Thailand

ม็อบตั้งขบวนฝ่าวงล้อม จากสนามหลวงบุกทำเนียบ แกนนำ นศ.-แนวร่วมพรึบ

กระทั่งเวลา 12.50 น. แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เริ่มทยอยเข้าพื้นที่ อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ นำภา มีการอุ้มพระพุทธรูปปางชนะมารเดินนำหน้าเข้ามาทางประตูฝั่งหอประชุมใหญ่ ท่ามกลางผู้ชุมนุมห้อมล้อมให้กำลังใจ แต่เกิดปัญหากระทบกระทั่งเล็กน้อยขณะที่นายพริษฐ์กำลังเดินทักทายมวลชนที่บริเวณประตูฝั่งคณะนิติศาสตร์ มีชายสวมใส่เสื้อแดงพยายามบุกประชิดตัวนายพริษฐ์ ทำให้การ์ดต้องกันตัวออกมา และมีมวลชนกรูเข้าไปที่ชายคนดังกล่าวต่อว่ามาทำร้ายลูกหลานทำไม และฉุดกระชากให้ถอดเสื้อแดงออก โดยระบุว่า เป็นผู้ไม่หวังดีปลอมตัวมา ขณะที่แกนนำนิมนต์พระภิกษุจำนวน 6 รูป เป็นพระหนุ่มที่มีอายุพรรษาไม่มาก ขึ้นเวทีเทศนาสวดมนต์ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม และอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 16, 6 ตุลาฯ 19 พฤษภาฯ 35 และการสลายชุมนุมเสื้อแดง พฤษภาฯ 53

“วีระ” ร่วมชุมนุมกลุ่มปลดแอก

ขณะเดียวกัน นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เดินทางมาพูดคุยกับนายอานนท์ที่บริเวณด้านหลังเวทีปราศรัยชั่วคราว นายวีระกล่าวว่า ตั้งใจมาร่วมชุมนุม เพราะเห็นว่าการชุมนุมของนักศึกษาครั้งนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด ที่กล่าวหาเด็กๆว่าสร้างความวุ่นวาย ต้องการล้มล้างสถาบันฯ ตนมองว่าไม่จริง ข้อเรียกร้องของเด็กๆ ต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สมัย กปปส.ชุมนุมเรียกให้ทหารมาฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นมีคนพูดแบบนี้

พร็อบจัดเต็มรถถัง-เรือดำน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมหลายคนพากันแต่งตัวสร้างสีสัน แนวประชดเสียดสีรัฐบาลและกองทัพ มีคนรุมล้อมถ่ายรูปด้วยความสนใจ โดยชายวัย 40 ปี ใช้ขวดทำเป็นเรือดำน้ำเทินไว้บนศีรษะ บอกว่าลำนี้แค่ 300 กว่าบาท ก็สนุกในวันเด็กได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อแพงเป็นหมื่นล้าน ส่วนผู้ชุมนุมหญิงคนหนึ่งแต่งชุดซิสเตอร์บาทหลวงสีดำ ห้อยกางเขนขนาดใหญ่ แต่งหน้าเป็นปีศาจ ขณะที่นายเดี่ยว อายุ 54 ปี แต่งตัวเป็นนักเรียนปักชื่อ ด.ช.รักชาติ รักประชาชน ขี่รถถังจำลองทำจากแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด ห้อยตุ๊กตาตัวเงินตัวทอง เดินชูป้ายข้อความ “ครบรอบ 19 กันยา 49 ผ่านมา 14 ปี ยึดอำนาจประชาชนจนบ้านเมืองฉิบหายหมด ยังจะหน้าด้านอ้างเป็นคนดี”

ประกาศใช้สนามราษฎรเวทีใหญ่

จนถึงเวลา 15.00 น. มวลชนแนวร่วมยังคงทยอยเข้าร่วมชุมนุมกันอย่างต่อเนื่อง มีทั้งเยาวชนวัยรุ่นหนุ่มสาว และมวลชนเสื้อแดง จนคนเริ่มเต็มพื้นที่ภายในบริเวณสนามฟุตบอล ทั้งบางส่วนยังกระจายไปทั่วตามบริเวณอาคาร และลานต่างๆโดยรอบ ขณะที่บริเวณประตูทางเข้าฝั่งตรงข้ามสนามหลวง มีการเปิดเวทีปราศรัยย่อย เพื่อปลุกเร้ามวลชนนำโดยนายธนัชชัย เอื้อฤาชา นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นอกจากนี้ยังมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมต่างๆ อาทิ ร.ร.สตรีมหาพฤฒาราม ขึ้นปราศรัย ส่วนที่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ทีมงานธรรมศาสตร์และการชุมนุมเริ่มติดตั้งเวทีปราศรัย ขณะที่ น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก นำมวลชนทั้งหมดออกจาก มธ. มาที่ท้องสนามหลวง พร้อมประกาศคำว่า “ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” เราจะไปใช้พื้นที่สนามราษฎร พร้อมส่งเสียงตะโกน “ประยุทธ์ออกไป” อยู่ตลอดเวลา

รำลึกอดีตเล่นว่าวกันสนุกสนาน

สำหรับบรรยากาศภายใน มธ.เงียบสงบลง หลังแกนนำนำมวลชนออกมาปักหลักชุมนุมที่ท้องสนามหลวง มีเพียงมวลชนบางส่วนที่ยังคงปักหลักอยู่กับที่ไม่ได้ตามออกไปประมาณ 200 คน นั่งอยู่ตามเก้าอี้ใต้ต้นไม้ข้างสนามฟุตบอล หน้าหอประชุมใหญ่ และบริเวณใต้อาคารคณะนิติศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม นปช. คนเสื้อแดง โดยประตูมหาวิทยาลัยด้านหน้าหอประชุมใหญ่ที่แกนนำพามวลชนบุกเข้ามา และประตูฝั่งท่าพระจันทร์ ที่กลุ่มเสื้อแดงจาก จ.นนทบุรี ตัดกุญแจผ่านเข้าในช่วงเที่ยง ทั้งสองประตูยังเปิดให้ผ่านเข้าออกได้ตลอดเวลา ส่วนประตูออกฝั่งวัดมหาธาตุฯ และประตูพระอาทิตย์ยังคงปิดอยู่ โดยพบว่านักศึกษาบางส่วนที่ไม่ได้ตามไปชุมนุมที่สนามหลวง ได้ทยอยเดินทางกลับทางประตูท่าพระจันทร์ ส่วนเวทีปราศรัยที่สนามหลวง มีการตั้งเวทีขนาด 15 เมตร พร้อมจอแอลอีดี และเครื่องเสียง โดยหันหน้าไปทางฝั่งศาลฎีกา ขณะที่มวลชนทยอยเข้าพื้นที่เต็มแน่น จนต้องเจรจาขอใช้พื้นที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ จนมีมวลชนแน่นทั้งสนาม ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่ไม่ได้มีการชุมนุมชนิดเต็มรูปแบบในสนามหลวง และทันทีที่สามารถเข้าใช้สนามหลวงได้สำเร็จ บางรายนำว่าวมาชักขึ้นสู่ท้องฟ้ากันอย่างสนุกสนาน

แบ่งทีมปราศรัยเวทีใหญ่ 2 ชุด

จากนั้นเวลา 17.20 น. กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดเวทีปราศรัยกลางท้องสนามหลวงอย่างเป็นทางการ โดย น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ประกาศเปิดการชุมนุมด้วยการชักชวนชู 3 นิ้วพร้อมกัน ต่อด้วยการตีกลองสะบัดชัยบนเวทีเป็นการเบิกฤกษ์ ท่ามกลางมวลชนจำนวนหลายหมื่นคน ที่ปักหลักนั่งฟังการปราศรัยเนืองแน่นท้องสนามหลวง สำหรับผู้ปราศรัยบนเวทีถูกแบ่งเป็นชุดที่ 1 ประกอบด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง นายอานนท์ นำภา และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ส่วนผู้ปราศรัยในชุดที่ 2 ประกอบด้วย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อดีตแกนนำนักศึกษา มธ. ยุค คสช. ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณ ศูนย์ซ่อมสร้างสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก นายปิยมิตร กล้าณรงค์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กลุ่มองค์กรปลดแอกเพื่อเสรีภาพ นอกจากนี้ยังมีนายสูฮัยมี หรือมิน สมาชิกสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาภาคใต้ และนายธนาธร หรือฮ่องเต้ จากพรรควิฬาร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หัวใสทำของเล่นใหม่ “3 นิ้วตบ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา ที่มีสัญลักษณ์ร่วมกันคือการชูสามนิ้วที่สื่อถึงการต่อต้านเผด็จการนั้น ล่าสุดได้เกิดมีผู้ชุมนุมหัวใส นำของเล่นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายมือตบที่ชู 3 นิ้ว มาขายในพื้นที่ชุมนุม ทำให้มีผู้สนใจซื้อหาเป็นอุปกรณ์ชุมนุมจำนวนมาก ทำให้ถือเป็นอุปกรณ์ชุมนุมของม็อบคนรุ่นใหม่ จากเดิมที่สมัยปี 49 การชุมนุมกลุ่มพันธมิตรใช้มือตบ ปี 50-53 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ใช้ตีนตบ ปี 57 กลุ่ม กปปส.ใช้นกหวีด และริบบิ้นธงชาติ

ยึดพื้นที่ใต้ตึก มธ.พักค้างคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมช่วงหัวค่ำ ฝนยังคงตกโปรยปรายลงมาไม่หยุด ทำให้มวลชนเปียกปอนไปตามๆกัน ต้องกางร่มและนำเสื้อกันฝนมาใส่แต่ก็ยังไม่มีใครยอมถอย สำหรับกิจกรรมบนเวทีเริ่มสลับจากการปราศรัยมาเป็นการแสดงดนตรีของนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลู ร้องเพลงขับกล่อมท่ามกลางสายฝน ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง ส่วนผู้ชุมนุมบางส่วนทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่พักค้างคืนใน มธ. โดยใช้บริเวณใต้อาคารเป็นที่พักผ่อนนอนหลบสายฝน ขณะที่ห้องน้ำชายและหญิงใต้ตึกคณะนิติศาสตร์และอาคารใกล้เคียง มีคนต่อคิวแถวยาวเหยียด จากการสอบถามกลุ่มมวลชนที่เข้ามาอยู่ด้านในบางคนบอกว่าเดินทางมาจากต่างจังหวัด และยืนยันจะอยู่ปักหลักพักค้างคืนรอแกนนำเคลื่อนขบวนกดดันรัฐบาลในวันที่ 20 ก.ย.

“เพนกวิน” ย้ำจุดหมายอยู่ที่ทำเนียบ

ต่อมาเวลา 19.50 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แถลงว่า การเคลื่อนขบวนมวลชนเช้าวันที่ 20 ก.ย. ยังคงไม่มีเปลี่ยนที่หมายคือยังคงไปที่ทำเนียบรัฐบาลเหมือนเดิม เชื่อในพลังของมวลชนที่เข้าร่วมว่าจะสามารถเดินไปถึงทำเนียบได้ เพราะเรามาด้วยมือเปล่าและสันติอหิงสาไม่มีอาวุธ เหตุปะทะและความรุนแรงไม่เกิดขึ้นแน่ อย่างมากก็มีการดันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเล็กน้อย แต่ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นไม่ได้มาจากพวกเรา มาจากฝ่ายรัฐ หากไปถึงทำเนียบรัฐบาลได้ จะมีเซอร์ไพรส์แน่นอน แต่ยังไม่สามารถบอกให้ทราบได้ “ยุทธศาสตร์และข้อเรียกร้องของกลุ่มคือต้องขับไล่ประยุทธ์และพวกพ้องออกไป ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. หรือ กกต.ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะนี้ ประเมินไว้ว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ไม่ถึง 1 เดือน แต่ถ้ายังอยู่ต่อจะมีประชาชนออกมามากกว่านี้ เผลอๆอาจต้องลาออกในวันพรุ่งนี้หรือยุบสภาหนี การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่วันสองวันเสร็จ ประชาชนต้องออกมาร่วมแสดงพลังซัก 2-3 ล้านคน

นัด 22 ก.ย.นำรายชื่อยื่นที่รัฐสภา

ด้านบริเวณริมคลองหลอดข้างสะพานผ่านพิภพลีลา กลุ่มไอลอว์จัดตั้งเต็นท์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยตั้งเป้าว่าจะหาแนวร่วมลงรายชื่อให้ครบ 100,000 คน ท่ามกลางความสนใจของประชาชนเข้าแถวต่อคิวนำบัตรประชาชนมาร่วมลงชื่อจำนวนมาก โดยมีการแจกเอกสารระบุเนื้อหาการแก้รัฐธรรมนูญว่า “การเข้าชื่อเป็นเพียงขั้นตอนการเสนอเท่านั้น ยังต้องมีขั้นตอนทางธุรการในชั้นการพิจารณาของรัฐสภา อาจใช้เวลามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงกดดันจากสังคมด้วย การเดินทางเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังมีเส้นทางอีกยาวไกล นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น การส่งเสียงเรียกร้องให้ดังมากพอยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เนื่องจากรัฐสภานัดพิจารณาวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 ก.ย. เพื่อช่วยกันส่งเสียงของประชาชนให้ดังมากพอ จึงนัดไปเจอกันวันที่ 22 ก.ย. ที่ MRT เตาปูน เวลา 13.00 น. เพื่อนำรายชื่อทั้งหมดไปยื่นที่รัฐสภา (เกียกกาย)

“ไอติม” ขึ้นเวทีไอลอว์หนุนแก้ รธน.

ต่อมานายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม ตัวแทนกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ได้ขึ้นปราศรัยเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมลงชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกับกลุ่มไอลอว์ จากนั้นให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า สนับสนุนให้มีการแต่งตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% มาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ อาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี ระหว่างนั้นอยากให้มีการแก้ไขรายมาตราที่ประชาชนเรียกร้อง เช่น การตัดอำนาจ ส.ว. เพราะหากไม่ดำเนินการควบคู่กันไป ประชาชนจะรู้สึกว่าข้อเสนอไม่ได้รับการตอบรับ ขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในสภาตอนนี้ มองว่าร่างของไอลอว์ครบถ้วนครอบคลุมมากกว่า ขณะนี้ไอลอว์รวบรวมรายชื่อได้แล้วราว 83,000 คน คาดว่าจะยื่นได้ภายในวันที่ 22 ก.ย.นี้

“ปิยบุตร” ร่วมลงชื่อกับไอลอว์

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวภายหลังร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่วมกับไอลอว์ ว่า ร่วมลงชื่อเพราะเห็นด้วยกับเนื้อหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ แม้ฐธรรมนูญจะกำหนดให้ลงชื่อเพียง 5 หมื่นคน แต่หากประชาชนมาร่วมลงชื่อจำนวนมากจนถึงหลักแสนคน จะเป็นสัญลักษณ์ของประชาชนต้องการให้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ และยังเป็นการส่งเสียงไปยังผู้มีอำนาจด้วย ต้องยอมรับ ว่าการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระแรก วันที่ 23-24 ก.ย.นี้ เกิดขึ้นเพราะการกดดันจากประชาชนภายนอก

ขอฝ่ายความมั่นคงอย่าตุกติก

ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายสงวน พวงมณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ตั้งโต๊ะแถลงติดตามเฝ้าสังเกตการณ์การชุมนุม นายสมคิดกล่าวว่า อยากฝากไปถึงฝ่ายความมั่นคง เพราะเป็นห่วงเรื่องการตัดสัญญาณการสื่อสารทั้งระบบ เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ในการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่อยากให้ฝ่ายความมั่นคงทำแบบนั้นอีก เพราะจะเป็นการสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม ควรปล่อยให้ใช้อินเตอร์เน็ต และพื้นที่อย่างเสรี เพื่อติดต่อคนทั้งโลก หรือติดต่อกับผู้ปกครอง เป็นการสร้างความปลอดภัยไปในตัว

ไม่รู้เจตนา “บิ๊กตู่” ตีปีบโควิด

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายกฯระบุว่า การชุมนุมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น ไม่ทราบเจตนาของนายกฯ แต่ภาคีนักศึกษาศาลายา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเต็นท์รักษาพยาบาลรองรับไว้แล้ว และต้องฝากถึงนายกฯว่าอย่าให้เกิดการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม จากนั้น นายสมคิดและคณะ เดินตรวจเยี่ยมตามเต็นท์และจุดพักบริเวณรอบสนามหลวง และหน้า มธ.ท่าพระจันทร์ เพื่อพูดคุยและตรวจสอบความเรียบร้อยของผู้เข้าร่วมชุมนุม นายสมคิดกล่าวว่า หลังเดินสำรวจตามจุดต่างๆ ได้รับการร้องทุกข์จากผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดบางส่วน ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเข้มการเดินทาง ขอฝากเจ้าหน้าที่ให้ทำตามหน้าที่ได้ แต่อย่ากีดกัน เพราะคนเหล่านั้นแสดงออกทางการเมืองตามสิทธิเสรีภาพ ไม่มีพฤติกรรมส่อไปในทางที่ไม่ดี ส่วนเนื้อหาบนเวทีปราศรัย ตนไม่ก้าวล่วงเพราะไม่ใช่หน้าที่ เราทำหน้าที่เพียงเก็บข้อมูล

“อมรัตน์” ห่วง จนท.สกัดม็อบ

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงเหตุการณ์บุกขึ้นไปบนบัลลังก์ห้องประชุมสภา เพื่อพบนายกฯเมื่อคืนวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ไปแจ้งให้นายกฯทราบกรณีมีการตั้งด่านสกัดประชาชนทั่วประเทศ เพราะนายกฯบอกว่าจะดูแลผู้ชุมนุมอย่างลูกหลาน แต่ผู้ใต้บังคับบัญชากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เช่น การค้นรถตู้ของผู้ที่จะเดินทางมาชุมนุม เพื่อตรวจบัตรประชาชน หากใครไม่พกก็ไม่ให้ผ่าน ต้องขอบคุณที่นายกฯระบุว่าจะไปตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นให้

ส.ส.-คนดังร่วมสังเกตการณ์พรึบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเต็นท์ของกรรมาธิการการปกครองฯในช่วงบ่ายเริ่มคึกคัก มี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านทยอยเข้าร่วมสังเกตการณ์ บางคนแต่งตัวเป็นสีสันเข้ากับการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา อาทิ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ที่ใส่กางเกงสีกากี พร้อมเข็มขัดลูกเสือกับเสื้อเชิ้ตสีขาว ร้องเพลงเมาคลีล่าสัตว์ โดยระบุว่าหน้าที่แรกที่ได้รับมอบหมายคือ “เก็บขยะแผ่นดิน” ขณะที่นาย วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ในคดีบุกรุกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนปี 2552 ก็เข้าร่วมสังเกตการณ์เช่นกัน และได้เดินทักทายประชาชน โดยมีแฟนคลับกลุ่มเสื้อแดงเข้ามาขอถ่ายรูป จับมือทักทายต้อนรับอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองร่วมสังเกตการณ์อีกจำนวนมาก อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล น.ส.นภาพร เพ็ชรจินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า

“เพชร-กรุณพล” ปลุกแสดงพลัง

ขณะที่นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร-กรุณพล ดาราและพิธีกรชื่อดัง ที่เข้าร่วมชุมนุม กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการคิดล้มล้างการปกครอง แต่ต้องการให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ให้ประเทศไทยมีระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องให้ได้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนมารับฟังเหตุผลที่ออกมาร่วมกันชุมนุม หรือมาร่วมกันแสดงพลัง บริเวณรอบท้องสนามหลวงมีซุ้มพยาบาลคอยตรวจวัดอุณหภูมิและดูแลรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี มีการดูแลความปลอดภัย ขอให้คนที่มีข้อสงสัยมารับฟังเหตุผลให้หายข้อสงสัยได้ ส่วนข้อกังวลเรื่อง ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากมือที่สามนั้น ไม่อยากวิงวอนอะไร เพราะถ้าคนอยากให้เกิด พูดเท่าไหร่ เขาก็ไม่ฟัง แต่ถ้าความรุนแรงเกิดขึ้นจริง รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะในพื้นที่ชุมนุมโดยรอบมีตำรวจ เต็มไปหมด หากเกิดความรุนแรงก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรับผิด ผู้ที่มาชุมนุมไม่ได้ต้องการความรุนแรง แต่ต้องการให้มารับฟังเหตุและผลเท่านั้น

“บิ๊กป้อม” กำชับดูแลลูก-หลาน

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม และโฆษกประจำรองนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แสดงความห่วงใยผู้เข้าร่วมชุมนุมขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพ และช่วยกันรักษามาตรการการควบคุมโรคควบคู่กันไป พร้อมทั้งเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังและช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยกันและกัน และยังกำชับฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจ ให้ทำงานด้วยความเข้าใจ ไม่ไปคุกคามในสิทธิและเสรีภาพการแสดงออกในกรอบกฎหมาย ให้รับฟังและดูแลผู้ชุมนุมเสมือนลูกหลาน และคนไทยด้วยกัน โดยย้ำต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมเด็ดขาด และให้เฝ้าระวังการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม และการฉวยโอกาสทางการเมืองที่อาจมีขึ้น “การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้มีการแจ้งเตือนและทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ หากมีการละเมิดกฎหมายและจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย และให้ดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยรอบพื้นที่ชุมนุม”

สธ.จัดระบบรองรับการชุมนุม

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ประธานศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดตั้งวอร์รูมประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ และสาธารณสุข กรณีการชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 19-20 ก.ย. ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการควบคุมและป้องกันโรค ด้านการดูแลรักษาเบื้องต้นในพื้นที่ และด้านการรักษาพยาบาลเมื่อมีอาการรุนแรง ขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมประเมินตนเอง หากมีอาการเจ็บป่วยเป็นไข้ ขอความร่วมมือไม่เข้าร่วมการชุมนุม สธ.ได้จัดจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ แจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และหน้ากากอนามัย จัดเตรียมไว้อย่างละ 1 แสนชิ้น มีการจัดจุดบริการเป็นหน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่หากมีอาการมากขึ้น หรืออาการที่ประเมินว่ามีความรุนแรง ขอให้ติดต่อจุดบริการเพื่อส่งทีมเข้าไปดูแลช่วยเหลือ โดยมีการจัดระบบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่จัดเตรียมไว้ 20 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลรัฐ 10 แห่ง เช่น โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โรงพยาบาลมิชชั่น โรงพยาบาลพญาไท 1-2-3 ฯลฯ

สมาคมทนายฯเทียบเคส กปปส.

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีผู้กล่าวหาว่าการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอก นักเรียน และนักศึกษา จะเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดรัฐธรรมนูญนั้น สมาคมทนายฯขอชี้แจงว่าการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนในอดีต เคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐาน คือ กรณีในปี 2556 กลุ่ม กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีการเคลื่อนขบวนปิดล้อม และบุกยึดสถานที่ราชการ สถานที่เอกชน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย จึงเห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มปลดแอก เป็นการต่อต้านเผด็จการ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ย่อมต้องได้รับความคุ้มครองทั้งตามหลักกฎหมายสากล รัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นบรรทัดฐานไว้เช่นเดียวกัน ขอให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจ เคารพการใช้สิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุมทุกกลุ่มโดยเสมอภาค

“เรสกิว” ทำบุญอุทิศกุศลนัก ปชต.

ด้านความเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สถานีวิทยุ FM 96.25 เรสกิว ซอยลำลูกกา 69 (ซอยเสื้อแดง) คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 50 คน จัดงานทำบุญเลี้ยงพระเพลอุทิศส่วนกุศลให้วีรชนที่เสียชีวิตจากการไปเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 2552 จากนั้นได้กล่าวปราศรัยขับไล่เผด็จการ พร้อมทำหุ่นฟางรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ติดอยู่ รวมทั้งเรือดำน้ำ แล้วนิมนต์พระ 4 รูปสวดก่อนร่วมกันวางดอกไม้จันทน์แล้วจุดไฟเผาหุ่นทั้งหมด
ก่อนเดินทางไปร่วมชุมนุมที่ มธ.ท่าพระจันทร์

ฝนถล่มเวทีม็อบเชียงใหม่อ่วม

ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ กลุ่มศิลปะปลดแอกเชียงใหม่ร่วมกันจัดเวทีคู่ขนาน พร้อมทำหุ่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และรถถังจำลองใช้ชื่องาน “รัฐปลาเผา” สื่อความหมายต่อต้านการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยกิจกรรมเริ่มขึ้นในเวลา 16.00 น. แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลานัดหมาย กลับมีฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทำให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมพากันวิ่งหลบฝนให้วุ่น แต่ฝนไม่มีท่าทีจะหยุดตก แกนนำคนหนึ่งเผยว่า กิจกรรมรัฐปลาเผาจะแสดงดนตรีและละคร ควบคู่กับการเคลื่อนไหวที่ กทม.

ตร.คลองหลวงยึดหนังสือ นศ.มธ.

พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิศิษฎ์ มะอักษร ผกก.บก.สส2 ภ.1 พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.คลองหลวง กว่า 50 นาย สกัดรถบรรทุกหกล้อ 2 คันของกลุ่มนักศึกษาปลดแอกที่ขนอุปกรณ์และหนังสือ “ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า 10 สิงหา ข้อเรียกร้องว่าด้วยสถาบันกษัตริย์” จำนวน 50,000 เล่ม ที่ขับออกมาจากหน้าหมู่บ้านนวลตอง หลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดนำไปเก็บไว้ที่ บก.ตชด.ภ.1 ต่อมานายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ มาสังเกตการณ์ทำงานของเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยกลุ่มนักศึกษาปลดแอก พร้อมรถบรรทุกสิ่งของเครื่องเสียง เดินทางต่อเพื่อเข้าร่วมการชุมนุมที่ มธ.ท่าพระจันทร์

บช.น.แจงพื้นที่ห้ามชุมนุมเด็ดขาด

ช่วงบ่ายที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ม็อบ ว่า ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ห้ามมิให้ชุมนุมในระยะ 150 เมตร จากพระบรมมหาราชวัง เขตพระราชฐาน วัง หรือที่ประทับ จากบริเวณโดยรอบ มธ.ต้องไม่เกินตรอกพระยาเพชร และจากสนามหลวง เลียบวัดมหาธาตุ ผ่านส่วนหนึ่งของสนามหลวง จนมาถึงถนนราชดำเนินใน แถวกรมอัยการเก่า ห้ามมิให้มีการชุมนุมโดยเด็ดขาด รวมทั้ง บช.น. มีคำสั่งที่ 376/2563 ห้ามมิให้มีการชุมนุมในระยะห้าสิบเมตรจากพื้นที่ที่สำคัญ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ห้ามชุมนุมระยะ 50 เมตร 2 สถานที่ คือศาลฎีกา และบริเวณทำเนียบรัฐบาล หากผู้ชุมนุมเข้าไปชุมนุมในสนามหลวงถือว่ามีความผิด บช.น.ปิดถนนบริเวณใกล้เคียง ม.ธรรมศาสตร์ 5 จุด ดังนี้ 1.แยกพระอาทิตย์ ถนนราชินี ตั้งแต่ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถนนราชดำเนินใน 2.แยกผ่านพิภพ ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนพระจันทร์ ถนนหน้าพระลาน 3.สะพานช้างโรงสี ถนนกัลยาณไมตรีเชื่อมต่อถนนสนามไชย 4.วงเวียน รด. ถนนท้ายวัง เชื่อมถนนมหาราช และ 5.แยกท่าเตียน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.ค.เป็นต้นไป

เตือนผู้ชุมนุมเริ่มกระทำผิด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่ตัดกุญแจ และพังประตูเข้าไปใน มธ. ถือว่ามีความผิดฐานบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ ต้องรอให้เจ้าของสถานที่มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน หากเป็นการกระทำผิดส่วนอาญาต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่เตรียมหลักฐานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอเตือนว่าอะไรที่ทำแล้วไปกระทบสิทธิของผู้อื่น เมื่อมีการมาร้องทุกข์กล่าวโทษทีหลังต้องรับสภาพ เพราะพวกท่านเริ่มกระทำความผิดแล้ว จากการ ประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมใน ม.ธรรมศาสตร์ น่าจะประมาณ 1,000 คน ส่วนกรณีนำเสนอข่าวภาพชายชุดดำอยู่บนอาคารใน ม.ธรรมศาสตร์ จากการตรวจสอบไม่ใช่ตำรวจ ส่วนกระแสข่าวการจับกุมตัวนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ในเขตพื้นที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 4 คน ตาม ป.อาญามาตรา 116 ได้รับ รายงานจาก สภ.คลองหลวงว่า ยังไม่มีการจับกุมตัวแต่อย่างใด เป็นเพียงข่าวลวงทำให้ประชาชนสับสน

ทำเนียบฯ ตรึงกำลัง รปภ.เข้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า มีการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ประจำเวรวางกำลังทุกประตูเข้า-ออก เปิดให้เข้า-ออก เฉพาะประตูทางเข้าสะพานอรทัย คลองผดุงกรุงเกษม และอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือที่มีบัตรประจำตัวที่ออกโดยทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาลในสังกัดกก.4 บก.ส.3 และกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 (บก.น.9) พร้อมดูแลความปลอดภัย โดยผู้บังคับหน่วย ได้มอบนโยบายกำลังพลเน้นย้ำว่าจะไม่ทำร้ายประชาชน ดำเนินการด้วยความสุภาพ ไม่ใช้ความ รุนแรง ไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปปะทะกับประชาชน หากถูกยั่วยุอย่าตอบสนอง ต้องไม่ใช้วาจาจาบจ้วง กล้องที่หน้าอกบันทึกไว้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ใช้เป็นหลักฐานดำเนินการในภายหลัง

นายกฯกำชับห้ามรุนแรง-ปะทะ

ด้าน พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานงานทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า มีกำลังเจ้าหน้าที่ บก.น.9 จำนวน 1 กองร้อย มาเสริมกับกำลังตำรวจประจำทำเนียบ และประสานกับทาง บช.น. ส่วนต้องเพิ่มกำลังหรือไม่ต้องประเมิน สถานการณ์หน้างานอีกครั้ง แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ขณะที่นายกฯให้นโยบายชัดเจนห้ามใช้ความรุนแรง ห้ามปะทะ ใช้วิธีการเจรจา เพราะทุกคนเป็นเหมือนลูกหลานที่ใช้สิทธิ แต่สิ่งที่ห่วงคือเรื่องโควิด-19 และสภาพอากาศ

ทบ.เตรียมพร้อมรับมือม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน บรรยากาศภายใน บก.ทบ. ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร และพลทหารทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดทั้งวันทั้งคืน นอกจากนี้ ยังมีการนำสแลนตาข่ายสีดำมาปิดป้ายกองทัพบก และป้าย สัญลักษณ์กองทัพบก ทั้งสองฝั่งด้านหน้าประตูทางเข้า บก.ทบ. ขณะที่ภายใน บก.ทบ. มีการเตรียมรถน้ำ รถดับเพลิง รถประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการด้านจิตวิทยา รถยนต์และรถตู้ตัดสัญญาณระเบิด ของเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ไว้พร้อมรองรับสถานการณ์ รวมถึงระบบกล้องวงจรปิดรอบ บก.ทบ. และใน บก.ทบ.

บิดเบือนลงโซเชียลผิด พ.ร.บ.คอมฯ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า การร่วมชุมนุมสามารถทำได้ตามหลักสิทธิเสรีภาพ ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ขอให้ระมัดระวัง ไม่เผยแพร่ข้อความที่เป็นเท็จ บิดเบือนหรือข่าวปลอม รวมถึงต้องไม่ยุยงปลุกปั่น สร้างความแตกแยกในสังคม ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ที่สำคัญต้องไม่ละเมิดสถาบันหลักของประเทศ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กระทรวงดิจิทัลฯจะติดตามและเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน หากมีการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการทางคดีอย่างจริงจัง

“ทักษิณ” ถาม 14 ปีนี้ไทยได้อะไร

วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “19 กันยายน 2563 วันนี้เป็นวันครบรอบ 14 ปีของรัฐประหาร ขณะผมมาประชุมสหประชาชาติ 19 ก.ย.2549 ขอฝากคำถามเดียวว่า 14 ปีมานี้ ชีวิตคนไทยโดยรวมเป็นไงบ้าง ประเทศไทยในสายตาโลกเป็นไงบ้าง เด็กๆที่อายุระหว่าง 20 ถึง 30 ในปัจจุบัน 14 ปีที่แล้วเขาได้ยินได้เห็นพ่อแม่เขาคุยกันว่าเขากำลังมีงาน มีธุรกิจ มีรถ มีบ้าน แต่วันนี้เขาได้ยินว่าเขากำลังตกงาน ธุรกิจอยู่ไม่ได้ กำลังเสียรถ เสียบ้าน และตัวเขายังมองไม่เห็นอนาคตตัวเองถึงจะมีการศึกษาที่ดี เพราะวิธีคิดของเรากำลังถูกเอาเปรียบโดยทุนนิยมโลกที่เรารู้ไม่เท่าทัน เราล้าสมัยในหลายด้าน ถึงเวลาหรือยังที่เราจะปรับวิธีคิดใหม่ ทั้งฝ่ายบริหารบ้านเมืองและการเมือง เพราะที่ผ่านมา 14 ปีแล้ว เราไม่ทันโลกจริงๆ มีแต่ถูกเอาเปรียบ โลกไม่เหมือนเดิม คิดแบบเดิมไม่ได้ นโยบายที่เคยใช้ได้ในอดีต ปัจจุบันยิ่งใช้ยิ่งแย่ โดยเฉพาะโลกหลังโควิดจะเป็นโลกที่เห็นแก่ตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อนที่แสนดีจะหายากขึ้น ผมหมายถึงการเมืองระหว่างประเทศ ถึงแม้ผมไม่ได้ถือ passport ไทย แต่ตระหนักตลอดเวลาว่า ผมเป็นคนไทย รักคนไทย รักผืนแผ่นดินไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

“ภูมิธรรม” วอนป้องกันเหตุรุนแรง

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จาก 19 ก.ย.49 ถึง 19 ก.ย.63 สังคมไทยเรียนรู้อะไร หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 เกิดการรัฐประหารรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เป็นจุดเริ่มต้นของการสืบทอดอำนาจของเผด็จการสีเขียว ทำการต่อเนื่องอีกครั้งในปี 2557 โดย คสช. ที่เป็นต้นทางการสืบทอดอำนาจต่อมาของคณะรัฐบาลปัจจุบัน การรัฐประหารคือจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่บิดเบี้ยว ด้วยเหตุผลเดียวคือ ทำลายคณะบุคคลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ตัดตอนกระบวนการเรียนรู้ในกลไกการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยของสังคมไทย มาถึงวันนี้คิดว่ากระบวนการเรียนรู้ประชาธิปไตยของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ ได้เริ่มต้นอีกครั้งอย่างมีพัฒนาการ ตกผลึกทางความคิดที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง นี่คือพัฒนาการของกระบวนการประชา-ธิปไตยที่สังคมไทยต้องเรียนรู้ และต้องช่วยกันป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ขอให้ร่วมกันจับตาเฝ้าระวัง ร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดการคุกคามทำร้ายแก่ขบวนการประชาธิปไตย

บรรจุ 4 ญัตติแก้ รธน.ฝ่ายค้าน

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ตรวจสอบความถูกต้องญัตติการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของฝ่ายค้าน จำนวน 4 ญัตติ พบว่าถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา จึงบรรจุญัตติทั้ง 4 ญัตติ เข้าสู่การประชุมร่วมรัฐสภาระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย.นี้เรียบร้อยแล้ว ส่วนรูปแบบการพิจารณาขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่าจะมีมติออกมาอย่างไร เบื้องต้นอาจใช้วิธีอภิปรายรวมกันทุกญัตติ ใครจะพูดเรื่องใดก็ได้ แต่เวลาลงมติจะให้ลงมติแยกทีละฉบับ

พท.หวังม็อบช่วยกดดันบีบ ส.ว.

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นร่างแก้ไขรวม 5 ฉบับ ได้รับการบรรจุเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว เพื่อประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 23-24 ก.ย. เบื้องต้น ส.ว.ยังไม่ส่งสัญญาณจะช่วยเรา แต่คาดว่าการชุมนุมในวันที่ 19-20 ก.ย. จะเป็นตัวกำหนดทิศทางกดดันต่อการตัดสินใจของ ส.ว. ที่ยังมีเวลาอีก 1-2 วัน หวังว่า ส.ว.จะเดินมาสู่เส้นทางประชาธิปไตยเช่นกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ส.ว.จะหันมาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะวันนี้ประเทศกำลังเดินไปข้างหน้า

