‘ปิยบุตร’ เยือนมุกดาหาร รับเรื่องประชาชนเดือดร้อน กรณีทวงคืนผืนป่า อดีตกำนัน จี้ถามไล่ที่ชาวบ้านเอาไปให้นายทุนหรือไม่ – อัด “ประยุทธ์” ช่วยเหลือไม่ได้เอาคะแนนคืนมา

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่วัดป่าศรัทธาธรรม ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และอดีต ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ รับหนังสือร้องเรียนความเดือดร้อนจากประชาชนชาว ต.คำป่าหลาย กรณีทวงคืนผืนป่า ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงมูล แปลงที่ 2 โดยหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.1 กรมป่าไม้ รับผิดชอบดำเนินการและแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน ในความผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ โดยที่ผ่านมามีการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และทำลายพืชผลทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ และปักเสาแนวเขตตรวจยึด อย่างไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ เฉพาะปัญหาการทวงคืนผืนป่าดงมูลแปลง 2 บริเวณหมู่ 5 หมู่ 6 และ หมู่ 13 ต.คำป่าหลาย ตามหนังสือร้องเรียนดังกล่าวทำการยึดพื้นที่ไปแล้วรวม 889 ไร่ มีประชาชนเดือดร้อนเกือบ 100 ราย ทั้งนี้ ประชาชนอยากให้ช่วยสะท้อนปัญหาที่ตนเองประสบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหา ได้แก่ 1.ให้ถอนแจ้งความการดำเนินคดีกับประชาชนทั้งหมด 2.ขอให้มีกลไกหรือช่องทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไขโดยเข้าสู่กระบวนการในรูปแบบของคณะกรรมการเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง โดยมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว 3. พร้อมกันนี้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและงแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร รวมถึง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนจากกรณีดังกล่าวด้วย

นายไส ชัยบัน อดีตกำนันตำบลคำป่าหลาย ตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า การทวงคืนผืนป่าของ คสช. ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ความตั้งใจที่บอกว่าจะทวงคืนผืนป่าจากนายทุน แต่ในทางปฏิบัติแล้วกลับไม่ใช่ เพราะชาวตำบลคำป่าหลายเราไม่มีใครเป็นนายทุน เรามีกันคนละไร่สองไร่ สูงสุดคงไม่เกิน 20 ไร่ แต่เขาบอกว่าเราเป็นนายทุน เพราะเรามีบ้านที่มีเสาเกิน 4 ต้น มีรถมอเตอร์ไซค์ มีรถอีแต๊ก แม้เราจะบอกว่าเป็นหนี้เป็นสิน เขาก็บอกว่าเรามีเครดิต เขามองว่าเราเป็นนายทุน ทั้งที่จริงๆ พื้นที่นี้เราไม่ได้ซื้อมาจากใคร แต่เป็นมรดกตกทอดจากปู่ย่าตายายสืบทอดกันมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทุกยุคทุกสมัยที่อยู่มาก็คุยกันได้ แต่มาในยุค คสช. นับตั้งแต่มีการทวงคืนผืนป่า คุยไม่ได้เลย จะยึดเอาอย่างเดียว บอกเราว่าถ้าอยากได้ที่ก็ให้มาแสดงตัวกันหน้าแปลง แล้วไปสู้กันชั้นศาล ชาวบ้านเราก็กลัวเพราะเขาเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่มีใครอยากมีปัญหา แม้เราจะพยายามต่อรอง ขอให้ไปคุยกับทางจังหวัดเพื่อหาทางแก้ไข ให้มีการชี้ชัดก่อนว่าที่ดินแต่ละแปลงเป็นแบบไหน อยู่มาก่อนมีการประกาศเขตป่า หรือก่อน คสช. มีคำสั่งทวงคืนผืนป่าหรือไม่ ก็ไม่ฟัง จะยึดอย่างเดียว สาเหตุนี้ ตนก็ตังคำถามว่ามาจากการที่จะให้เอกชนเข้ามาทำเหมืองแร่หินหรือไม่ จะยึดทวงคืนผืนป่าจากชาวบ้านเอาไปอนุญาตให้นายทุนเข้ามาหาผลประโยชน์หรือไม่

“พื้นที่ตรงนี้จะมีโครงการเหมืองแร่เกิดขึ้น จะมีการออกประทานบัตรให้นายทุนพื้นที่โครงการกว่า 200 ไร่ ถามว่าเป็นการเตรียมการยึดพื้นที่ของประชาชนไปให้นายทุนหรือไม่ คุณบอกว่าจะเพิ่มพื้นที่ป่า แต่นี่ไม่ใช่ ที่ดินเดียวกันนี้ให้นายทุนทำได้ แต่ประชาชนกลับทำไม่ทำไม่ได้ ผมอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าตรวจสอบแล้วเป็นพื้นที่บุกรุกใหม่หลังปี 2557 เราก็ยินดีให้ แต่นี่ไม่ใช่ เราชาวบ้าน ต.คำป่าหลาย มีกันคนละไม่กี่ไร่กลับมายึด แต่นายทุนในจังหวัดมุกดาหาร คนเดียวมีถึง 2-3 พันไร่ ซึ่งให้นอมินีถือครองกลับไม่ไปแตะต้อง ประชาชนเราไม่มีนอมินี มีแต่ตัวจริง แต่ทำมาหากินไม่ได้ ผมจึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยทบทวนเรื่องนี้ใหม่ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้มาดูประชาชนหน่อย คะแนนของพวกผมที่สนับสนุนให้คุณ ถ้าทำเรื่องนี้ไม่ได้ก็เอาคืนมา แล้วคุณก็ไปอยู่กับนายทุน อย่ามาขอคะแนนกับประชาชน” นายไส กล่าว

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon