไป จากนี้จะไม่หลบซ่อนตัว เข้าใจว่าที่ต้องออกหมายจับเพราะต้องการให้ไปฟังคำพิพากษาเท่านั้น และจะเดินทางไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ม.ค.2563

ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า กรณีศาลเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์เลี่ยงไม่มาศาล และศาลสั่งออกหมายจับ ศาลจะเซ็นหมายจับในวันเดียวกัน และส่งให้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในวันรุ่งขึ้น เป็นขั้นตอนทางธุรการตามปกติ ดังนั้น กรณีศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับจำเลย ปกติหมายจะไปถึง ผบก.ภ.จ.ชลบุรีแล้ว

“เทพไท” ทิ้งบอมบ์ใครรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุมสภาฯ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า “กรณี พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เป็นผู้ต้องหาถูกออกหมายจับโดยศาลจังหวัดพัทยา หนีหมายจับของศาลมาอยู่ในห้องประชุมสภาฯ มีประเด็นต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 การให้ที่พักพิงผู้กระทำผิด ใครต้องรับผิดตามมาตรานี้ ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภาฯ เลขาธิการ 2 สภาฯ หรือ ส.ส./ส.ว.ทุกคน”

“ชวน” เตือนประชาชนจับตาอยู่

ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่ององค์ประชุมสภาฯอย่าไปตื่นเต้นมากนัก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในสภาฯหลายๆชุด ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ถือเป็นภาระร่วมกันของทุกฝ่าย แต่ภาระแรกเป็นของฝ่ายรัฐบาล เพราะเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุการณ์สภาฯล่มอีก จะส่งผลต่อภาพลักษณ์รัฐบาลหรือไม่ นายชวนตอบว่า แน่นอน ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆเสียภาพลักษณ์แน่ เสียไปถึงเสียงข้างมาก และเสียไปถึงคนที่ไม่เข้าประชุม เพราะประชาชนจับตามองอยู่ การประชุมสภาฯถือเป็นความรับผิดชอบ หากฝ่ายไหนจงใจเพื่อไม่ให้องค์ประชุมครบหลายครั้ง คนจะรู้สึกว่าเป็นความจงใจไม่ให้ทำงาน เมื่อถามว่า หากในอนาคตฝ่ายค้านจะใช้ข้อบังคับนี้ในการขอนับคะแนนใหม่บ้าง นายชวนตอบว่า นี่คือสิ่งที่ตนเตือนมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเสียงรัฐบาล และฝ่ายค้านต่างกันไม่เกิน 25 เสียง หากอีกฝ่ายจะแก้แค้นสามารถเสนอได้ ถ้ารัฐบาลขอนับใหม่ได้ ฝ่ายค้านก็ขอนับใหม่ได้ เมื่อถามถึงกระแสข่าวอาจถึงขั้นยุบสภาฯ นายชวนตอบว่า “อย่าไปพูดถึงเลย เพราะอำนาจการยุบสภาฯไม่ได้อยู่ที่คนขู่”

ถ้าตำรวจเจอ “ไวพจน์” จับได้เลย

นายชวนยังกล่าวถึงกรณีศาลฎีกาออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่า ตามรัฐธรรมนูญการให้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส.กรณีที่ถูกดำเนินคดี ต้องอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน แต่กรณีนี้เลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว เพราะศาลได้ตัดสินคดีถึงที่สุด อีกทั้งศาลได้ออกหมายจับแล้ว พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่ได้ส่งเอกสารอะไรมายังสภาฯ เมื่อถามว่าหาก พ.ต.ท.ไวพจน์ปรากฏตัวที่สภาฯสามารถจับตัวได้เลยหรือไม่ นายชวนตอบว่า “ใช่ครับๆ”

อนค.ยื่นสอบ ปธ.สภาฯไม่เป็นกลาง

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โฆษกกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความเป็นกลางตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ และตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า ต้องการให้ตรวจสอบ 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การตีความข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อ 83 และ 85 เรื่องการลงคะแนนและการนับคะแนนใหม่ 2.การตีความของนายชวนให้ลงคะแนนใหม่ ทำให้เกิดความไม่เป็นกลางตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ เนื่องจากญัตติดังกล่าวฝ่ายค้านชนะโหวตไปแล้ว แสดงให้เห็นความพยายามต้องการให้รัฐบาลเป็นฝ่ายชนะ 3.อยากให้ กมธ.ศึกษาว่าการตีความเช่นนั้นจะกระทบกับการทำงานของสภาฯอย่างไร ในอนาคตอาจขอให้นับคะแนนใหม่แบบไม่มีที่สิ้นสุด จนสภาฯเดินหน้าไม่ได้ 4.ควรมีกลไกควบคุมประธานสภาฯให้ทำหน้าที่เป็นกลาง

“เสรีพิศุทธ์” รับลูกตรวจสอบ

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กล่าวว่า กมธ.ฯจะไปศึกษาว่าสิ่งต่างๆที่นายชวนดำเนินการไป ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องหรือไม่ เห็นว่าการนับคะแนนใหม่เพื่อต้องการให้รัฐบาลชนะญัตติให้ได้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเผด็จการ ยิ่งวันนี้มีการระดมพลจำนวนมาก ใครป่วยต้องให้ออกจากโรงพยาบาล ขนาด ส.ส.ที่ถูกหมายจับศาลยังต้องหนีมาลงคะแนน ดังนั้น ถ้าใครพบ ส.ส.คนนี้จับได้เลย ไม่ให้เข้าสภาฯ เมื่อถามว่า หากรัฐบาลชนะโหวตโดยไม่มีการตั้ง กมธ. ฝ่ายค้านจะยอมรับมติของสภาฯหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ต้องนำคะแนนไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นการลงคะแนนชอบหรือไม่

“เพนกวิน” บุกสภาฯเหน็บ “ชวน”

ต่อมาช่วงเที่ยง กลุ่มนักศึกษาติดตามสถาการณ์บ้านเมือง นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เข้ายื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ ขอให้ทำหน้าที่เป็นกลาง และปฏิบัติตามกฎหมาย นายพริษฐ์กล่าวว่า คำวินิจฉัยของประธานสภาฯให้มีการลงคะแนนใหม่ เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะสมาชิกขอให้นับคะแนนใหม่ได้แต่ไม่ใช่การออกเสียงใหม่ จึงขอมอบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ประธานสภาฯไว้ศึกษาคำว่าการนับคะแนนใหม่ กับการออกเสียงใหม่ว่ามีความหมายแตกต่างกันอย่างไร

“สมบูรณ์” ป้องวางตัวเป็นกลาง

ด้านนายสมบูรณ์กล่าวว่า ประธานสภาฯทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมถูกต้องแล้ว แปลกใจว่า ส.ส.หลายคนกลับตีความข้อบังคับการประชุมไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจเจตนารมณ์กฎหมาย ใช้ความรู้สึก และความไม่รู้ แล้วมาร้องเรียนว่าประธานสภาฯทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง

มวยคู่ใหม่ “แทนคุณ-เพนกวิน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสมบูรณ์แถลงข่าวเสร็จ นายพริษฐ์ชี้แจงตอบโต้อีกรอบว่า ตนเข้าใจข้อบังคับการประชุมดี เพราะสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็มีข้อบังคับการประชุมเช่นกัน มีการลงมติแพ้ ชนะ เหมือนที่เกิดขึ้นในสภา ทุกฝ่ายต้องยอมรับกัน ขณะที่นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภาฯ ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เดินขึ้นมาบนโพเดียมแถลงตอบโต้ทันทีว่า นายพริษฐ์น่าจะไม่เข้าใจจึงเอามาเปรียบเทียบกันเช่นนี้ และไม่แน่ใจว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่คนไหนชักใยอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ขอคืนพจนานุกรมให้นำกลับไปศึกษา รวมถึงจะมอบข้อบังคับการประชุมสภาฯให้ไปศึกษาด้วย จากนั้นเกิดการปะทะคารมกันระหว่างนายแทนคุณและนายพริษฐ์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเชิญตัวนายพริษฐ์ออกจากพื้นที่แถลงข่าว แต่นายพริษฐ์ออกไปยืนบริเวณหน้าประตูทางเข้าสภาฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนย้ำว่า เป็นการพาดพิงที่น่าเกลียดของนายแทนคุณ พฤติกรรมแบบนี้น่าผิดหวัง แต่เมื่อประธานสภาฯไม่รับพจนานุกรมก็ไม่เป็นไร ขอวางเอาไว้ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ด้านหน้าแทน