คนไทยในต่างแดนร่วมประท้วง

ส่วนความเคลื่อนไหวในต่างประเทศต่อสถานการณ์การเมืองไทย เมื่อเวลา 16.00 น. ตาม เวลาท้องถิ่น ใจกลางเมืองซิดนีย์ บริเวณ Sydney Town Hall มีแกนนำใช้ชื่อว่า Royalist Market place พร้อมผู้ร่วมชุมนุม 50 คน เดินทางมาชุมชนปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงตะโกนขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยผู้ร่วมประท้วงคาดหวังว่าจะมีแนวร่วมเดินทางมาชุมนุมเป็นจำนวนมาก แต่จากการคุ้มเข้มของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีผู้เข้าร่วมมีจำนวนไม่มากนัก จากนั้นเคลื่อนขบวนเดินไปยังบริเวณ “ไทยทาวน์” แหล่งธุรกิจคนไทย ปราศรัยโจมตีรัฐบาลไทย และพยายามชี้ให้คนไทยในต่างประเทศเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความล้าหลังด้านการศึกษา และความล้มเหลวในการบริหารประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยพังไม่เป็นท่า ก่อนเดินทางไปยังบริเวณ Tumbalong Park และแยกย้ายกับกลับบ้าน

ขณะเดียวกันมีการชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย มีที่กรุงไทเป ของไต้หวัน และนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองจุดร่วมกันจัดกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย ร่วมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว และชูป้ายต่อต้านเผด็จการ

สื่อนอกเกาะติดสถานการณ์ไทย

ขณะที่สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการเมือง ที่ใช้ชื่อว่า “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยและอื่นๆ รวมทั้งให้ยุติการคุกคามกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ระบุว่า เป็นการชุมนุมทางการเมืองที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุด จนเขย่าสถานะของรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สนใจคำร้องขอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อคืนวันที่ 17 ก.ย. ที่ให้ยกเลิกการชุมนุม เพราะเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 และทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจหยุดชะงัก

มีแผนจัดทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ-เยอรมนี

สำนักข่าวเอเอฟพีระบุเพิ่มเติมว่า นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยกลุ่มหนึ่ง จัดชุมนุมอยู่ด้านนอกสถานีรถไฟใต้ดินชิบูยา ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ระหว่างนี้กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันชูกระดาษขาว ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว และโบกธงชาติไทย พร้อมตะโกนสโลแกนเรียกร้องประชาธิปไตย แสดงพลังการสนับสนุนการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย และการชุมนุมลักษณะคล้ายกันนี้ยังมีแผนจัดขึ้นในอีกนับสิบประเทศทั่วโลกรวมทั้งสหรัฐฯและเยอรมนี การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยวันนี้ เกิดขึ้นตรงกับวันครบรอบปีที่ 14 การทำรัฐประหารโค่นอำนาจนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จนต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ โดยนายทักษิณได้ระบุในแถลงการณ์เผยแพร่วันเดียวกัน ระบุว่า เด็กๆมองไม่เห็นอนาคตใดๆ เนื่องจากไทยตอนนี้เป็นประเทศล้าหลัง แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นการพูดสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม 19 กันยาฯ ดังกล่าวหรือไม่

“ชวน” ส่ง พ.ร.บ.งบฯ ให้วุฒิฯแล้ว

นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามส่งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ไปยังวุฒิสภา ที่จะมีการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 21 ก.ย.นี้ เชื่อว่าจะพิจารณาเสร็จทันในสมัยประชุมนี้แน่นอน ต้องขอขอบคุณ ส.ส.ที่ให้ความร่วมมือพิจารณางบฯปี 64 ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เพราะ ส.ส.ทุกคนตระหนักตรงกันดีว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลจะได้นำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน และประเทศต่อไป

ทบ.แจงภาพ “พะโล้กระดูกไก่”

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพอาหารในถาดหลุม เป็นภาพกระดูกไก่กับน้ำพะโล้ราดข้าว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียว่า ปัจจุบันโรงประกอบเลี้ยงของทหารจะมีสูตรอาหารที่ถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งกองทัพบก รับผิดชอบโดยกรมพลาธิการทหารบก เพื่อให้อาหารในแต่ละมื้อต้องมีรสชาติที่ดีเหมาะสม ควบคู่ไปกับคุณค่าทาง อาหาร ส่วนเรื่องค่าประกอบเลี้ยงสำหรับหน่วยนี้ขอหักไว้ที่ 50 บาทต่อคนต่อวัน สำหรับ 3 มื้อ หรือเฉลี่ยแล้วตกมื้อละ 16-17 บาทนั้น จะรวมถึงทั้งค่าข้าวสาร ค่ากับข้าว และค่าเชื้อเพลิง ถ้าเปรียบเทียบกับสังคมภายนอกทั่วไปแล้วนับว่าน้อยมาก ที่เป็นข่าวล่าสุดเบื้องต้นพบว่า อาจเป็นข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่สูทกรรมของหน่วย ที่อาจกำหนดปริมาณจำนวนไม่ดี หรือจัดสรรแบ่งปันได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้คนท้ายๆได้รับอาหารได้ไม่เพียงพอ กองทัพบกไม่นิ่งนอนใจ จะเข้าไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อนำไปปรับปรุงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก

Football news:

Frankie de Jong on the defender's role against Juve: Always ready to play where Barcelona need to play
Rashford with 4 goals led the race of scorers of the season Champions League
Holand scored the most goals (12) in the first 10 matches in the Champions League
Pirlo about 0:2 with Barca: this match will help Juventus grow
Griezmann did not make any effective actions in 6 matches under Koeman
Ole Gunnar Solskjaer: Leipzig made Manchester United work hard. Rashford had a big impact on the game
Roberto victory over Juventus: the Best response to the unrest in Barcelona - it's a game