“ธรรมนัส” ตีมึนเเจงวุฒิปลอม

เมื่อเวลา 11.10 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ป.ป.ช.ตามคำเชิญที่ให้มาชี้แจงกรณีการขาดคุณสมบัติ ส.ส. และวุฒิการศึกษาปลอม จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้มาเพื่อชี้แจง แต่ประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกเรื่องมาตรฐานวุฒิการศึกษา ได้มอบข้อมูลวุฒิการศึกษาโดยเฉพาะวุฒิปริญญาเอกต่อ กมธ. ยอมรับว่าไม่รู้ว่าสถานศึกษามีมาตรฐานหรือไม่ ทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ให้ตรวจสอบสถาบันดังกล่าวแล้ว หากได้ข้อมูลชัดเจนจะนำข้อมูลมาให้ กมธ.ต่อไป ทั้งนี้ ยังพบว่า 182 โครงการของมหาวิทยาลัยชื่อดัง 40 แห่งในประเทศไทยไม่ได้มาตรฐานจนถูกสั่งให้ยุบ และส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังทั้งนั้น การให้ข้อมูลต่อ กมธ.จึงเป็นประโยชน์ให้บุคคลที่จะศึกษาโครงการออนไลน์ หรือโครงการทางไกล ต้องดูดีๆ อย่าไปถูกหลอก บรรยากาศการประชุมวันนี้ กมธ.ทุกคนให้เกียรติตนอย่างดี

ไม่รู้ไม่ชี้ค่ากล้วยฝ่ายค้าน 8 หลัก

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงกรณีประธานวิปฝ่ายค้านเเฉเรื่องความพยายามล็อบบี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน กว่า 20 คน โดยเสนอผลตอบแทนให้เงิน 8 หลักว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ ตนยังประสานงานกับพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม แต่ไม่มีการประสานงานหรือพูดคุยกับฝ่ายค้าน ส่วนเรื่ององค์ประชุมสภาฯเป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลดูแล มองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการชิงไหวชิงพริบในเกมการเมือง

“บิ๊กตู่” ย้ำยึด 3 เสาหลักมั่นคง

ที่หอประชุมพิบูลสงคราม วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 62 พร้อมกล่าวปาฐกถา “บทบาทของภาครัฐ เอกชนและการเมือง ในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า วปอ.ถือเป็นสถาบันการศึกษามั่นคงสูงสุดของประเทศ ช่วยกันระดมความคิดและเป้าหมายที่แตกต่างให้เป็นหนึ่งเดียวกัน คือผลประโยชน์ประเทศชาติ และประชาชน หวังทุกคนนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เรียนรู้ นำพาบ้านเมืองไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยยึด 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นแกนหลักของประเทศ

ปัดไม่เคยขู่ปรับ ครม.-ยุบสภา

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาเป็นประธานเปิดทดลองให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต อีก 4 สถานี ที่บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว พร้อมกล่าวว่า ขอร้องสื่อมวลชนให้เสนอเรื่องดีๆบ้าง ความขัดแย้ง สิ่งที่เป็นอุปสรรค หรือเห็นต่างอะไรไว้ข้างๆไว้ก่อน ไม่ใช่เรื่องสำคัญต้องเอาเป็นเอาตาย ไม่ใช่มานั่งทะเลาะกันทุกเรื่อง ปัญหาก็พันกันไปหมด ตนเป็นเพียงผู้นำบริหารงานเท่านั้น ทั้งหมดต้องอาศัยสติปัญญาของทุกคน มาช่วยกันคิด หลายคนบอกว่าให้เอาองค์กรต่างประเทศเข้ามา แล้วช่วยอะไรได้บ้าง นอกจากขยายความขัดแย้งของพวกเราไปเรื่อยๆ เราต้องเห็นอกเห็นใจกัน วันนี้ปัญหาทุกอย่างต้องแก้ด้วยการลด ละ เลิก หลังเสร็จพิธีเปิดระหว่างทดลองนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าวไปยังสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายกฯหันมาพูดกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “No comment of Politics” เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.และยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์รีบตอบปฏิเสธว่า “ฉันไม่เคยพูดเลย พูดกันไปเอง”

อย่าให้ใครทำลายความสุขปีใหม่

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา จ.ระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารพักผู้โดยสารหลังที่ 2 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา มี พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนการท่าอากาศยานอู่ตะเภา และ พล.ร.ท.กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผอ.ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ต้อนรับ พร้อมนำตรวจแถวทหารกองเกียรติยศจากกองทัพเรือ นายกฯกล่าวว่า “ช่วงไฮซีซันเหลืออีก 1 เดือน เชื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ใครที่จะทำลายไฮซีซันของเรา ใครจะทำลายความสุขปีใหม่ของเรา คุณไปว่าคนเหล่านั้น ต้องไม่ทำ ความเชื่อมโยงคมนาคม เหมือนเส้นเลือดในตัวคน มีเส้นเลือดหลัก เส้นเลือดดำ แดง และเส้นเลือดฝอย วันนี้ทะเลาะกันบนเส้นเลือดฝอยไม่เลิกกันเสียที ทำแขนซ้าย แขนขวา ขาซ้าย-ขวาอ่อนแรง แล้วจะไปอย่างไร”

“บิ๊กป้อม” ออกรับนายกฯไม่ได้ขู่

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า ต้องไปถามนายกฯ นายกฯไม่ได้ขู่ว่าจะปรับ ครม.แต่พูดว่าถ้าดำเนินการไม่ดีต้องปรับ ครม. และเตรียมยุบสภา นายกฯพูดแบบนี้ เมื่อถามว่ามีการประเมินผลงานเพื่อเตรียมปรับ ครม.ตลอดเวลาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่าไม่ได้เตรียม จะให้ไปปรับตรงไหนอย่างไร ถ้าจะปรับ ครม.ก็คงเป็นตน เพราะเดินไม่ไหว ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ไปร่วมงานเลี้ยงด้วยจะกลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ไม่ทราบ “เขาก็จะเป็นคนดี ตอนนี้ดูเป๋ๆไป”

จวก “สุทิน” มโน รบ.เปิดไดโว่ดูด

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เผยข้อมูลว่ามีการเคลื่อนไหวเสนอผลประโยชน์เป็นตัวเลขสูงถึง 8 หลักต่อ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เพื่อขอให้เป็นองค์ประชุมว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายสุทินคงคิดไปเอง การจะพูดอะไรต้องมีหลักฐานและพยาน เมื่อถามว่าไม่จำเป็นต้องซื้องูเห่า หรือมี ส.ส.ฝากเลี้ยงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรถามกลับว่า “มีฝากเลี้ยงที่ไหน จะไปมีได้อย่างไร คิดกันไปเอง”

“เสี่ยหนู” ไม่ได้ยินคำขู่ยุบสภา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว. สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งในพรรคร่วม ที่ผ่านมามาจากคนเสี้ยม เราคุยกันเรื่องการทำงานเมื่อมีความเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องธรรมดา จะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาใช้เป็นความ สะใจ ยืนยันเสียงพรรคภูมิใจไทยน่าจะเหนียวแน่น เพราะพรรคภูมิใจไทยเลี้ยงแต่นกไม่เลี้ยงงู และกระแสข่าวว่านายกฯพูดขู่จะปรับ ครม.หรือยุบสภานั้น ไม่ได้ยินในที่ประชุม ครม. และในงานเลี้ยงสังสรรค์ก็ไม่มี มีแต่พูดให้กำลังใจกัน ทุกคนต้องมีสปิริต ตั้งเป้าไว้ว่าการพบปะของพรรคร่วมรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลอยู่ได้ยาว ตลอด 4-5 เดือนที่ผ่านมา ผลงานปรากฏค่อนข้างมาก ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปจะสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยง เพื่อความคุ้นชินกันมากขึ้น

“วิษณุ” ชี้ ตร.ไม่จับ “ไวพจน์” โหวตได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พปชร.ว่า ขณะนี้สมาชิกภาพ ส.ส. ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ยังมีอยู่ สามารถมาประชุมสภาฯได้ แต่ไม่มีความคุ้มกันหรือสิทธิที่จะไม่ถูกนำตัวไปดำเนินคดี หากเจอที่ไหนจับได้ถ้าจะจับ ผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถจับกุมในสภาฯได้เลยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ปกติในสภาฯ จะไม่จับ ช่วยรออยู่หน้าประตูได้หรือไม่ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องขอมติที่ประชุมสภาฯ เพราะตอนนี้ไม่มีความคุ้มกันแล้ว ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา หาก พ.ต.ท.ไวพจน์ยังไม่ถูกจับกุมสามารถปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ตลอด ลงมติได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ชอบใจนายกฯจวก ปชป.กลาง ครม.

นายวิษณุกล่าวถึงกระแสข่าวบรรยากาศในที่ประชุม ครม.ที่ค่อนข้างเคร่งเครียดว่า มองว่าสนุกออก ตนชอบ พล.อ.ประยุทธ์ก็สนุกท่านก็หัวเราะ เมื่อถามว่านายกฯถึงขั้นเปรยว่า อาจปรับ ครม. หรือยุบสภาฯ นายวิษณุตอบว่า ท่านอาจจะพูดแต่ตนไม่ได้ยิน เพราะมันมีวงเล็กวงน้อยตอนเบรก เขาเข้าไปนั่งในห้องกัน ตนไม่ได้เข้า ไม่ได้ร่วมรับประทานในโต๊ะอาหารเที่ยง

“พิเชษฐ” รับปากหวนคืนซบ “ลุงตู่”

นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวถึงงานเลี้ยงมีตติ้งพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดีมากๆ นายกฯคุยกับตนและนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ว่า พรรคฝ่ายค้านพูดอะไรต้องฟัง ยิ่ง ฝ่ายค้านอิสระพูดยิ่งต้องฟังให้มาก และขอให้ทำงานร่วมกันต่อไปโดยขอให้กลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม ตนทั้ง 2 คนรับปากโดยต้องไปขอมติกรรมการบริหารพรรคก่อน ดังนั้นจะเรียกประชุมพรรคภายใน 7 วัน คาดว่าภายในเดือน ธ.ค.จะเสร็จเรียบร้อย ไม่มีฝ่ายค้านอิสระแล้ว

“เต้” ยักท่าต้องให้ “ลุงตู่” อัญเชิญ

ขณะที่นายมงคลกิตติ์ กล่าวถึงข้อสังเกตเรื่องการแจกกล้วยของนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านว่า มีหลักฐานหรือไม่เพราะได้ยินมานานแล้ว และตนได้ไปคุยกับคนที่ได้รับแจกกล้วยบอกว่าเป็นกล้วยปลอม เมื่อถามว่าการย้ายกลับเข้ารัฐบาลเกี่ยวกับ การแจกกล้วยใช่หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน ต้องอย่าลืมว่าคนที่ชวนเข้าร่วมรัฐบาลคือแกนนำ พปชร.ชวนทั้ง 11 พรรค แต่ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์มาพูดคุยกับตนเป็นการส่วนตัวบอกว่าอย่าเป็นเลยฝ่านค้านอิสระ ชวนให้มาร่วมรัฐบาล ตนบอกไปว่าถ้านายกฯชวนจะคุยกับกรรมการบริหารพรรค หากกลับไปร่วมรัฐบาลเรื่องการตรวจสอบรัฐบาลจะดำเนินการเหมือนเดิม

“เจ๊หน่อย” ฉะคนซื้อไม่ใช่ลูกผู้ชาย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากมีการซื้อ ส.ส.งูเห่าพรรคฝ่ายค้าน เพื่อให้การประชุมสภาฯครบองค์ประชุมตามที่เป็นข่าวจริง ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจสำหรับระบอบประชาธิปไตย นี่คือการปฏิรูปการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และผู้มีอำนาจหรือไม่ ใช้เงินซื้อทุกอย่างซื้อ ส.ส.ซื้อเสียง แล้วบอกว่าไม่โกงคงไม่มีใครเชื่อ ข่าวว่ามีความพยายามเพาะฟาร์มงูเห่าดังอื้ออึงในสภาฯ ทำทุกวิถีทางแบบนี้เป็นวิธีที่ไม่ใช่ลูกผู้ชาย สร้างวัฒนธรรมที่เลวทรามใช้เงินซื้อทุกอย่าง เมื่อเริ่มต้นใช้เงินซื้อทุกอย่างก็ต้องเข้าไปโกงกัน มันถึงจะอยู่กันได้ หรือนำคดีไปข่มขู่ซึ่งพรรคเพื่อไทยถูกกระทำมาแล้ว และใช้เงินจูงใจ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หาก พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่ามาตรา 44 ดีจริง จะกลัวอะไรกับการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าว

อนค.ซัดลัทธิ “พังชาติ-บ้าอำนาจ”

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า คำขู่ว่าจะปรับ ครม.หรือยุบสภา เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นรัฐบาลที่ยังหลงระเริงกับอำนาจ ที่คิดว่ายังมีอยู่ล้นฟ้า ถึงขั้นเอาประเทศเข้าต่อรอง ความกลัวของผู้มีอำนาจ 2 คน ไม่ทราบจริงๆว่าการโหวตตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจาก คสช. ไปสะกิด ต่อมอะไรถึงได้มีคำสั่ง ยกเลิกความพ่ายแพ้ ให้กลับมาชนะให้ได้ ถ้าไม่ชนะประเทศไม่ได้ไปต่อ เพราะมีอำนาจล้นฟ้าเลยสั่งหยุดแผ่นดินนี้ พอไม่มีมาตรา 44 เลยเล่นยากหน่อย จนต้องเผยธาตุแท้ฟาดงวงฟาดงากันยกใหญ่ “แบบนี้เรียกลัทธิอะไร พังชาติ ใช่ไหม หรือจะเรียกลัทธิบ้าอำนาจ”

จับ 4 ผู้สมัครเลือกซ่อมปฏิญาณตน

อีกเรื่อง ที่ห้องประชุมโรงเรียนหนองเรือวิทยา อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น นายไพบูลย์ เหล็กธรรม รองเลขาธิการสำนักงาน กกต. นำผู้สมัครรับการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่นเขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่างทั้ง 4 คน กล่าวคำปฏิญาณและแสดงเจตนารมณ์เพื่อเป็นพันธสัญญาหาเสียง ประกอบด้วยนายธนิก มาสีพิทักษ์ พรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ คุณเงิน พรรค พลังประชารัฐ พ.ต.อ.กิตติกูร กาญจนสกุล พรรคเสรีรวมไทย และนายสุทัศน์ ผลบุญ พรรคพัฒนาชาติ รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียงจากทุกพรรค

กกต.ไม่หวั่นปมรีบฟัน “ธนาธร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องคดีหมายเลขดำ อท.168/2562 ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 7 คน ความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.มาตรา 69 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83, 89 ซึ่งศาลมีคำสั่งให้เลขาธิการ กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมส่งเอกสารภายในวันที่ 19 ธ.ค. โดย กกต.ได้หารือเรื่องดังกล่าว ไม่ได้กังวลเนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญบอกไว้แล้วว่า การส่งคำร้อง ของ กกต.ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีผลผูกพันทุกองค์กร

ไม่รีรอเดินหน้าสอยเงินกู้ อนค.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถส่งเอกสารหลักฐานการกู้เงิน จากนายธนาธรได้ตามกำหนดคือวันที่ 2 ธ.ค. ที่ประชุม กกต.เห็นว่าเมื่อไม่สามารถนำส่งเอกสารหลักฐานได้ตามกำหนด ถือเป็นผลเสียต่อพรรคอนาคตใหม่เอง กกต.จึงมีมติให้ตัดพยานหลักฐานที่เหลือ และให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน พิจารณาจากพยานหลักฐานที่พรรคอนาคตใหม่ส่งมาบางส่วนก่อนหน้านี้เสนอที่ประชุม กกต. พิจารณาในวันที่ 11 ธ.ค.

Themes
ICO